1.จิสด้าเผย เทคโนโลยีอวกาศรู้ล่วงหน้า 5-7 วัน
หนึ่งในหน่วยงานกุมข้อมูลสำคัญ คือ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) ซึ่งดาวเทียมยุคใหม่ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่ถ่ายภาพสำรวจพื้นที่หลังน้ำท่วมเท่านั้น แต่ยังตรวจวัดสภาพบรรยากาศ เมฆ อุณหภูมิ น้ำผิวดิน ลำน้ำ และความชื้นในดิน
เมื่อนำข้อมูลปัจจุบันมาประมวลผลร่วมกับสถิติย้อนหลังกว่า 20 ปี ทำให้ ดร.ปกรณ์ เพ็ชรประยูร โฆษก GISTDA และ ผอ.สำนักประยุกต์และพัฒนาภูมิสารสนเทศ ระบุว่า เราสามารถประเมินแนวโน้มและพื้นที่เสี่ยงล่วงหน้าได้ประมาณ 5-7 วัน
2.จาก Satellite สู่ Risk Map: โจทย์ที่ต้องทำให้ชาวบ้าน "เห็นความเสี่ยง"
การรู้ว่าฝนจะตกหนักหรือน้ำกำลังเพิ่มขึ้น ยังไม่เพียงพอต่อการรับมือภัยพิบัติ เพราะสิ่งที่ประชาชนต้องการคำตอบจริงๆ คือ "บ้านของตัวเองเสี่ยงหรือไม่ และจะได้รับผลกระทบแค่ไหน?"
GISTDA จึงพัฒนาต่อยอดสู่ Risk Map (แผนที่ความเสี่ยง) โดยนำข้อมูลฝน น้ำผิวดิน ความชื้นในดิน และสถิติ มาวิเคราะห์เจาะลึกว่าพื้นที่ใดมีโอกาสได้รับผลกระทบโดยตรง อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีที่มองเห็นล่วงหน้าจะไร้ความหมาย หากข้อมูลถูกแช่แข็งอยู่เพียงบนหน้าจอหน่วยงานรัฐ
จึงเป็นช่องว่างสำคัญ GISTDA จึงเร่งพัฒนา "แอปเช็กน้ำ" เพื่อย่อยข้อมูลทางเทคนิคให้ประชาชนตรวจสอบความเสี่ยงในพื้นที่ของตนเองได้ง่ายขึ้น
เพราะในยามวิกฤต ไม่มีแบบจำลองใดเข้าใจพื้นที่ได้ดีเท่ากับประสบการณ์ของคนในพื้นที่นั้นเอง
เพื่อให้ตัดสินใจได้เร็วว่าจะยกของ ย้ายรถ หรือดูแลกลุ่มเปราะบางเมื่อใด
3.จากอวกาศสู่สถานีสูบน้ำ: วิกฤตคลองสำโรงและสมุทรปราการ
จากข้อมูลบนดาวเทียมสู่การปฏิบัติจริง "สืบสวนความจริง" ลงพื้นที่ติดตามการบริหารจัดการน้ำ ณ โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาชลหารพิจิตร ระบบระบายน้ำสำคัญจากกรุงเทพฯ และปริมณฑล
สถานการณ์เริ่มวิกฤตชัดเจนเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2569 ทาง ปภ. ต้องส่งข้อความ Cell Broadcast แจ้งเตือนประชาชนด่วน หลังต้องเปิดประตูระบายน้ำบางพลี เพื่อเร่งระบายน้ำจาก อ.บางพลี อ.บางเสาธง และ อ.บางบ่อ ส่งผลให้ระดับน้ำใน คลองสำโรง เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว พร้อมเตือนพื้นที่รอบนอกให้ยกของขึ้นที่สูงทันที
ด้าน นายสมเดช ศรีวิเชียร ผอ.โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาชลหารพิจิตร เผยถึงเส้นทางน้ำจาก กทม.-ปทุมธานี-นนทบุรี ผ่านระบบคลองและสถานีสูบน้ำลงสู่สมุทรปราการ ออกสู่ทะเล ซึ่งต้องเดินเครื่องสูบน้ำราว 80% ของกำลังพลตลอด 24 ชั่วโมง
ทว่ากลับพบอุปสรรคสำคัญหน้างาน นั่นคือ "ขยะชิ้นใหญ่" เช่น ที่นอนและโซฟา ที่หลุดเข้าไปขวางทางน้ำและเครื่องสูบ จนทำให้ประสิทธิภาพการระบายน้ำลดลงอย่างน่าใจหาย
4.บทเรียนวิกฤต: เมื่อข้อมูลภาครัฐต้องเชื่อมต่อถึงมือประชาชน
กรมชลประทาน โดย นายทรงพล สวยสม รองอธิบดีกรมชลประทาน ประเมินว่าสถานการณ์เริ่มคลี่คลายในทิศทางที่ดีขึ้น แต่ระบบยังคงต้องเฝ้าระวังฝนและปริมาณน้ำอย่างต่อเนื่อง
วิกฤตครั้งนี้สะท้อนชัดเจนว่า ประเทศไทยไม่ได้ขาด "ข้อมูล" เพราะเรามีทั้งเรดาร์ ดาวเทียม และแบบจำลองครบครัน สิ่งที่ต้องเร่งเชื่อมต่อให้สนิทคือเส้นทางจาก ข้อมูล ➔ คำเตือน ➔ การตัดสินใจ
- ข้อมูลจากดาวเทียมต้องส่งถึงมือคนบริหารน้ำให้เร็วพอ
- ข้อมูลจากรัฐต้องเข้าถึงประชาชนในรูปแบบที่เข้าใจง่ายและใช้งานได้จริง
- ประชาชนเองสามารถใช้เทคโนโลยี (เช่น แอปเช็กน้ำ) ผสานกับประสบการณ์เพื่อประเมินความเสี่ยงและพึ่งพาตนเองได้ทันท่วงที โดยไม่ต้องรอคอยคำสั่งเพียงอย่างเดียว
โชฏิมา จันทร์คง "สืบสวนความจริง" NationTV22