ต่อมา พนักงานอัยการจังหวัดขอนแก่นยื่นฟ้องนายสมรักษ์ คำสิงห์ และนายพิเชษฐ์ ชิเนหันทา เป็นจำเลยที่ 1 และ 2 ในหลายข้อหา ได้แก่ ร่วมกันพรากผู้เยาว์อายุกว่า 15 ปี แต่ไม่เกิน 18 ปี จากบิดามารดา ผู้ปกครองหรือผู้ดูแล เพื่อการอนาจาร โดยผู้เยาว์เต็มใจไปด้วย ร่วมกันพาบุคคลอายุกว่า 15 ปี แต่ไม่เกิน 18 ปี ไปเพื่อการอนาจาร แม้บุคคลนั้นยินยอม พยายามข่มขืนกระทำชำเราโดยใช้กำลังประทุษร้าย และกระทำอนาจารแก่บุคคลอายุกว่า 15 ปี โดยใช้กำลังประทุษร้าย ทั้งสองให้การปฏิเสธข้อกล่าวหา
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 23 ม.ค. 2568 ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาจำคุกรวม 4 ปี 8 เดือน ก่อนลดโทษหนึ่งในสาม เนื่องจากคำให้การเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา คงจำคุก 2 ปี 13 เดือน 10 วัน พร้อมให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนรวม 170,000 บาท และดอกเบี้ยร้อยละ 5 ต่อปี ภายหลังคำพิพากษาศาลชั้นต้น นายสมรักษ์ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวเพื่ออุทธรณ์คดี โดยศาลจังหวัดขอนแก่นอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์ ตีราคาประกัน 300,000 บาท ก่อนที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 จะนัดอ่านคำพิพากษาในวันที่ 20 ต.ค. 2569
ทั้งนี้ ภายหลังการอ่านคำพิพากษา ตำรวจศาลได้ควบคุมตัว นายสมรักษ์ ไปยังห้องควบคุมผู้ต้องหาของศาลจังหวัดขอนแก่น เพื่อรอการยื่นประกันต่อศาล
ต่อมา ช่วงบ่ายที่ผ่านมา ศาลอุทธรณ์ภาค 4 ได้อนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว นายสมรักษ์ หลังจากที่ทนายความได้ทำเรื่องยื่นขอประกันตัวต่อศาล โดยศาลได้กำหนดวงเงินประกันตัว เป็นเงินสด จำนวน 300,000 บาท ซึ่งภายหลังจากได้ประกันตัว นายสมรักษ์ ได้เดินออกจากห้องควบคุมผู้หาของศาล โดยกล่าวกับผู้สื่อข่าวระหว่างเดินทางขึ้นรถยนต์ส่วนตัวว่า ไม่รู้สึกกังวล และรู้สึกสบายใจ ยืนยันว่าตนเองไม่ได้ทำอะไรผิด พร้อมขอบคุณแฟนคลับทุกคนที่ให้กำลังใจ