เนชั่นทีวี

ข่าว

สอท.-ตร. ยันยังไม่จับใคร ปมสลิปปลอม โอน 7 ล้านให้ "อนุทิน" เตือนมือแชร์โดนด้วย

26 ต.ค. 2569 | thunchanok_kul

สอท.-ตร. ยันยังไม่จับใคร ปมสลิปปลอม โอน 7 ล้านให้ "อนุทิน" เตือนมือแชร์โดนด้วย

สอท.เร่งรวบรวมหลักฐานเอาผิด เจ้าของเพจ "Godd Dam" โพสต์สลิปปลอมโอนค่าน้ำชา 7 ล้าน ให้ “อนุทิน” ยืนยัน ไม่ได้เร่งทำเพราะเป็นคดีพาดพิง "นายกฯ" แต่กระทบการบริหารราชการแผ่นดิน ด้านโฆษก ตร. เบรกกระแสข่าวจับกุมเจ้าของเพจ ยังไม่ได้เชิญใครสอบปากคำ เตือนนักการเมือง-ประชาชนระวังแชร์ข้อมูลเท็จ เสี่ยงผิดกฎหมาย

สอท.เร่งรวบรวมหลักฐานเอาผิด เจ้าของเพจ "Godd Dam" โพสต์สลิปปลอมโอนค่าน้ำชา 7 ล้าน ให้ “อนุทิน” ยืนยัน ไม่ได้เร่งทำเพราะเป็นคดีพาดพิง "นายกฯ" แต่กระทบการบริหารราชการแผ่นดิน ด้านโฆษก ตร. เบรกกระแสข่าวจับกุมเจ้าของเพจ ยังไม่ได้เชิญใครสอบปากคำ เตือนนักการเมือง-ประชาชนระวังแชร์ข้อมูลเท็จ เสี่ยงผิดกฎหมาย

KEY

POINTS

  • ยันยังไม่จับใคร: สอท. และ โฆษก ตร. สยบข่าวลือ ยันยังไม่ได้จับกุมแอดมิน Godd Dam ปมสลิปปลอมอนุทิน
  • แบงก์ยันสลิปเก๊: ตรวจสอบกสิกรไทยยันไร้สลิป 7 ล้าน จ่อสอบเชิงลึกฟันเรียงกระทง 1 โพสต์ต่อ 1 กรรม
  • เตือนมือแชร์โดนด้วย: ย้ำทำงานตรงไปตรงมาไม่สนพรรคการเมือง เตือนคนแชร์ต่อเสี่ยงโดนคดีอาญาด้วย

26 ตุลาคม 2569 พล.ต.ท.ทินกร รังมาตย์ ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ผบช.สอท. ) ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้า กรณีการดำเนินคดีเจ้าของเพจ Godd Dam ที่เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับการแสดงสลิปการโอนเงินจำนวน 7 ล้านบาท ไปยังบัญชีระบุชื่อ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี โดยอ้างว่าเป็นค่าน้ำชา ว่า ตำรวจไซเบอร์ได้รับคำสั่งให้ทำการสืบสวนเรื่องนี้ และมอบให้ สอท.4 ไปดำเนินการส่วนที่เกี่ยวข้องแล้ว แต่ยังไม่ได้แตะตัวหรือดำเนินการใดๆ กับผู้กระทำความผิด


โดยขณะนี้ ยังไม่มีใครมากล่าวโทษ แต่ถือว่า มีความผิดในฐานนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จ จึงทำให้ตำรวจสามารถร้องทุกข์กล่าวโทษต่อได้ เพราะกรณีนี้มีการนำข้อมูลอันเป็นเท็จที่ไม่มีจริงมาโพสต์ และตำรวจเราตรวจสอบข้อมูลกับทางธนาคารแล้วพบว่า สลิปนี้ไม่มีอยู่จริง


เมื่อถามประเด็นที่มีการกล่าวโทษร้องทุกข์ และข้อสงสัยว่า ทำไมคดีที่เกี่ยวข้องกับนายกรัฐมนตรี จึงมีการทำงานได้อย่างรวดเร็ว เป็นการเลือกที่รักมักที่ชังหรือไม่ พล.ต.ท.ทินกร ระบุว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่กระทบกับการบริหารราชการแผ่นดิน ดังนั้นในหลายส่วนที่ตำรวจสามารถดำเนินการได้ก็จะช่วยดำเนินการตามบทบาทและหน้าที่ แม้กระทั่งเรื่องของชาวบ้านอะไรที่มีผลกระทบในเชิงลึกตำรวจก็สามารถที่จะดำเนินการให้ได้ 


และขณะนี้นายกรัฐมนตรียังไม่ได้มีการแจ้งความ และยังไม่ได้มอบหมายให้ผู้ใดมาดำเนินการ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับท่านว่าจะมอบหมายให้ใครมาให้ข้อมูลหรือไม่ แต่ตำรวจก็จะดำเนินการตามขั้นตอนและพยานหลักฐานที่กำลังรวบรวมอยู่


และวันนี้ยังไม่ได้มีการไปดำเนินการจับกุมใครและตรวจค้นใคร อยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานอะไรที่เป็นความผิดก็ว่าไปตามผิด

สอท.-ตร. ยันยังไม่จับใคร ปมสลิปปลอม โอน 7 ล้านให้ "อนุทิน" เตือนมือแชร์โดนด้วย

ส่วนหลักฐานที่มีเอาผิดได้หรือยังนั้น พล.ต.ท.ทินกร ระบุว่า หลักฐานที่ตรวจสอบกับธนาคารกสิกร ยืนยันว่า ไม่มีสลิปนี้อยู่จริง และอยู่ระหว่างการทำข้อมูลย้อนหลังด้วยว่า เจ้าของเพจดังกล่าวมีการโพสต์ในลักษณะใดบ้าง


เมื่อถามว่า เจ้าของเพจดังกล่าวมีการโพสต์ในลักษณะพาดพิงนักการเมืองหรือบุคคลใดที่มีชื่อเสียงหรือไม่นั้น พล.ต.ท.ทินกร ระบุว่า อยู่ระหว่างการสืบสวนแต่ก็ได้มีข้อมูลเชิงลึกที่ได้เก็บหลักฐานไว้แล้ว 


ส่วนเจ้าของเพจจะมีทัศนคติบางอย่างทางการเมืองหรือไม่นั้น ยังไม่ขอเปิดเผย แต่จากพยานหลักฐานเชื่อว่ามีตัวตนจริง และยังเป็นบุคคลไม่ใช่อวตาร และขณะนี้ได้ประสานการปฏิบัติกันหลายหน่วยเพื่อป้องกันการหลบหนีของผู้กระทำความผิด


เมื่อถามย้ำว่า นักการเมืองที่เป็นผู้แชร์ข้อความส่งต่อจะมีความผิดด้วยหรือไม่นั้น พล.ต.ท.ทินกร ตอบว่า คนแชร์หรือคนส่งต่อข้อมูลก็ต้องถูกดำเนินคดีด้วย เพราะก่อให้เกิดความสับสนในสังคมและก่อให้เกิดความวุ่นวาย และตำรวจไซเบอร์ทำงานด้วยพยานหลักฐาน และให้เป็นไปตามกฎหมาย จึงไม่ได้กังวลว่าจะไปกระทบกับพรรคการเมืองใดหรือไม่ ตราบใดที่บังคับใช้กฎหมายด้วยความเป็นธรรม เสมอภาค เท่าเทียมสิ่งนี้ก็จะเป็นเกราะป้องกันเราได้อย่างดี

ด้าน พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยืนยันว่า กรณีการจับกุมชายที่เป็นข่าว ขณะนี้ "ยังไม่มีการควบคุมตัว ผู้หนึ่งผู้ใด ในคดีนี้ จากเดิมที่มีกระแสข่าวว่าจับกุมตัวแล้วเอาตัวมาสอบที่บางเขน ยืนยันว่าไม่ใช่ และยังไม่มีการจับกุมตัวใดๆ รวมถึง DE จะไปควบคุมตัวเลยก็ยังทำไม่ได้ โดยปกติ จะมีการประสานงานกันอยู่แล้ว เพราะไซเบอร์เป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงเกี่ยวกับเรื่องความผิดทางเทคโนโลยี"


แต่บุคคลนี้ มีพฤติการณ์โพสต์ลักษณะเรื่องอันเป็นเท็จ แล้วทำให้เกิดความสับสนในประเทศชาติ และเกิดความเสียหายกับบุคคลใดบุคคลหนึ่งมาโดยตลอด ดังนั้นจึงต้องมีการพิสูจน์ทราบตัวบุคคลเพื่อจับกุมตัวมาดำเนินคดี


ส่วนคดีสลิปปลอม 7 ล้านบาท ก็ต้องตรวจสอบว่า เป็นความผิดส่วนตัวหรือไม่ หากเป็นความผิดส่วนตัวก็ต้องแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดี แต่หากเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ประชาชนเกิดความตื่นตระหนก หรือเป็นความผิดต่อรัฐ ตำรวจก็สามารถแจ้งความดำเนินคดีได้


ส่วนนายชัยรัตน์ เข้าไปเกี่ยวข้องกับคดีสลิปปลอม 7 ล้าน หรือไม่ พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ระบุว่า หากพิสูจน์ตัวตนแล้วว่า คนนี้เป็นเจ้าของเพจ Godd Dam แล้วได้ตัวมาก็ต้องสอบปากคำว่ามีทัศนคติอย่างไร ทำไมถึงไปโพสต์ในลักษณะที่ทำให้เกิดความสับสนในประเทศชาติ หรือเป็นการให้ร้ายบุคคลอื่น 


“เราต้องดูว่า เจ้าของบัญชี Godd Dam เป็นใคร และจะต้องมีการสืบสวนพิสูจน์ทราบ เมื่อพิสูจน์ทราบได้แล้ว ก็ต้องดูความผิดในแต่ละโพสต์ว่าผิดอย่างไร 1 โพสต์ต่อ 1 กรรม แล้วโพสต์ที่จะดำเนินคดีมีกี่โพสต์เป็นความผิดต่อใคร ต่อส่วนตัวหรือต่อรัฐ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการ และจะดำเนินการอย่างเร่งด่วน”


ส่วนกรณีคนที่แชร์โพสต์ และมีนักการเมืองด้วยจะถือว่ามีความผิดหรือไม่ พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ระบุว่า ต้นโพสต์ผิดอยู่แล้ว และถ้าคนแชร์รู้อยู่แล้วว่าเป็นความเท็จ แต่ยังแชร์ต่อก็ต้องดำเนินคดี ซึ่งขณะนี้ได้มีการเก็บพยานหลักฐานไว้แล้ว “ต้นทางผิด แล้วไปโพสต์ต่อก็ถือว่าผิด และตำรวจจะดำเนินการต่อไป”


นอกจากนี้ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยังได้ฝากเตือนไปยังพี่น้องประชาชนทั่วไปและกลุ่มผู้ใช้งานโซเชียลมีเดียว่า "หากได้รับข้อมูลที่มีลักษณะพาดพิงบุคคลสำคัญหรือทำให้เกิดความสับสนในประเทศ ขอให้รับฟังอย่างมีสติ ก่อนที่จะเชื่อหรือกดแชร์ต่อ เพราะหากข้อมูลดังกล่าวเป็นความผิด ผู้ที่แชร์ต่อหรือเผยแพร่ก็จะต้องได้รับโทษทางกฎหมายเช่นเดียวกันกับผู้โพสต์ต้นทาง"


ทั้งนี้ ผบ.ตร.ได้สั่งกำชับ ให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และให้ความสำคัญกับเรื่องคดี และเรื่องของความสับสนที่เกิดขึ้น จึงย้ำว่า ข้อเท็จจริงยังไม่ได้มีการจับกุมตัว และทุกอย่างเป็นไปตามพยานหลักฐาน

ข่าวล่าสุด