1. การทำลายหลักความเป็นอิสระทางการเงิน (Financial Autonomy) อันเป็นหัวใจของสื่อ สาธารณะในทางนิเทศศาสตร์และรัฐศาสตร์ สื่อสาธารณะ (Public Service Media: PSM) จะบรรลุภารกิจในการเป็น "เสาหลักที่ห้า" ของระบอบประชาธิปไตยได้ต่อเมื่อมีความเป็นอิสระจากทั้งอำนาจทุนพาณิชย์และอำนาจทางการเมือง การออกแบบให้ไทยพีบีเอสได้รับเงินจัดสรรเฉพาะ ( Eamarked Tax) โดยตรงมิได้เกิดจากความบังเอิญ หากแต่เป็นกลไกทางกฎหมายที่ออกแบบมาอย่างแยบคายเพื่อสร้าง "เกราะป้องกัน" มิให้ฝ่ายบริหารใช้อำนาจจัดสรรงบประมาณปีต่อปีเป็นเครื่องมือบีบบังคับ กดดัน หรือแทรกแซง
การเสนอข่าวสาร การเปลี่ยนไปใช้ระบบประมาณแผ่นดินผ่านกระบวนการอนุมัติของฝ้ายบริหาร จะลดทอนสถานะของไทยพีบีเอสจาก "สื่อสาธารณะที่เป็นอิสระ" ให้กลายเป็นเพียง "สื่อของรัฐบาล" (State Medla) เช่นเดียวกับ NBT อสมท. หรือ ททบ.5 ส่งผลให้ความน่าเชื่อถือทางวิชาชีพและวิกฤตตความไว้วางใจจากประชาชนเสื่อมถอยลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
2. ความบิดเบือนทางเศรษฐศาสตร์การคลัง และการเอื้อประโยชน์แก่ผู้ประกอบการสุรา-ยาสูบ ในทางเศรษฐศาสตร์การคลัง ค่าธรรมเนียมพิเศษ 1.5% ที่จัดเก็บจากผู้ประกอบการสุราและยาสูบ ตาม พ.ร.บ.ไทยพีบีเอส เป็นค่าธรรมเนียมเฉพาะกฎหมายคนละส่วนกับภาษีสรรพสามิตส่วนกลาง ที่เก็บเข้าคลังแผ่นดิน เงินจำนวนนี้เดิมทีมิใช่รายรับของรัฐตั้งแต่ต้น หากแต่เป็นการจัดสรรรรายได้จากสินค้าที่สร้างผลกระทบภายนอกเชิงลบ (Negative Extermalies) มาสนับสนุนบริการสาธารณะที่ไม่แสวงหากำไร
หากมีการยกเลิกมาตราดังกล่าว ผลลัพธ์ทางเศรษฐศาสตร์คือ เป็นการเอื้อประโยชน์โดยตรงแก่ผู้ประกอบการสุราและยาสูบ เนื่องจากกลุ่มธุรกิจดังกล่าวไม่ต้องชำระค่าธรรมเนียมพิเศษส่วนนี้อีกต่อไป ส่งผลให้ภาระต้นทุนของทุนเหล้า-บุหรี่ลดลงโดยทันที และส่งผลให้มีการบริโภคเหล้าและบุหรี่มากขึ้น รัฐบาลควรขึ้นภาษีสรรพสามิตกับสุราและยาสูบ หากรัฐบาลจะขึ้นภาษีสรรพสามิตเพื่อให้คนไทยกินเหล้าและสูบบุหรี่น้อยลงก็เป็นสิ่งที่ควรสนับสนุน แต่ไม่มีเหตุที่จะไปลดค่าธรรมเนียมที่ผู้ประกอบการสุราและยาสูบต้องสนับสนุนสื่อสาธาธารณะอย่างไทยพีบีเอส เบียดบังงบประมาณแผ่นดินเพื่อการพัฒนาประเทศ เมื่อยกเลิกค่าธรรมเนียมเฉพาะแต่รัฐบาล ยังต้องจัดสรรงบประมาณแผ่นดินปีละประมาณ 2,000 ล้านบาทให้แก่ไทยพีบีเอส ย่อมเท่ากับว่ารัฐบาลกำลังดึงภาษีส่วนกลางของประชาชน ซึ่งควรนำไปลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน การศึกษา หรือสาธารณสุข มาแบกรับภาระแทนผู้ประกอบการธุรกิจสุราและยาสูบ ถือเป็นความล้มเหลวในการจัดสรรทรัพยากรทางการคลังอย่างรุนแรง
3. การแก้ปัญหาภาวะตลาดล้มเหลว (Market Failure) และการคุ้มครองสังคม สื่อพาณิชย์ ดำเนินงานภายใต้กลไกราคาและการแข่งขันทางโฆษณา จึงจำต้องเน้นเนื้อหาที่สร้างเรตติ้งเพื่อตอบสนองกลุ่มเป้าหมายที่มีกำลังซื้อ ส่งผลให้เกิดภาวะตลาดล้มเหลวที่รายการสำหรับเด็ก เยาวชน ผู้สูงอายุ กลุ่มชาติพันธุ์ และคนชายขอบถูกละเลยไทยพี่บีเอสทำหน้าที่ปิดช่องว่างนี้โดยผลิตเนื้อหาเชิงคุณค่าทางสังคมที่ไม่สามารถประเมินมูลค่าเป็นตัวเงินได้ การเปลี่ยนโครงสร้างรายได้ให้อยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐ ย่อมบีบบังคับให้ไทยพีบีเอสต้องปรับตัวไปเน้นปริมาณเรตติ้งหรือผลงานที่ตอบสนองตัวชี้วัดของรัฐบาล จนละทิ้งภารกิจเพื่อคนตัวเล็กตัวน้อยในสังคม
ข้อเสนอแนะต่อสภาผู้แทนราษฎร คือ ถอนหรือยับยั้งการแก้ไข พ.ร.บ.ไทยพีบีเอส ในประเด็นโครงสร้างรายได้ เพื่อคงไว้ซึ่งหลักการความเป็นอิสระทางการเงินและหลักธรรมภิบาลของสื่อสาธารณะ แยกแยะประเด็น "ความเป็นอิสระทางการเงิน" ออกจาก "การเพิ่มประสิทธิภาพองค์กร" หากมีความกังวลเรื่องความคุ้มค่าของการใช้งบประมาณหรือจำนวนบุคลากร ควรใช้กลไกการตรวจสอบผลสัมฤทธิ์ (Performance Audit) การปรับปรุงโครงสร้างการบริหารงานภายใน และการประเมินความคุ้มค่าตามเกณฑ์สากล โดยไม่จำเป็นต้องทำลายเกราะป้องกันความเป็นอิสระทางการเงินที่เป็นหัวใจหลัก
คณะนักวิชาการเพื่อสังคมขอเรียกร้องให้ท่านในฐานะตัวแทนของประชาชน ยึดมั่นในเจตนารมณ์ของการมีสื่อสาธารณะที่เป็นอิสระ เพื่อคุ้มครองสิทธิในการรับรู้ข่าวสารที่รอบด้านและเป็นธรรม อันเป็นฐานรากสำคัญที่สุดอันหนึ่งของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย
สำหรับรายชื่อนักวิชาการ ผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้เชี่ยวชาญ เช่น ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ รศ.ดร. เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง ศ.พิเศษ วิชา มหาคุณ รศ.ดร.วรากรณ์ สามโกเศศ ศ.อรรถจักร์ สัตยานุรักษ์ ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี ผศ.นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ และ รศ.ดร.ต่อตระกูล ยมนาค เป็นต้น
คลิกอ่าน : แถลงการณ์ เรื่อง ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายและวิชาการ ต่อกรณีร่างแก้ไขพระราชบัญญัติองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ร่างแก้ไข พ.ร.บ.ไทยพีบีเอส) โดยกลุ่มนักวิชาการเพื่อสังคม (Scholars for Society)