เนชั่นทีวี

ข่าว

"ชัชชาติ" แจงเยียวยาน้ำท่วม กทม. ไม่ล่าช้า อนุมัติแล้ว 4 แสนครัวเรือน

21 ต.ค. 2569 | titayu_pur

"ชัชชาติ" แจงเยียวยาน้ำท่วม กทม. ไม่ล่าช้า อนุมัติแล้ว 4 แสนครัวเรือน

"ชัชชาติ" ยัน กทม. ไม่ได้ล่าช้าจ่ายเงินเยียวยาน้ำท่วม แต่มีประชาชนยื่นเรื่องมาเป็นล้านคน ล่าสุดอนุมัติไปแล้วกว่า 4 แสนคน คาดภายใน 1-2 สัปดาห์ จะสามารถดำเนินการที่เหลือได้

"ชัชชาติ" ยัน กทม. ไม่ได้ล่าช้าจ่ายเงินเยียวยาน้ำท่วม แต่มีประชาชนยื่นเรื่องมาเป็นล้านคน ล่าสุดอนุมัติไปแล้วกว่า 4 แสนคน คาดภายใน 1-2 สัปดาห์ จะสามารถดำเนินการที่เหลือได้

KEY

POINTS

  • กทม. อนุมัติเยียวยาแล้ว 4 แสนราย: ชัชชาติ ยัน กทม. ไม่ได้ล่าช้า จ่ายเงินเยียวยาน้ำท่วมผ่านแอปทางรัฐ 5,000/9,000 บาท แล้วกว่า 4 แสนครัวเรือน
  • เร่งอนุมัติส่วนที่เหลือใน 1-2 สัปดาห์: คาดเคลียร์เอกสารส่วนที่เหลือได้ทั้งหมด พร้อมขยายเวลาขอยื่นรับเงินเยียวยาน้ำท่วมไปจนถึงวันที่ 30 พ.ย. นี้
  • เตือนอย่าสวมสิทธิ์-ลงพื้นที่ซ่อมบ้าน: เตือนยื่นข้อมูลเท็จมีความผิดอาญา พร้อมจัดส่งทีมช่างลงพื้นที่สำรวจและช่วยซ่อมแซมบ้านเรือนประชาชนภายในสัปดาห์นี้

21 ตุลาคม 2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่า กทม. ชี้แจงกรณีการจ่ายเงินเยียวยาน้ำท่วม กทม. เร่งอนุมัติแล้วกว่า 4 แสนครัวเรือน วงเงิน 5,000/9,000 บาท ผ่านแอปทางรัฐ โดยยืนยันว่า กทม. ไม่ได้ทำงานล่าช้า แต่เนื่องจากมีผู้ยื่นขอรับสิทธิเป็นจำนวนมากนับล้านคน จึงต้องใช้เวลาตรวจสอบข้อมูลเพื่อความถูกต้องแม่นยำตามระเบียบกฎหมาย พร้อมขยายเวลารับเรื่องเยียวยาถึง 30 พ.ย. นี้ และเตรียมส่งทีมลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย เพื่อซ่อมแซมบ้านเรือนประชาชนภายในสัปดาห์นี้อย่างเร่งด่วน 

 

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ชี้แจงถึงกรณีการจ่ายเงินเยียวยาน้ำท่วมส่วนของ กทม. และสถานการณ์น้ำท่วมใน กทม. บอกว่า สถานการณ์ในภาพรวมดีขึ้นมาก และหลังน้ำท่วมคลี่คลายลง มี 2 ปัญหาหลัก คือ ขยะและการเยียวยา หลังน้ำลดได้ดำเนินการเก็บขยะไปกว่า 25,000 ตัน และสามารถเคลียร์ขยะไปได้เกือบหมดแล้ว

 

ส่วนเรื่องเยียวยา มองว่ารัฐบาลทำได้เร็วผ่านแอปทางรัฐ แต่ในแอปทางรัฐก็จะมีปัญหาเรื่องคนที่ส่งข้อมูลไม่ครบ แล้วต้องยื่นข้อมูลเพิ่มเติม ซึ่งต้องมาส่งเอกสารเพิ่มเติมที่สำนักงานเขต และขณะนี้ กทม. อนุมัติไปแล้วกว่า 4 แสนครัวเรือน ซึ่งอาจจะมีประชาชนมารอกันที่สำนักงานเขตบ้าง เพราะอาจจะเข้าใจว่า มีกำหนดระยะเวลา แต่ กทม. ได้ชี้แจงเรื่องการขยายระยะเวลาไปแล้ว สถานการณ์ก็คลี่คลายขึ้น

"กทม. ขอบคุณมาตรการเยียวยาของรัฐบาลในเงินก้อนแรก วงเงิน 5,000/9,000 บาท ที่ทำให้จ่ายให้กับประชาชนได้ ทั้งนี้ ยืนยันว่าทุกอย่างจะต้องเป็นไปตามกฎหมาย อาจจะมีข้อมูลคลาดเคลื่อน ก็ต้องทำการตรวจสอบให้มั่นใจว่าทุกอย่างดำเนินการไปตามระเบียบ ส่วนกรณีแก้มลิง ได้หารือกับ สทนช. โดยได้ตั้งกรรมการเข้ามาเพื่อทบทวนศึกษาให้รอบคอบ ซึ่งอยู่ระหว่างหารือกับ สทนช."

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่า กทม.

 

คาดเร่งอนุมัติส่วนที่เหลือใน 1-2 สัปดาห์

 

นายชัชชาติ ยังบอกอีกว่า เราก็ต้องเห็นใจเจ้าหน้าที่ หากตัวเลขแปลก ๆ อย่างกรณีที่สายไหม ทำไมมีคนเช่าเยอะ อาจจะมีอยู่จริง 20-30 คน ก็ต้องส่งเจ้าหน้าที่ลงไปสอบถามข้อเท็จจริง ทั้งนี้ แม้ สก. จะไม่ได้รับรองอะไรได้ แต่ก็มีผลในการช่วยเหลือประชาชน เพราะพาไปดูพื้นที่ พาไปดูการระบายน้ำ ซึ่งถือว่าเป็นกำลังที่เข้มแข็งในการทำงานร่วมกับ กทม. ในการดูแลประชาชน

“ไม่ใช่ทุกคนที่ขอมาแล้วจะได้รับอนุมัติโดยอัตโนมัติ คนที่ให้ได้ก็ให้เลย ที่เหลือก็ต้องตรวจสอบ ที่มีการถามว่า ทำไม กทม. ล่าช้า จริง ๆ กทม. ไม่ได้ล่าช้า แต่เรามีคนจำนวนมาก มีคนยื่นมาเป็นล้านคน เจ้าหน้าที่อนุมัติไปแล้ว 4 แสน ถือว่าเป็นตัวเลขที่สูงในระดับหนึ่งเลย”

ส่วนกรอบระยะเวลา ก็คิดว่าภายใน 1-2 สัปดาห์จะพิจารณาได้แล้วเสร็จ แต่ก็จะต้องดูเป็นรายกรณีว่า มีความยากง่ายแค่ไหน และ กทม. ก็ยังมีเรื่องการฟื้นฟู เรื่องของการเคลมที่จะต้องแบ่งคนไปด้วย

ขอบคุณรัฐบาล มีแอปทางรัฐช่วยให้จ่ายเงินเยียวยาก้อนแรก บรรเทาความเดือดร้อนประชาชนได้

 

ส่วนจะมีการประสานกับทาง ปภ. ให้ช่วยส่งเจ้าหน้าที่มาหรือไม่นั้น นายชัชชาติ มองว่า คงต้องคุยกัน และทุกอย่างปรับปรุงได้ แต่ตอนนี้ก็เอารูปแบบเดิมไปก่อน โดยจะขยายช่องทางและขยายเวลา และมองว่าปีนี้การเยียวยาค่อนข้างเร็ว เพราะรัฐบาลมีโปรแกรมและมีเกณฑ์ที่ง่ายในการจ่ายไปก่อน 5,000/9,000 บาท ให้ได้เงินไปก่อน ทำให้บรรเทาภาระของประชาชนไปได้

 

เมื่อถามถึงกรณีที่โฆษกรัฐบาลออกมาบอกว่า อย่ามาโทษแอปทางรัฐว่าใส่รูปไม่ได้ นายชัชชาติ ระบุว่า กทม. ไม่เคยโทษแอปทางรัฐ ขอบคุณด้วยซ้ำที่ทำให้งานเร็วขึ้น แต่ในอนาคตหากมีการเพิ่มรูปภาพได้ก็จะยิ่งดี แต่ถ้าไม่ได้ก็ต้องรับมาปรับปรุง ซึ่งการขยายระยะเวลาการแจ้ง และเพิ่มจำนวนคอมพิวเตอร์ 85 เครื่องที่เขตสายไหม ก็เพื่อรองรับส่วนนี้

“เราไม่เคยโทษแอปทางรัฐ และทำได้ดี และขอบคุณที่ทำให้เยียวยาประชาชนได้ 4 แสนคนแล้ว ก็ขอบคุณรัฐบาลที่ช่วยเหลือส่วนนี้”

ส่วนการซื้อขายคิว ตอนนี้ไม่ต้องกังวลแล้ว เพราะสามารถทยอยมาได้ทั้งวัน และมองว่าอาจจะมีความต้องการพุ่งขึ้นในช่วงบางวัน และก็ไม่คิดว่าจะมาพร้อมกัน จึงปรับแล้วทำให้สถานการณ์ดีขึ้น

 

ส่วนกรณีผู้ที่แจ้งข้อมูลอันเป็นเท็จเพื่อหวังรับเงินเยียวยา นายชัชชาติ เปิดเผยว่า การกระทำดังกล่าวมีความผิดทางอาญาแน่นอน เป็นการเอาเปรียบผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจริง ๆ ไม่ควรทำอย่างแน่นอน ส่วนผู้ที่ไม่เข้าใจจริง ๆ แต่กรอกข้อมูลผิด ขอให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ก่อนกรอกข้อมูลลงไป เพื่อความถูกต้องและรวดเร็ว

 

นายชัชชาติ ยังบอกด้วยว่า แผนการดำเนินการหลังจากนี้ของ กทม. จะให้ทุกเขตทบทวนทุกจุดที่มีความเสี่ยงและมีปัญหา รวมถึงแนวทางป้องกัน เพื่อเข้าไปแนะนำและรองรับน้ำสำหรับปีต่อไป ซึ่งหมู่บ้านไหนมีข้อสงสัย ก็สามารถไปสอบถามทางเขตได้ว่าจะต้องปรับปรุงแนวกั้นน้ำบริเวณใด เพื่อจะได้ทำให้สถานการณ์ดีขึ้น

 

ขยายเวลาลงทะเบียนถึง 30 พ.ย. 69 นี้

 

ขณะที่ นางสาวทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร อธิบายรายละเอียดด้วยว่า กทม. ได้ประกาศสิ้นสุดสาธารณภัยไปอีก 6 เขต ทำให้ตอนนี้เหลือแค่ 2 เขต คือ ลาดกระบังและหนองจอก เพราะบางเส้นทางของลาดกระบังยังมีน้ำอยู่ 10-15 เซนติเมตรบนเส้นทางสัญจร ส่วนหนองจอกเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ ระบายน้ำได้ช้า และมีการระบายน้ำจากปริมณฑล ทำให้การระบายน้ำช้า ในชุมชนบางชุมชนยังมีน้ำอยู่ ยืนยันว่า การประกาศสิ้นสุดสาธารณภัย ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการให้ความช่วยเหลือเยียวยา การจัดการขยะ และการยื่นเอกสารยังคงทำได้ตลอด และ กทม. ได้ขยายระยะเวลาส่งเอกสารเพิ่มเติมไปถึงวันที่ 30 พ.ย. 69 แล้ว

 

ส่วนการช่วยเหลือเยียวยา เมื่อวันที่ 17 ต.ค. 69 สำนักงานเขตอนุมัติไปกว่า 408,427 ครัวเรือน และยอดโอนสำเร็จแล้ว 248,643 ครัวเรือน ดังนั้น หากดูจากยอดนี้ มียอดตั้งต้น 1.4 ล้านครัวเรือน และกดอนุมัติไปแล้วกว่า 40%

 

ส่วนยอดใน Claim.bangkok กว่า 130,000 ครัวเรือน ซึ่งยอดแตกต่างกันเพราะในแอปทางรัฐเป็นการจ่ายแบบบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น จึงสามารถเข้ามาในระบบแล้วระบุว่า เข้าเงื่อนไขในวงเล็บไหน ในหมวดไหนในแอป ซึ่งเป็นการจ่ายเงิน 9,000 บาท และ 5,000 บาท โดยจะแบ่งกลุ่มง่าย ๆ เพื่อให้ประชาชนเลือก โดยไม่จำเป็นว่าต้องเป็นเจ้าของห้องเช่า แค่ได้รับความเดือดร้อน

 

ทั้งนี้ ใน Claim.bangkok หากต้องการความช่วยเหลือค่าซ่อมแซมบ้าน จะต้องมีการระบุเอกสารหลักฐานชัดเจน รูปถ่าย รายละเอียดว่าเป็นเจ้าของบ้านหรือผู้รับมอบอำนาจ โดยแนบเอกสารผ่านไฟล์มาได้ทั้งหมด ซึ่งอาจจะดำเนินการช้าเพราะต้องทำการรวบรวมเอกสาร หลังจากนั้นเมื่อส่งเอกสารเข้ามา สำนักงานเขตก็จะดูรายละเอียดจากคำร้องดังกล่าว ซึ่งปัจจุบันมีประชาชนยื่นคำร้องเข้ามาเพื่อขอรับความช่วยเหลือเรื่องค่าซ่อมบ้าน/ทุนประกอบอาชีพ โดยจะต้องมีหลักฐานว่าประกอบอาชีพนั้น ๆ จริง จึงจะสามารถขอรับเงินส่วนนี้ได้ เช่น หากขับไรเดอร์แล้วรถจักรยานยนต์มีความเสียหาย เพราะพื้นที่ที่อยู่อาศัยถูกน้ำท่วมได้รับความเสียหาย ก็สามารถส่งคำขอรับเงินเยียวยาได้ หรือหากบ้านเสียหายบางส่วน ก็จะได้ค่าดำรงชีพจาก กทม. อีก 1,900 บาท เป็นต้น

 

โดยทั้งหมดจะยื่นผ่านออนไลน์ได้ และหากขอหลายหมวด ก็จะต้องใช้เวลาในการพิจารณาเพราะเอกสารมีจำนวนมาก จึงทำให้ยอดการอนุมัติไม่เหมือนกับในแอปทางรัฐ ส่วนกรณีที่บ้านและทรัพย์สินเสียหาย ก็จะต้องส่ง 2 ทาง เพื่อให้ได้รับเงินเยียวยา 2 ก้อน

 

นางสาวทวิดา ยอมรับว่า หากเปรียบเทียบ กทม. กับที่อื่น ก็ยังช้าอยู่จริง เพราะจากการอนุมัติในแอปทางรัฐ มีประมาณ 1 ล้านครัวเรือน และอนุมัติยอดโอนไปแล้ว 24% ส่วนจังหวัดอื่นมียอดครัวเรือนอยู่ในแอปทางรัฐ 3 แสนกว่าครัวเรือน อาจจะโอนได้ไวกว่า ซึ่ง กทม. เร่งดำเนินการอยู่ เพราะยังมียอดค้างอยู่รอโอนอีกกว่า 4 แสนครัวเรือน จากกว่าล้านคำร้อง และเนื่องจากมีคำร้องขอจำนวนมาก อาจจะทำให้ กทม. มีความล่าช้าไปบ้าง

 

ส่วนในแอปทางรัฐ สำหรับคนที่ได้รับเงินรวดเร็ว 1. ต้องอยู่ในแขวงที่ประกาศ และบ้านเลขที่ต้องอยู่ในแขวงนั้น รวมถึงต้องเป็นผู้ที่เคยขอในอดีตมาแล้ว 1 ครั้งกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จะทำให้เกิดความรวดเร็วขึ้น เนื่องจากมีข้อมูลเดิมอยู่แล้ว เช่น ในเขตทางฝั่งตะวันออก จะมีการยื่นมาแล้วเมื่อปี 2565 ซึ่งกลุ่มนี้จะมีประมาณ 30% ที่ทำให้เกิดความรวดเร็ว ส่วนที่ระบุว่า มีความเสียหาย ซึ่งจะได้รับ 9,000 บาท จะต้องทำการขอรูป แต่ในแอปทางรัฐไม่มีที่ให้แนบรูปเลยทำให้เกิดปัญหาติดขัด

 

เตรียมส่งทีมลงพื้นที่สำรวจความเสียหายเพื่อซ่อมแซมบ้านเรือนประชาชนภายในสัปดาห์นี้

 

ทั้งนี้ กทม. มีที่อยู่อาศัยที่ซับซ้อนกว่าที่อื่น ๆ ไม่ใช่หนึ่งคนต่อหนึ่งบ้านเลขที่ ดังนั้น สิทธิได้รับการเยียวยาจึงต้องมีการยืนยันสิทธิ โดยเฉพาะในแอปทางรัฐที่ให้เฉพาะเงินบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น และขณะนี้ก็มีการไปอุทธรณ์ที่สำนักงานเขตจำนวนมาก รวมถึงถ้ามีความผิดพลาด เจ้าหน้าที่ก็จะต้องใช้ความรอบคอบด้วย

 

ส่วนใน Claim.bangkok ที่เพิ่งจะเริ่มต้นนั้น เพราะต้องการให้แอปทางรัฐดำเนินการไปก่อน รวมถึงเจ้าหน้าที่บางส่วนปฏิบัติงานอยู่หน้างาน เพราะต้องใช้เจ้าหน้าที่ลงไปสำรวจความเสียหายด้วย และประเมินราคาค่าซ่อมแซมโดยนายช่าง และไปร่วมกับเจ้าหน้าที่รัฐอีก 1 คน เพื่อไปสำรวจความเสียหายในหมวดซ่อมแซมบ้าน โดยจะมีการระดมเจ้าหน้าที่ลงไปเพื่อให้ความช่วยเหลือ โดยจะมีแบบฟอร์มเดียวกันเพื่อให้ได้มาตรฐาน ว่าจะต้องไปตรวจดูอะไร ป้องกันไม่ให้เกิดการใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ โดยจะเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป และคาดว่าภายใน 1-2 สัปดาห์หลังจากดำเนินการเรียบร้อยก็จะได้รับเงิน

 

ส่วนกรณีที่มีคำถามว่า กทม. ใช้งบประมาณไปทำอะไรบ้างนั้น นางสาวทวิดา ระบุว่า ตั้งแต่เกิดเรื่องคือวันที่ 24 ก.ย. และตามปกติของระบบราชการ เมื่อใกล้วันที่ 30 ก.ย. จะต้องส่งเงินคืนเข้าระบบก่อน ไม่เช่นนั้นจะผิดระเบียบวินัยการเงินการคลัง ซึ่งเงินก้อนแรกเป็นค่าถุงยังชีพ ค่าอาหารดูแลผู้ประสบภัย ค่าวัสดุป้องกันน้ำท่วม เป็นก้อนแรกในการแก้ปัญหา และหลังวันที่ 30 ก.ย. ก็ได้เตรียมเงินไว้อีกรอบหนึ่ง โดยเงินช่วยเหลือในปัจจุบันรวม

ข่าวล่าสุด