สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานประกันสังคม สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม การยางแห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กรมการขนส่งทางบก กรมการกงสุล กรมราชทัณฑ์ กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กรมกิจการเด็กและเยาวชน กรมกิจการผู้สูงอายุ กรมควบคุมโรค สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กรมหม่อนไหม การท่าเรือแห่งประเทศไทย การรถไฟแห่งประเทศไทย ธนาคารแห่งประเทศไทย ธนาคารออมสิน
ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด และบริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด รวมทั้งหน่วยงานภายใต้กระทรวงการคลัง ได้แก่ สำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง และสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ซึ่งหน่วยงานทั้งหมดจะร่วมมือกันดำเนินการในโครงการฯ ปี 2565 เช่น การรับลงทะเบียน การตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ลงทะเบียน การประมวลผล การจัดทำฐานข้อมูล การประกาศผลผู้มีสิทธิ์ เป็นต้น ให้สำเร็จลุล่วงได้อย่างราบรื่นภายในระยะเวลาที่กำหนด
นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง เปิดเผยว่า การลงทะเบียนโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ กระทรวงการคลังยืนยันว่า ไม่ได้นำเรื่องงบประมาณที่จะใช้ มาเป็นตัวกำหนดว่า จะต้องมีผู้ได้รับสิทธิ์เท่าใด จากปัจจุบันที่มีผู้ได้สิทธิ์ 13.3 ล้านคน ตั้งงบประมาณช่วยเหลือปีละ 4.8 หมื่นล้านบาท การช่วยเหลืออาจจะได้เท่าเดิม หรือเพิ่มเป็น 15 ล้านคนก็ได้ วงเงินช่วยเหลือไม่จำกัด ถ้าผู้ลงทะเบียนเข้าเกณฑ์ คลังก็ให้ทั้งหมด ไม่มีข้อจำกัดกรอบวงเงินว่าจะให้กี่ราย
ส่วนที่ถามว่าบัตรรอบใหม่จะมีการช่วยเหลือค่าเช่าบ้าน ช่วยค่าไฟเพิ่มเติมจากมาตรฐานของบัตร หรือไม่ ก็เป็นบางช่วงที่ประชาชนมีความลำบาก ปีที่ผ่านมามีโควิด-19 ช่องทางที่รัฐบาลจะให้ความช่วยเหลือกับประชาชนส่วนใหญ่รัฐบาลจะมองไปที่ผู้ด้อยโอกาส หรือผู้มีความยากจน ซึ่งเงินไม่พอใช้อยู่แล้ว ก็จะลงไปเยียวยาดูแลคนระดับนี้ก่อน เติมให้ไปในภาวะเศรษฐกิจที่มันถดถอย
“ถามว่าคนจนยังจนอยู่อย่างนี้หรือไม่ ถ้าไม่มีโควิดช่วง 2 ปี วันนี้คนจนอาจจะลดลงมาก เพราะรัฐบาลได้ทำสร้างงานสร้างอาชีพไปค่อนข้างมาก แต่โควิดเกิดทั่วโลก มีสงครามยูเครนรัสเซีย ทำให้การค้าขายซบเซา”
ทั้งนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังได้กล่าวเพิ่มเติมว่า คณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคมได้กำหนดวันลงทะเบียนโครงการฯ เป็นช่วงระหว่างวันที่ 5 กันยายน – 19 ตุลาคม 2565
โดยประชาชนที่มีคุณสมบัติและต้องการได้รับสวัสดิการภายใต้โครงการฯ ปี 2565 ทุกคนจะต้องลงทะเบียนใหม่ ผ่านช่องทางการลงทะเบียนทางเว็บไซต์ https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th หรือhttps://welfare.mof.go.th และช่องทางการลงทะเบียน ณ หน่วยงานรับลงทะเบียนในพื้นที่ทั่วประเทศ ได้แก่ สำนักงานคลังจังหวัด ที่ว่าการอำเภอทุกอำเภอ สำนักงานเขตกรุงเทพมหานคร สำนักงานเมืองพัทยา สาขาธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สาขาธนาคารออมสิน และสาขาธนาคารกรุงไทย จํากัด (มหาชน) รวมทั้ง จุดให้บริการของธนาคารดังกล่าวมากกว่า 7,000 แห่ง โดยประชาชนสามารถดูรายละเอียดการดำเนินโครงการฯ เพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th หรือ https://welfare.mof.go.th