นางสาวพลอยทะเล กล่าวว่า ปัจจุบันมีสถานดูแลผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิงที่ผ่านการขึ้นทะเบียนกับกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) จำนวน 1,203 แห่งทั่วประเทศ โดย นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้สานต่อนโยบายรัฐบาล สั่งการให้กรมสนับสนุนบริการสุขภาพทั้งส่วนกลาง ศูนย์สนับสนุนบริการสุขภาพทั้ง 12 แห่ง และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ร่วมกันกำกับ ติดตาม และตรวจประเมินสถานประกอบการประเภทดังกล่าวอย่างเข้มงวด ตามพระราชบัญญัติสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ. 2559 และกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้อง โดยตั้งเป้าหมายลงพื้นที่ตรวจประเมินสถานดูแลผู้สูงอายุทั่วประเทศให้แล้วเสร็จภายใน 2 เดือน
เปิด 3 มาตรฐานหลัก ต้องผ่านเกณฑ์ความปลอดภัยและบริการอย่างเข้มงวด
สำหรับการตรวจประเมินจะเน้นย้ำความสำคัญใน 3 ด้านหลัก ตามกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานด้านสถานที่ ความปลอดภัย และการให้บริการในสถานประกอบการเพื่อสุขภาพประเภทกิจการการดูแลผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิง พ.ศ. 2563 ได้แก่
1.มาตรฐานด้านสถานที่: ต้องมีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม สะอาด ปลอดภัย มีทางเข้าออกและพื้นที่ให้บริการที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุ รวมถึงมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็น
2.มาตรฐานด้านความปลอดภัย: ต้องมีระบบป้องกันและระงับเหตุฉุกเฉิน มีอุปกรณ์ที่จำเป็น ตลอดจนมาตรการดูแลความปลอดภัยของผู้รับบริการอย่างรอบด้าน
3.มาตรฐานด้านการให้บริการ: ต้องจัดระบบการดูแลที่เหมาะสม มีบุคลากรและผู้ให้บริการตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด และต้องให้บริการอยู่ภายในขอบเขตของกิจการที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น
เตือนโทษหนักจำคุกสูงสุด 5 ปี! ฝ่าฝืนเปิดไร้ใบอนุญาต-รับรักษาป่วยจิตเวช
นางสาวพลอยทะเล ย้ำเตือนผู้ประกอบการว่า หากฝ่าฝืนพระราชบัญญัติสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ. 2559 มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากนี้ หากพบว่ามีการรับผู้ป่วยจิตเวชเข้ารักษา ซึ่งถือเป็นการประกอบกิจการสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต จะมีความผิดตามพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. 2541 มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ