เมื่อ 5 แผนย่อยเสร็จแล้วจะถูกรวมเป็นแผนพลังงานชาติ ซึ่งจะตอบโจทย์การลดการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเป็นศูนย์ (Carbon Neutrality) โดยแผนพลังงานชาติดังกล่าวจะสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ ที่จะมีแผนปฎิรูปประเทศและแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ซึ่งจะต้องมีการทบทวน ปรับปรุง เพื่อให้ประเทศมีขีดความแข่งขันได้เพิ่มขึ้น โดยเปลี่ยนผ่านประเทศไปสู่พลังงานสะอาด
ทั้งนี้ เพื่อบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนไทยจะต้องดำเนินการ 3 เรื่อง คือ 1.โครงสร้างพื้นฐานทางพลังงานที่เป็นอัจฉริยะ 2. การปรับโครงสร้างตลาดและราคาให้ตอบโจทย์พลังงานรูปแบบใหม่ๆ 3. ปรับกฎระเบียบให้รองรับตลาดและการผลิต
สำหรับแผนพลังงานชาติจะมุ่งตอบโจทย์ลดโลกร้อนโดยวางกรอบไว้ 4 ส่วนและปักหมุดหมายไว้ที่จะไปให้ถึงในปี ค.ศ. 2050 ประกอบด้วย 1. เพิ่มการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนจากกำลังผลิตใหม่ๆ ให้มากกว่า 50% หลังปี ค.ศ. 2030 และจะมากขึ้นหลังจากนั้น โดยควบคู่กับเทคโนโลยีกักเก็บคาร์บอน (CCS และ CCUS) ไฮโดรเจน โดยพลังงานสะอาดจะเน้นพลังงานแสงอาทิตย์และลม ควบคู่เรื่องของแบตเตอรี่ (ESS) ซึ่งพลังงานแสงอาทิตย์ระยะแรกปี ค.ศ. 2030 จะมีระดับ 1 หมื่นเมกะวัตต์ และจากนั้นจะมีมากกว่า 2.5 หมื่นเมกะวัตต์ก่อนปี ค.ศ. 2050 เป็นต้น
2. ยานยนต์ไฟฟ้า (อีวี) ที่ใช้ไฟฟ้าสะอาดจะเพิ่มการใช้ 30-50% ระยะแรก และปี ค.ศ. 2040 รถใหม่จะเป็น EV 100% รวมถึงต้องมีปั๊มชาร์จถึง 12,000 สถานี และมีแพลตฟอร์มต่างๆ 3. เรื่องการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานให้ได้มากกว่า 30-40% เช่น เรื่องอุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพสูงมากกว่าปัจจุบัน และ 4. ปรับโครงสร้างพื้นฐานรองรับ 4D1E เช่น เรื่องของมิเตอร์ไฟฟ้าที่สมาร์ทมากขึ้น จะเข้ามารองรับการเปลี่ยนผ่านพลังงาน, การพัฒนาระบบไฟฟ้าที่มีการกระจายตัวและยืดหยุ่น
สำหรับแผนพลังงานชาติ ตามแนวทาง 4D1E จะประกอบไปด้วย 5 แผนย่อย 1.ด้านไฟฟ้า โดยมีเป้าหมายเพิ่มสัดส่วน RE, ลดสัดส่วนการผลิตเชื้อเพลิงที่ปลดปล่อย CO2, พัฒนาการกักเก็บคาร์บอน, พัฒนา Grid Modernization/Smart Grid, ผลิตพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานแบบกระจายศูนย์ 2. ด้านน้ำมัน ปรับปรุงมาตรฐานโรงกลั่นน้ำมัน, ส่งเสริมการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงคาร์บอนต่ำ และเชื้อเพลิงชีวภาพ , พัฒนาระบบการควบคุมกำกับดูแล และเก็บข้อมูล 3.ด้านก๊าซธรรมชาติ ส่งเสริมการใช้ LNG, เปิดเสรีกิจการก๊าซธรรมชาติโดยปรับปรุงกฎระเบียบ ที่เป็นอุปสรรคให้เกิดการแข่งขันอย่างเต็มรูปแบบ, พัฒนาระบบการประเมินศักยภาพ และกำกับดูแลให้ทันสมัย , พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรองรับการใช้แบบกระจายศูนย์
4.ด้านพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก ประเมินศักยภาพพลังงานหมุนเวียน, ส่งเสริมและพัฒนากลไกการผลิตไฟฟ้าแบบกระจายศูนย์, จัดทำแพลตฟอร์มและพัฒนาศูนย์ข้อมูล ในการควบคุมพลังงานหมุนเวียนด้วยระบบดิจิทัล, กำหนดมาตรการส่งเสริมให้เกิดการลงทุนในพลังงานหมุนเวียนมากขึ้น, ส่งเสริมการลงทุนในตลาดเทคโนโลยี RE, ศึกษาและพัฒนาการใช้ไฮโดรเจน และ 5.ด้านการอนุรักษ์พลังงาน กำหนดเป้าหมายการเพิ่มประสิทธิภาพ,ส่งเสริมการลงทุนในตลาดเทคโนโลยีการเพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน, พัฒนาเทคโนโลยีเพื่อบริหารจัดการ การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นต้น