แต่อย่างไรก็ตาม หากเทียบกับความต้องการใช้ ในช่วงไตรมาสแรกนี้ ยังถือว่าปริมาณคาร์บอนเครดิต ที่นำออกมาขายยังน้อยกว่าอยู่มาก โดยเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา คณะกรรมการ องค์การบริหารจัดการ ก๊าซเรือนกระจกได้มีมติ เห็นชอบ รับรองปริมาณก๊าซเรือนกระจก
จากโครงการ ลดก๊าซเรือนกระจก ภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย (Thailand Voluntary Emission Reduction Program: T-VER) เพิ่มเติมอีก จำนวน 8 โครงการ มีปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ลดได้รวมทั้งสิ้น 460,600 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ซึ่งส่วนใหญ่เป็นโครงการประเภทพลังงานทดแทน
ทั้งนี้ ประโยชน์ของผลิตคาร์บอนเครดิต จะช่วยสร้างรายได้ให้แก่ชุมชน หรือ ภาคอุตสาหกรรมที่เข้าร่วม เป็นแรงจูงใจ ที่ทำให้มีผู้พัฒนา โครงการ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก มากขึ้น และ เพิ่มความได้เปรียบ ด้านการแข่งขัน เสริมความน่าเชื่อถือ ขององค์กร ในการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม