เนชั่นทีวี

ข่าว

'กอบศักดิ์' แนะเอสเอ็มอีปรับตัวรับมือศก.ถดถอย

19 ธ.ค. 2565 | kwanprasert_sri

'กอบศักดิ์' แนะเอสเอ็มอีปรับตัวรับมือศก.ถดถอย

ประธานกรรมการบริหาร สสว. ชี้เศรษฐกิจไทยยังเผชิญความเสี่ยงหลายด้าน แนะผู้ประกอบการเอสเอ็มอีป้องกันความเสี่ยง บริหารต้นทุนการเงินให้เหมาะสม เตรียมพร้อมรับผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจโลก

ประธานกรรมการบริหารสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ สสว. กอบศักดิ์ ภูตระกูล ปาฐกถาภายในงาน SME Symposium ในหัวข้อ ‘เปิดลายแทง SME ปีกระต่าย วิกฤติโลก วิกฤติไทยโอกาสใหม่ SME‘ ระบุว่า แนวโน้มเศรษฐกิจปี 2566 แม้สถานการณ์โควิด-19 จะผ่อนคลายลง แต่ยังมีหลายปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวังในช่วงการเปลี่ยนผ่านซึ่งมีความผันผวนเปรียบเสมือนมรสุมที่กำลังก่อตัวทั้งต้นทุนสินค้าที่สูงขึ้น ส่งผลต่อราคาสินค้าที่ปรับตัวสูงขึ้น กำลังซื้อทั้งในและต่างประเทศมีแนวโน้มลดลง การแข่งขันทางการค้าทวีความรุนแรงในหลากหลายรูปแบบ ทั้งการกีดกันโดยตรงและผ่านมาตรการด้านสิ่งแวดล้อม ระบบการเงินที่มีความผันผวนของค่าเงินทั่วโลก และอัตราดอกเบี้ยขาขึ้นที่จะลดความร้อนแรงของเงินเฟ้อ ซึ่งในต่างประเทศเริ่มมีสัญญาณการชะลอตัวของการขึ้นอัตราดอกเบี้ย

และจากการคาดการณ์การเติบโตเศรษฐกิจโลก ในปี 2566 IMF ปรับลดการประมาณการณ์ลงต่ำกว่าปี 2565 จาก 3.2% มาอยู่ที่ 2.7% รวมถึงกลุ่มประเทศคู่ค้าหลักของ SME ไทยทั้งสหรัฐฯ อาเซียน ญี่ปุ่น หรือจีน ซึ่งเป็นตลาดหลักทั้งด้านการค้า และนักท่องเที่ยวที่จะมาเยือนไทยก็ยังต้องเฝ้าจับตานโยบายที่อาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา

'กอบศักดิ์' แนะเอสเอ็มอีปรับตัวรับมือศก.ถดถอย

แม้การส่งออกของไทยในช่วงปี 2565 จะเติบโตแต่ครึ่งปีหลังมีทิศทางชะลอตัวและหดตัวซึ่งเป็นผลจากเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าเหล่านั้น ดังนั้น ผู้ประกอบการต้องป้องกันความเสี่ยงให้เหมาะสมกับธุรกิจของตนเอง บริหารต้นทุนการเงิน เตรียมรับผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจโลกปัจจัยต่างๆ เหล่านี้เป็นเรื่องที่ผู้ประกอบการ SME ต้องให้ความสนใจ และดำเนินธุรกิจด้วยความ

ระมัดระวัง ที่สำคัญต้องเรียนรู้ที่จะปรับตัวและสร้างโอกาสทางธุรกิจให้สอดคล้องกับทิศทางตลาดในอนาคตไม่ว่าจะเป็นการย้ายฐานการผลิตเข้ามาสู่อาเซียนเพิ่มขึ้น การพัฒนาทางเทคโนโลยี การนำเทคโนโลยีมาเพิ่มศักยภาพธุรกิจ การพัฒนาทักษะของผู้ประกอบการและแรงงานให้สอดคล้องกับรูปแบบธุรกิจในอนาคต การใช้เทคโนโลยี/พลังงานสะอาดเพื่อลดต้นทุนการผลิตในระยะยาว ซึ่งหากผู้ประกอบการปรับตัวได้ก่อนย่อมจะมีโอกาสทางธุรกิจเพิ่มขึ้น

ด้านผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม วีระพงศ์ มาลัย ระบุ ภาวะเศรษฐกิจของ SME ในปี 2565 ผ่านจุดต่ำสุดมาแล้ว

และขณะนี้อยู่ในช่วงขาขึ้น เห็นได้จากการขยายตัวของยอดการผลิตสินค้าต่างๆ เช่น รถยนต์นั่ง พาหนะเพื่อการพาณิชย์ ซีเมนต์ผสม เป็นต้น คาดว่าสิ้นปี 2565 เศรษฐกิจของ SME หรือ GDP SME จะขยายตัว 4.9% ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับการขยายตัวของเศรษฐกิจประเทศที่คาดว่าจะอยู่ที่ 3.2% เป็นผลจากปัจจัยทั้งภายในและภายนอกประเทศ เช่น ราคาพืชผลการเกษตร การส่งออก ต้นทุนด้านพลังงาน รวมทั้งเศรษฐกิจในประเทศคู่ค้าหลักที่ฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป

'กอบศักดิ์' แนะเอสเอ็มอีปรับตัวรับมือศก.ถดถอย

สำหรับคาดการณ์แนวโน้มปี 2566 คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวได้ 2.8-4.8% ขณะที่การขยายตัว GDP SME จะอยู่ที่ 4.1- 5.8% ผลจากปัจจัยทั้งภายในและภายนอกประเทศที่ขยายตัวดีขึ้นเกือบทุกด้าน โดยการบริโภคภาคครัวเรือน คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 3.2% เนื่องจากประชาชนมีรายได้เพิ่มสูงขึ้นจากการขยายตัวของการจ้างงาน แม้ว่าสัดส่วนหนี้สินภาคครัวเรือนต่อ GDP จะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น ด้านการใช้จ่ายของรัฐบาลปรับตัวลดลงเล็กน้อยเท่ากับ 0.6%

 

ขณะที่การลงทุนของภาคเอกชนคาดว่าจะขยายตัว 3.7% เช่นเดียวกับการเติบโตของการลงทุนของรัฐบาล ที่จะเพิ่มขึ้นในอัตรา 2.5% จากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน นอกจากนี้ การส่งออกสินค้าและบริการจะยังขยายตัวได้โดยเฉพาะด้านบริการการท่องเที่ยวของประเทศจะเติบโตอย่างแข็งแกร่งจึงคาดว่าการมูลค่าส่งออกสินค้าและบริการโดยรวมจะเพิ่มขึ้น 5%

ข่าวล่าสุด