อาการครั้งแรกเป็นยังไง?
มันสะสมมาเรื่อยๆ ตั้งแต่ตอนที่คุณพ่อป่วยและเราก็ออกมาทำงานเป็นหัวหน้าครอบครัวแทน เป็นหัวหน้าครอบครัวตั้งแต่อายุยังไม่ 20 ซึ่งมันก็แบกอะไรหลายหลายอย่าง พอรับมาสะสมมาเรื่อยๆ และทรายขับรถจนเกิดอุบัติเหตุยางแตกเราก็ผ่าคอใส่น็อต ทำให้เราคิดว่าถ้ากลับไปทำงานไม่ได้มันจะเป็นยังไง
คือทุกอย่างมันประดังเข้ามา ซึ่งเป็นความเครียดหลังจากประสบเหตุร้ายมันก็เลยประทุออกมา แล้วมันก็เลยเพิ่มระดับเป็นเป็นโรค หลังจากนั้นก็หาหมอตลอดมา ส่วนรอบสองหลังจากที่คุณแม่มีอาการซึมเศร้าและสมองเสื่อม ทำให้มีการทำร้ายตัวเองทำให้มีการทำร้ายเรา แล้วมันกดดันมากๆ ซึ่งเราต้องเลือกระหว่างให้คุณแม่แอดมิดศรีธัญญาหรือให้คุณแม่อยู่บ้าน แล้วเราต้องเก็บมีดเก็บทุกสิ่งอย่างให้หมดเลยเพราะเขาไม่รู้ตัว และสามารถทำร้ายเราได้อย่างรุนแรง ซึ่งทุกคนที่อยู่ด้วยกันมันไม่ไหวมากๆ
แล้ว และเราก็เริ่มป่วยลงไปอีกระแวงไปอีก จนวันนึงน้องชายมาบอกว่ามีคนป่วยคนหนึ่งเข้าใจ แต่ตอนนี้มันจะป่วยกันทั้งบ้านแล้วรวมถึงเราด้วย สุดท้ายก็เลยป่วยอีกรอบ เราเลยตัดสินใจให้คุณแม่รักษาอย่างจริงจังด้วยการพาไปแอดมิดที่ศรีธัญญา ซึ่งคิดว่าไม่น่าจะมีอะไรอีกแล้ว ซึ่งในตอนนั้นคุณแม่เขาก็ได้รับการรักษาดูแลอย่างดี
คือทรายหยุดยามา 3 ปีแล้ว และเราตั้งใจว่าจะทำให้ได้เพราะเราเห็นแม่มาตั้งแต่เด็ก แล้วเค้าก็กินยามาตลอด ซึ่งคุณหมอบอกว่ามันไม่ใช่ความเดือดร้อนหรอกที่จะต้องจ่ายยา คุณจะกินยาไปแค่ไหนก็ได้เค้ายินดีจ่าย แต่มันมีทางที่จะหยุดได้ แล้วคุณต้องให้ความร่วมมือด้วย ด้วยการทำจิตบำบัด จัดการกับวิธีคิดใดใดของตัวเองไปด้วย ร่วมกับยาที่คุณหมอจะจ่ายให้ มันมีหนทางที่จะดีขึ้นได้ ซึ่งเราก็ต้องแข็งแกร่ง และตอนนี้เราก็หยุดยาได้แล้ว