แต่ "เนชั่นทีวี" เราได้รับข้อมูลมาอีกด้านหนึ่ง จาก "ภาคธุรกิจ" ที่คอยประสานการช่วยเหลือในพื้นที่ ให้ข้อมูลอีกมุมหนึ่งว่า แม้ภาพลักษณ์ในโซเชียลมีเดียของ นอภ.เสฏฐวุฒิ วงศ์เลอวุฒิ จะดูเป็นที่รักและมีแฟนคลับติดตามจำนวนมาก แต่ในมุมมองของการทำงานจริงจากฝั่งผู้ประสานงานและภาคเอกชนในพื้นที่ กลับพบปัญหาในการบริหารจัดการวิกฤตน้ำท่วมอย่างหนัก เช่น
ในฐานะ "นายอำเภอ" ซึ่งควรเป็น "หัวหน้า (Head)" ในการรับจบและประสานงานทุกเรื่องในพื้นที่ กลับไม่สามารถติดต่อได้ในช่วงวิกฤตน้ำท่วม ไม่รับสายทั้งจากผู้ประสานงานหลักและภาคเอกชน โดยให้เหตุผลว่าลงพื้นที่แจกของและไม่ว่าง ซึ่งในมุมการบริหาร ถือเป็นการทิ้งภาพรวม
ขาดคนกลางบัญชาการ ทำพื้นที่รอบนอกจมน้ำ-ของแจกไม่ได้
ในสถานการณ์วิกฤตที่ต้องการคนเคาะตัดสินใจ นายอำเภอไม่สามารถทำหน้าที่บัญชาการได้ ทำให้หน่วยงานระดับย่อย เช่น โรงพยาบาล ศูนย์อพยพ รวมถึงกำนันผู้ใหญ่บ้าน ต้องบริหารจัดการเอาตัวรอดกันเอง โดยผู้นำท้องถิ่นทำได้เพียงเซฟพื้นที่ไข่แดงอย่างเขตเทศบาลและตลาด แต่ปล่อยให้พื้นที่รอบนอกจมน้ำ
สิ่งที่ตามมา คือ เสียโอกาสในการรับความช่วยเหลือจากภายนอก แม้จะมีหน่วยงานภายนอกพร้อมสนับสนุนทรัพยากร แต่การช่วยเหลือกลับเข้าไม่ถึงพื้นที่ ของบริจาคมี แต่แจกจ่ายไม่ได้ รถทหารต้องตีกลับ เนื่องจากไม่มีการประสานงานแจ้งความต้องการ หรือนำทางจากศูนย์กลางของอำเภอ
ภูมิประเทศท้าทาย แต่ไร้ศูนย์กลางบูรณาการ
นักธุรกิจรายนี้บอกด้วยว่า สภาพภูมิประเทศของบ้านสร้างที่มีทั้งตลาด ทุ่งนา และบ่อปลาขนาดใหญ่ จำเป็นต้องอาศัย "นายอำเภอเป็นศูนย์กลาง" ในการบูรณาการร่วมกับผู้นำท้องถิ่น แต่การขาดการบัญชาการที่ดี ทำให้สถานการณ์ในบ้านสร้างหนักหนากว่าที่ควรจะเป็น
ภาคเอกชนมองว่าในภาวะปกติการทำงานไม่ได้มีปัญหาเช่นนี้ แต่ในยามวิกฤต หน้าที่หลักของนายอำเภอคือการเป็น "ผู้บัญชาการ" คอยประสานงาน แจกจ่ายงาน และตัดสินใจในภาพรวม มากกว่าการลงไปเดินแจกของด้วยตัวเองจนระบบการประสานงานหลักล่ม ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อการรับความช่วยเหลือของประชาชนในพื้นที่