ผวาโจรฉวยโอกาสงัดแงะรถ-เงินเยียวยาไม่คุ้มค่าเสียหาย
นายกนกนันท์ เล่าเพิ่มเติมว่า น้ำเริ่มทะลักเข้าบ้านเมื่อเวลาประมาณ 04.20 น. ของวันที่ 28 กันยายนที่ผ่านมา หลังฝนตกต่อเนื่อง 2 วัน ทำให้ต้องเร่งขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง โดยเฉพาะเสื้อผ้าและของใช้จำเป็น ส่วนอุปกรณ์เครื่องเสียงและเครื่องขยายเสียงบางชิ้นที่มีน้ำหนักมากก็ต้องปล่อยให้เป็นไปตามสถานการณ์ ก่อนจะช่วยกันยกขึ้นภายหลัง พร้อมนำยางมารองไว้เพื่อป้องกันความเสียหาย แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบว่าอุปกรณ์ได้รับความเสียหายหรือไม่
นอกจากปัญหาน้ำเสียแล้ว ชาวบ้านยังต้องเผชิญกับความกังวลเรื่องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน เนื่องจากต้องนำรถยนต์ออกไปจอดตามริมถนนเพราะบริเวณบ้านถูกน้ำท่วม โดยเริ่มพบความเคลื่อนไหวของกลุ่มมิจฉาชีพที่อาจเข้ามาลักเล็กขโมยน้อยหรืองัดแงะรถ ทำให้ตนต้องติดตั้งไฟส่องสว่างและคอยออกไปตรวจตรา รถของตัวเอง รวมถึงรถของเพื่อนบ้านจนเกิดความเครียดสะสม เพราะกลางคืนแทบไม่ได้นอน ส่วนเงินเยียวยาผู้ประสบภัยที่ลงทะเบียนไว้ ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างรอตรวจสอบ
โดยมองว่าเงินช่วยเหลือ 9,000 บาทไม่เพียงพอกับความเสียหายและค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น ขณะที่งานติดตั้งเครื่องเสียงและระบบไฟฟ้าที่เคยรับไว้ในพื้นที่กรุงเทพฯ ต้องเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด ส่งผลกระทบต่อรายได้ของครอบครัวเพิ่มเติม
ภัยแฝงน้ำเน่า! ปลิงยักษ์บุกบ้านเกาะขาหลาน เลือดไหลไม่หยุด
ด้าน นางกัลยา มูฮัมหมัด อายุ 56 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ เปิดเผยว่า แม้ระดับน้ำจะเริ่มลดลง แต่ตลอด 3 วันที่ผ่านมาแทบไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน และเมื่อสถานการณ์น้ำท่วมยืดเยื้อจนเกิดน้ำเน่าเสีย ก็ยิ่งทำให้ความเป็นอยู่ลำบากมากขึ้น โดยเฉพาะปัญหาปลิงที่พบเข้ามาอยู่ภายในบ้าน บางครั้งเกาะตามขา หลังจากหลานออกไปตกปลาแล้วเดินกลับเข้ามา ซึ่งปลิงที่พบมีทั้งตัวเล็กและตัวใหญ่ บางตัวมีขนาดใหญ่จนน่าตกใจ สร้างความหวาดระแวงให้กับคนในบ้าน เพราะไม่รู้ว่าจะพบเจอเมื่อใด โดยเมื่อถูกปลิงเกาะก็ต้องหาวิธีนำออกด้วยการใช้น้ำส้มสายชู แต่หลังนำออกแล้วก็ยังมีเลือดไหลไม่หยุด สร้างความเดือดร้อนซ้ำเติมผู้ประสบภัยในพื้นที่เป็นอย่างมาก