รวมทั้งร่วมกับ กทม.จัดหน่วยฉีดวัคซีนเคลื่อนที่เชิงรุกใน 4 พื้นที่ใหญ่ของ กทม.ที่มีความเปราะบางและเสี่ยงสูง นำเข้ายาเรมดิซีเวียร์ ยาต้านโควิดจำนวน 2,000 ขวด และยาฟาวิพิราเวียร์อีก 1.2 ล้านเม็ด และร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขจัดตั้ง “หน่วยคัดกรอง และโรงพยาบาลสนามครบวงจร (End-to-End)” รองรับผู้ป่วยระดับสีเขียว 1,000 เตียง สีเหลือง 300 เตียง สีแดง (ICU) 120 เตียง
ไม่หมดเท่านี้ เมื่อสถานการณ์คลี่คลาย ปตท. เปิดตัวโครงการ “ลมหายใจเพื่อน้อง” โดยจัดงาน เดิน-วิ่ง เพื่อระดมทุนการศึกษาให้นักเรียนจากครอบครัวที่มีรายได้น้อยซึ่งได้รับผลกระทบจากโควิด โดยได้รับเงินบริจาครวม 151 ล้านบาท นำไปช่วยเหลือเยาวชนที่มีความเสี่ยงหลุดออกจากระบบการศึกษากว่า 60,000 คน ได้กลับเข้าเรียนอีกครั้งในภาคเรียนปีการศึกษา 2565
ขณะเดียวกันมีนโยบายที่จะช่วยขับเคลื่อนต่อลมหายใจให้กับเศรษฐกิจของประเทศ ผ่านโครงการ Restart Thailand โดยได้เปิดรับกลุ่มแรงงาน พนักงาน และนักศึกษาระดับ ปวช. ถึงปริญญาตรีจบใหม่ทุกภูมิภาคทั่วประเทศกว่า 25,000 อัตรา เข้าทำงานกับกลุ่ม ปตท. ให้เริ่มปฏิบัติงานในปี 2564 และจัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 โดยปี 2565 จำนวน 23,000 อัตรา
พร้อมทั้งกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ ด้วยการสนับสนุนค่าใช้จ่ายบางส่วนให้กับพนักงานครึ่งหนึ่ง (วงเงินคนละไม่เกิน 5,000 บาท) เพื่อให้พนักงานใช้จ่ายในการเดินทางในประเทศ
รวมแล้วนับตั้งแต่ปี 2563 ปตท.ได้ร่วมบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ผ่านโครงการต่างๆ รวมเป็นเงินกว่า 3,000 ล้านบาท