มีเรื่องอะไรเกี่ยวกับลูกสาวที่เราฝังใจแล้วไม่มีวันลืมบ้างไหม ?
แม่ลี : ถ้าไม่มีวันลืมก็ฝังใจเรื่องนางงาม จนกลายเป็นคนที่แบบต้องเอาให้ได้ นางจบ ม.6 เราก็คิดว่าไม่ต้องไปไกลให้อิมพอร์ตไปเรียนสิงค์โปร์ เราก็คิดในใจว่าวันหนึ่งนางจบจากสิงคโปร์ 4 ปี เราก็จะเอานางเข้าไปประกวดก็จะกลายเป็นสิ่งที่โอเคมากมาย แล้วเสร็จอยู่ที่นั่น 4 วันทุกอย่างเรียบร้อยหมด นางก็บอกว่า แม่หนูเป็นตุ๊กตาแม่มา 18 ปี แม่รู้ไหมความฝันของหนูคืออยากเรียน ม.กรุงเทพ หนูอยากใส่ชุดมหาวิทยาลัยกรุงเทพ เอ้า! แล้วทำไมไม่บอกแม่ล่ะ แม่รู้ไหมแม่คุยกับคนไว้เยอะหนูกลัวแม่อาย ก็นอนร้องไห้ ก็บอกว่าบุ๋มเรากลับบ้านเรานะ แต่กลับแล้วต้องเชื่อแม่ทุกอย่าง ให้ประกวดอะไรต้องประกวดนะ แล้วแม่ไม่อายคนเหรอ ก็บอกไม่อายหรอกทำไงได้ล่ะ กลับก็กลับ อายก็ไม่เป็นไร
แก้มบุ๋ม : คือเขาขอไว้ว่าชีวิตขอเป็นของแม่จนถึงเราเรียนจบ หลังจากนั้นบุ๋มจะทำอะไรทำ แม่จะไม่ว่าอะไรบุ๋มเลย แล้วเขาก็ทำแบบนั้นจริงๆ
ความรักตอนเป็นยังไงบ้าง ?
แก้มบุ๋ม : ดีค่ะ เรียกว่าเป็นความรักที่พอดี ไม่รู้สึกว่าเป็นภาระของกันและกัน รู้สึกว่ามาสนับสนุนกัน คบกันมาจะเข้าปีที่ 4 แล้วค่ะ
มีแพลนไหม ?
แก้มบุ๋ม : มีแพลนค่ะ แต่หนูบอกว่าให้เขาตัดสินใจเลย ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตาม เพราะรู้สึกว่าหนูชิลๆ แล้วแต่เลย
มีคนบอกว่าเปย์หนักมาก ?
แก้มบุ๋ม : เปย์หนักไหมแม่
แม่ลี : ก็น่าดูเหมือนกันนะ
แก้มบุ๋ม : เขาคงอยากให้เรามั้ง เชื่อไหมว่าอยู่มาจนอายุ 30 Patek คือนาฬิกาอะไรหนูยังไม่รู้เรื่องเลย คือเราเป็นคนที่ไม่ติดแบรนด์เนม อาจจะมีบ้างที่เอามาเพื่อไปออกงาน ไปเข้าสังคม แต่ว่าเป็นคนไม่ติดว่าต้องใช้ของแบรนด์เนม แต่ว่าเวลาไปไหนมาไหนกับเขามีซื้อให้ ครั้งแรกที่ซื้อให้ก็คือซื้อนาฬิกา Patek ให้แล้ว ในครั้งแรกที่ขอเป็นแฟน คนก็เลยมองว่าเขาเปย์หรือเปล่า แต่จริงๆ แล้วเขาไม่ได้เปย์แค่สิ่งของ แต่เขาเปย์ความรู้ของเขาให้เราด้วย เช่น ให้ข้อมูลให้คำปรึกษาในการใช้ชีวิตหรือว่าวางแผนในการทำงานอะไร เขาก็มีความช่วยเหลือส่วนหนึ่งด้วย
อยากมีหลานให้แม่ไหม ?
แก้มบุ๋ม : ก็อาจจะ หนูฝากไข่เอาไว้ค่ะ หนูก็เลยไม่รีบว่าจะมีก็ได้ไม่มีก็ได้ เพราะว่ามีหลานก็เลยรู้สึกว่าเฉยๆ
แม่ลี : ทุกคนคิดว่าการมีความรักต้องมีลูก ทุกอย่างมันต้องพร้อม มันคือภาระที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิต
ที่มา WOODY INTERVIEW