เมื่อพิจารณาเอกสารที่มีการเผยแพร่ พบว่า ผู้ลงนามในหนังสือเสนอให้พิจารณาย้าย นายเสฏฐวุฒิ วงศ์เลอวุฒิ นายอำเภอบ้านสร้าง ออกนอกพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี คือ นายวีระพันธ์ ดีอ่อน ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี คนเดิม โดยลงนามเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2569 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายก่อนเกษียณอายุราชการ
ผู้เสนอให้พิจารณาย้ายตามหนังสือฉบับนี้จึงไม่ใช่ นายชนาธิป โคกมณี รองผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งปัจจุบัน รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี ส่วนคำสั่งให้ นายเสฏฐวุฒิ ไปช่วยราชการที่ส่วนกลาง ลงนามโดยอธิบดีกรมการปกครอง
หนังสือของจังหวัดปราจีนบุรี ลงวันที่ 30 กันยายน 2569 "ด่วนที่สุด" เรื่อง "ขอให้พิจารณาย้ายข้าราชการ" เรียน อธิบดีกรมการปกครอง ระบุว่า จังหวัดเกิดสถานการณ์ฝนตกหนักและอุทกภัยตั้งแต่วันที่ 22 กันยายน 2569 ประชาชนได้รับผลกระทบเป็นวงกว้างทั้ง 7 อำเภอ
หนังสือระบุว่า นายอำเภอ ในฐานะผู้อำนวยการอำเภอ มีหน้าที่บริหารจัดการเหตุสาธารณภัยภายในเขตอำเภอ แต่จังหวัดเห็นว่า นายเสฏฐวุฒิ ไม่ได้ให้ความร่วมมือกับหน่วยงานระดับจังหวัดในการบริหารจัดการเหตุสาธารณภัย ส่งผลให้การป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยของจังหวัดเป็นไปอย่างไม่มีประสิทธิภาพ จังหวัดจึงขอให้กรมการปกครองพิจารณาให้นายเสฏฐวุฒิไปดำรงตำแหน่งนอกพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี ทั้งนี้ เหตุผลดังกล่าวเป็นข้อกล่าวหาที่ระบุในหนังสือเสนอให้พิจารณาย้าย ยังไม่ใช่ผลการสอบสวนทางวินัย
ต่อมา นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง ลงนามในคำสั่งกรมการปกครอง ลงวันที่ 6 ตุลาคม 2569 เรื่อง "ให้ข้าราชการช่วยราชการ" ให้นายเสฏฐวุฒิ ช่วยราชการกรมการปกครอง โดยมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่ที่วิทยาลัยการปกครอง กรมการปกครอง เป็นการประจำ ตั้งแต่วันที่ 7 ตุลาคม ถึงวันที่ 5 พฤศจิกายน 2569
เสียงสะท้อนในพื้นที่และมุมมองของประชาชน
ภายหลังมีข่าวคำสั่งให้ช่วยราชการ ประชาชนบางส่วนในพื้นที่แสดงความแปลกใจและตั้งคำถามต่อเหตุผลของการดำเนินการ โดยระบุว่า นายเสฏฐวุฒิ ลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยต่อเนื่องทั้งกลางวันและกลางคืน
เมื่อตรวจสอบเฟซบุ๊ก "เสฏฐวุฒิ วงศ์เลอวุฒิ" ที่มีการเผยแพร่ตลอดหลายวันที่ผ่านมา พบมีการลงพื้นที่ช่วยเหลือชาวบ้าน หลายคลิป
ขณะเดียวกัน เพจ "เรื่องจริงนครนายก" เผยแพร่หนังสือของ ผู้ว่าราชการจังหวัด คนเดิม พร้อมแสดงความคิดเห็นถึงการเสนอให้ย้ายก่อนเกษียณ และเรียกร้องให้ผู้รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัด ลงพื้นที่รับฟังประชาชน โดยหากตรวจสอบแล้วไม่พบความผิด ก็ควรพิจารณาให้นายอำเภอกลับมาปฏิบัติหน้าที่ตามเดิม
อย่างไรก็ตาม ประเด็นการลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชน และข้อกล่าวหาเรื่องการประสานงานกับหน่วยงานระดับจังหวัด เป็นรายละเอียดที่ต้องนำมาพิจารณาประกอบการตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป หลังได้รับคำสั่งให้ไปช่วยราชการ นายเสฏฐวุฒิ ได้ส่งต่อภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยให้ปลัดอำเภอดำเนินการต่อ เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่เดินหน้าต่อเนื่อง