ทั้งนี้ กสทช.อาจพิจารณากำหนดเงื่อนไขหรือนำมาตรการเฉพาะสำหรับผู้มีอำนาจเหนือตลาดอย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้นจากที่มีการกำหนดไว้ในข้อ 9 ประกอบกับข้อ 12 ดังกล่าวข้างต้น จะถือว่าเป็นการมอบอำนาจการพิจารณาอนุญาตให้ถือครองธุรกิจของผู้รับใบอนุญาตรายอื่นที่เป็นอำนาจเฉพาะตัวของ กสทช. ตามมาตรา 27 (11) แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 และที่แก้ไขเพิ่มเดิม และมาตรา 21 แห่งพระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2544 ประกอบข้อ 8 ของประกาศ กทช. เรื่อง มาตรการเพื่อป้องกันมิให้มีการกระทำอันเป็นการผูกขาดหรือก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมในการแข่งขันในกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2549 ให้เลขาธิการ กสทช. หรือไม่และจะมีผลประการใด และจะเป็นการกระทบต่อหลักการป้องกันมีให้มีการกระทำอันเป็นการผูกขาดหรือก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมในการแข่งขันในกิจการโทรคมนาคมตามกฎหมายและประกาศเกี่ยวข้อง หรือไม่ อย่างไร
“ ผมค่อนข้างเชื่อว่าการรายงานต่อกฤษฎีกาครั้งนี้น่าจะครบถ้วนและครอบคลุมตามคำถามของบอร์ดกสทช.ที่ต้องการอยากจะให้ท่านกฤษฎีกาทุกท่านช่วยชี้แนะในประเด็นกฎหมายแล้ว ดังนั้น เข้าไปชี้แจงครั้งเดียวก็น่าจะได้คำตอบว่าท่านจะคิดเห็นอย่างไร ”
สำหรับในวันพรุ่งนี้ (14 ก.ย.) การประชุมบอร์ดกสทช.จะมีวาระค้างให้บอร์ดกสทช.พิจารณาประเด็นการรวมธุรกิจดังกล่าว เพราะในส่วนที่ผมรับผิดชอบที่เป็นของสำนักงานกสทช.ได้ทำการบ้านตามที่บอร์ดกสทช.สั่งครบแล้ว ตามที่ให้ไป
วิเคราะห์โครงสร้างการรวมธุรกิจของรวมถึงผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมทั้งหมดที่บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท โทเทิ่ล แอ๊คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด และ New Co (ชื่อบริษัทใหม่หากมีการควบรวมแล้ว) มีอำนาจควบคุม
วิเคราะห์ผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นต่อการบริหารจัดการ การดำเนินธุรกิจ การแข่งขันในตลาดของผู้รับใบอนุญาตการประกอบกิจการโทรคมนาคมที่บริษัท New Co เข้าเป็นผู้มีอำนาจควบคุม
วิเคราะห์ผลดีอันเกิดจากการประหยัดเนื่องจากขนาด (economies of scale) อย่างเป็นรูปธรรมและแนวทางในการส่งต่อผลดีดังกล่าวไปยังผู้บริโภคอย่างประเมินได้ชัดเจน
วิเคราะห์การถือครองคลื่นของบริษัท New Co ว่าก่อให้เกิดการได้เปรียบและมีผลต่อการแข่งขันในตลาดหรือไม่ อย่างไร
วิเคราะห์แนวทางในการลดอัตราค่าบริการ การรักษาคุณภาพการบริการเพื่อลดผลกระทบต่อผู้บริโภคในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว
วิเคราะห์มาตรการการส่งเสริม MVNO (บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบโครงข่ายเสมือน) และเสนอแนวทางในการปรับปรุงกฎเกณฑ์ เพื่อให้ MVNO สามารถเกิด คงอยู่ และแข่งขันได้ในตลาดเพื่อเพิ่มระดับการแข่งขันให้สูงขึ้น รวมทั้งทางเลือกให้ผู้บริโภค
“ผมไม่อาจก้าวล่วงได้ว่าบอร์ดกสทช.ทุกคนจะลงมติในวันพรุ่งนี้เลยหรือไม่ เพราะทุกอย่างถือเป็นดุลยพินิจของแต่ละท่าน และส่วนคำถามที่ว่าคำวินิจฉัยของกฤษฎีกาจะมีผลผูกพันกับมติบอร์ดหรือไม่ เรื่องนี้ก็ขึ้นอยู่กับที่ประชุมเช่นกันว่าจะคิดเช่นไร แต่ถึงตอนนี้ถือว่าทุกอย่างครบแล้ว รอเพียงการลงมติเท่านั้น ”
สำหรับคณะกรรมการกฤษฏีกาคณะที่ 1 ประกอบด้วย
นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการ
นายอารีย์ วงศ์อารยะ กรรมการ
นายอาษา เมฆสวรรค์ กรรมการ
นายสุรชัย ภู่ประเสริฐ กรรมการ
นายปรีชา วัชราภัย กรรมการ
นายประสพสุข บุญเดช กรรมการ
นายดิสทัต โหตระกิตย์ กรรมการ
นายทศพร ศิริสัมพันธ์ กรรมการ
หม่อมหลวงไกรฤกษ์ เกษมสันต์ กรรมการ
ลำดับเหตุการณ์ควบรวม ทรู-ดีแทค
กสทช. ได้สั่งให้สำนักงาน กสทช. ทำหนังสือที่ สทช 2402/38842 ลงวันที่ 25 ส.ค.65 เพื่อขอให้นายกฯ พิจารณาสั่งการให้คณะกรรมการกฤษฎีกาให้ความเห็นในประเด็นข้อกฎหมายเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของ กสทช. ต่อดีลควบรวมธุรกิจทรู-ดีแทค
อย่างไรก็ดี คราวนั้น คณะกรรมการกฤษฎีกา มีหนังสือปฏิเสธการให้ความเห็นในกรณีดังกล่าวมาแล้ว เพราะถือเป็นอำนาจของ กสทช.ตามบทบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ ทั้งยังเป็นกรณีที่กฤษฎีกาไม่อาจก้าวล่วงได้เนื่องจากประเด็นที่หารือ ยังเป็นคดีความอยู่ในชั้นศาล
ล่าสุด หลังนายกฯถูกศาลรธน.สั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ มอบหมาย บิ๊กป้อม มารักษาการนายกฯ ได้ใช้อำนาจรักษาการนายกฯ สั่งการให้ สำนักงานเลธิการนายกฯ ทำหนังสือที่ นร 0403 (กน)/12008 ลงวันที่ 5 ก.ย. 65 แจ้งมายังสำนักงาน กสทช. ว่า พล.อ.ประวิตร ได้มีบัญชา “เห็นชอบ” ตามที่สำนักงาน กสทช. ร้องขอ และได้แจ้งให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีการับทราบแล้ว
ทั้งที่ตอน ประยุทธ์ เป็นนายกฯ กฤษฏีกาขณะนั้น ได้ทำหนังสือ ตอบทำเนียบฯ ปฏิเสธ วินิจฉัยประเด็นอำนาจกสทช.มาแล้วครั้งหนึ่ง
คณะกรรมการกฤษฎีกา คณะที่ 1 ได้นัดประชุมเรื่องดังกล่าว ในวันที่ 13 ก.ย. 65 นี้ โดยขอให้สำนักงาน กสทช. ส่งผู้แทนเข้าร่วมชี้แจงต่อที่ประชุมด้วย ซึ่งสำนักงาน กสทช. ได้ส่ง นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ กสทช. รักษาการแทนเลขาธิการ กสทช. พร้อมนายสุทธิศักดิ์ ตันตะโยธิน รองเลขาธิการ กสทช.
น่าสนใจกว่านั้น การส่งเรื่องให้ คณะกรรมการกฤษฏีกา คณะที่ 1 วินิจฉัย นั้น เปิดชื่อหัวโต๊ะ ทำหน้าที่ ก็คือ มีชัย ฤชุพันธุ์ ผู้ที่เคยได้รับแต่งตั้งเป็นประธานในคณะกรรมการกฤษฏีกาชุดพิเศษ ตีความ ปม 8 ปีนายก ว่าให้นับตามรัฐธรรมนูญฉบับปี 60 เท่านั้น
โดยประเด็นที่ต้องจับตามองคือวันนี้ (13 ก.ย.) มีชัย จะทำหน้าที่ตีความ อำนาจกสทช. ตามบัญชา พล.อ.ประวิตร ในฐานะรักษาการนายกฯ หรือไม่
ขอบคุณข้อมูล : กรุงเทพธุรกิจ