svasdssvasds
logo-pwa

เพิ่ม nation online

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด
เนชั่นทีวี

เศรษฐกิจ

ชาวสวนตรังเมินยาง แห่ปลูก 'สละ' รับเงินแสน!

05 ตุลาคม 2565

เกษตรกรเมินยางพาราที่ราคาตกต่ำ หันปลูกสละสายพันธุ์สุมาลี ผลไม้ที่ขึ้นชื่อของบ้านเขาหอม ต.หนองปรือ อ.รัษฎา จ.ตรัง ขายหน้าสวนและขายออนไลน์ ขายได้ไม่ต่ำกว่า 50,000 บาทต่อเดือน

นางอาภรณ์ แหวนวงศ์ อายุ 44 ปี เกษตรกรทำสวนสละ ชาวหมู่ที่ 6 บ้านเขาหอม ต.หนองปรือ อ.รัษฎา จ.ตรัง พื้นที่ทั้งหมดประมาณ 10 ไร่ แต่ปลูกพืชผสมผสานทั้งสละสายพันธุ์สุมาลี หมาก และไม้เศรษฐกิจยืนต้นชนิดต่างๆ รวมทั้งสะตอ ทำให้พืชหลักๆทั้ง 3 ชนิด สามารถออกผลิตได้ตลอดทั้งปี เนื่องจากพื้นที่ 10 ไร่ดังกล่าว มีการขุดสระน้ำเอาไว้ใช้ในยามหน้าแล้ง ทำให้พืชทุกชนิดได้รับน้ำที่เพียงพอตลอดทั้งปี ดินอุดมสมบูรณ์ เฉพาะพื้นที่ปลูกสละ เนื้อที่โดยรวมประมาณ 5 ไร่ รวมจำนวน 150 ต้น มีต้นเพศผู้ สำหรับไว้ผลิตเกสรตัวผู้ จำนวน 10 ต้น ขณะนี้สละอายุได้ 7 ปี มีผลผลิตดกเต็มต้น ทางเจ้าของสวนต้องปักไม้ เพื่อผูกโยงทลายไม่ให้ตกถึงพื้นดิน ส่วนที่ออกผลโคนต้นไม่สามารถจะผูกได้ ก็นำกระสอบปุ๋ยมารองรับผลผลิตไว้ มีการใส่ปุ๋ยทุกๆ 45 วัน เพื่อเพิ่มความสมบูรณ์ของลำต้น ดอก เกสร และผล ทำให้สละที่ได้เนื้อหนา หวาน กรอบ อร่อย เป็นที่ชื่นชอบของลูกค้า รวมทั้งพ่อค้า แม่ค้าที่เป็นลูกค้าประจำสั่งไปจำหน่าย ทั้งนี้ ในญาติพี่น้องประมาณ 4 คน มีการปลูกสละพันธุ์สุมาลีเช่นเดียวกัน เนื้อที่รวมทั้งหมดประมาณ 20 ไร่ ทำให้สละสายพันธุ์สุมาลี บ้านเขาหอม ต.หนองปรือ อ.รัษฎา กลายเป็นผลไม้ขึ้นชื่ออีกชนิดหนึ่งในเวลานี้ เป็นที่ต้องการของพ่อค้าแม่ค้า

นางอาภรณ์ แหวนวงศ์ เจ้าของสวน บอกว่า ปลูกสละสายพันธุ์สุมาลี มาได้ประมาณ 7 ปี โดยเมื่อปลูกอายุได้ประมาณ 2 ปี 8 เดือน ก็จะออกดอก หลังจากนั้นก็สามารถผสมเกสรได้ และเมื่อผสมเกสรแล้ว ใช้เวลาประมาณ 7-8 เดือน ก็สามารถตัดขายได้ หลังจากนั้นก็มีรายได้ทุกวัน เพราะมีการผสมเกสรทุกวันๆละ 150 – 200 ช่อ แต่ถ้าเป็นช่วงหน้าแล้งดอกอาจจะน้อยลง ก็อาจจะได้ไม่ถึง 150 ช่อ จึงทำให้สามารถเก็บผลผลิตหมุนเวียนได้ทุกวัน ตลอดทั้งปี ส่วนหน้าแล้งก็จะมีระบบน้ำรองรับทำให้พืชไม่ขาดแคลนน้ำ ทั้งนี้ ต่อวันสามารถเก็บผลผลิตได้ประมาณ 40-50 กก. ซี่งส่วนใหญ่พ่อค้า แม่ค้า ประจำจะสั่งครั้งละ 50 -100 กก. ทั้งในจังหวัดและจังหวัดใกล้เคียง หรือมีเท่าไรก็เอาหมดโดยเดินทางมารับถึงสวน เพราะในพื้นที่ก็มีงานจำนวนมาก โดยเฉพาะงานศพ จึงต้องการสูง นอกจากนั้นในญาติพี่น้องก็ปลูกด้วย โดยเนื้อที่รวมกันประมาณ 20 ไร่ ทั้งนี้ ราคาขายหน้าสวนกก.ละ 50 บาท แต่หากขายปลีกกก.ละ 60 -70 บาท ของตนเองต่อเดือนให้ผลผลิตกว่า 1 ตัน หรือประมาณเดือนละกว่า 60,000 บาท บางเดือนได้สูงถึง 80,000 บาท หรือมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 600,000 บาทต่อปี ถือว่าดีกว่าจนเทียบกันไม่ได้กับการปลูกยางพาราในเนื้อที่เท่ากัน ซึ่งความจริงลูกค้าต้องการจำนวนมาก แต่ทางสวนรวมทั้งของญาติพี่น้องมีไม่พอขาย โดยเฉพาะช่วงที่มีงานเยอะ ออเดอร์ต้องการเยอะมาก ส่วนตัวขายผ่านทางออนไลน์ด้วยมีลูกค้าทั่วประเทศ ทั้งภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยขายในราคากก.ละ 50 บาทมาตลอด 7 ปี ราคาไม่ตกไปกว่านี้

ชาวสวนตรังเมินยาง แห่ปลูก 'สละ' รับเงินแสน!

 

ชาวสวนตรังเมินยาง แห่ปลูก 'สละ' รับเงินแสน!

แต่ปัญหาของชาวสวนขณะนี้คือ ราคาปุ๋ยแพงมาก จากเมื่อก่อนเคยซื้อกระสอบละ 700 – 800 บาท ต้องใส่ปุ๋ยเดือนละ 4 กระสอบทุกๆ 45 วัน เป็นเงินครั้งละ 3,000 – 4,000 บาท แต่ขณะนี้ปุ๋ยราคาแพงมากหลายเท่าตัวกระสอบละ 1,800 -1,980 บาท เพราะต้องใช้แม่ปุ๋ยซื้อมาผสมเอง ต้องจ่ายค่าปุ๋ยเพิ่มขึ้นตกเดือนละประมาณ 8,000 บาท ทำต้นทุนสูงขึ้นกว่า 2 เท่าตัว แต่ราคาขายหน้าสวนก็ยังกก.ละ50 บาท เท่าเดิม เท่ากับปุ๋ยกระสอบละ 700-800 บาท ไม่ได้ปรับราคาขายขึ้น เพราะห่วงคนซื้อไปขายต่อจะแบกรับภาระไม่ไหว ซึ่งสละจำเป็นต้องใส่ปุ๋ยเคมี ไม่สามารถจะทดแทนด้วยปุ๋ยอินทรีย์หรือปุ๋ยคอกได้ ถ้าจะใส่ปุ๋ยคอกใส่ตอนเฉพาะที่ยังไม่ให้ผลผลิตเท่านั้น แต่พอออกผลผลิตต้องใส่ปุ๋ยเคมีเท่านั้น เพราะต้องบำรุงทั้งต้น ดอก เกสร และผล เพื่อเพิ่มรสชาติความหวาน อยากให้รัฐช่วยลดราคาปุ๋ยลงมา เพื่อช่วยเหลือชาวสวน ผู้สนใจสามารถสั่งซื้อได้ที่เฟสบุ๊ก Arporn Wanwong โทรศัพท์ 094 -7876211 , 094 -2682855

    สำหรับปุ๋ยที่เกษตรกรใส่ ที่จำเป็นสำหรับพืชสละล้วนเป็นแม่ปุ๋ยทั้ง 3 สูตร ทั้งปุ๋ยยูเรีย สูตร 46-0-0, ปุ๋ยโพแทสเซียมคลอไรด์ สูตร 0-0-60 และปุ๋ยไดแอมโมเนียมฟอสเฟต สูตร 18-46-0 ให้ธาตุอาหารไนโตรเจนกับฟอสฟอรัส ใช้ บำรุงใบ บำรุงลำต้น เร่งดอก ไม้ทุกชนิด ใส่ผัก ผลไม้ นอกจากนั้นจะเพิ่มนอกเฉพาะสูตร 0-0-60 อีก 1กระสอบต่อเดือน ทำให้มีต้นทุนสูงในการทำสวน