สำหรับผลงานวิจัยทั้ง 7 ชิ้น เกิดจากการผนึกกำลังของสถาบันอุดมศึกษาที่ดึงเอางานวิจัยออกจากห้องทดลองมาเป็น "เกราะคุ้มกันภัย" ให้แก่พี่น้องประชาชนใน 3 ระยะสำคัญ ได้แก่
🔵1. ระยะเตรียมพร้อมก่อนเกิดเหตุ - เตือนภัยล่วงหน้า แม่นยำถึงมือชุมชนน
- วัตกรรมที่ 1: เซนเซอร์วัดระดับน้ำเรียลไทม์พลังงานแสงอาทิตย์ Flood Boy และ Flood Eye (โดย ม.แม่ฟ้าหลวง และ ม.เชียงใหม่) สามารถวิเคราะห์ความเสี่ยงระดับหมู่บ้าน พร้อมยิงสัญญาณแจ้งเตือนภัยตรงเข้าแอปพลิเคชัน LINE ของผู้นำชุมชนและผู้ใหญ่บ้านทันที
🔵2. ระยะเผชิญเหตุ - กู้ภัยเร่งด่วน ไม่ทิ้งใคร (และสัตว์เลี้ยง) ไว้ข้างหลัง
- นวัตกรรมที่ 2: ฝูงโดรนกู้ภัยสู้ภัยน้ำท่วม (โดย สมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ) โดรนปฏิบัติการกู้ภัยทางอากาศที่ทำงานประสานกันเป็นคู่ ลำแรกติดตั้งกล้องจับความร้อนเพื่อค้นหาผู้ประสบภัยตลอด 24 ชั่วโมง และลำเลียงเสบียง ยา และน้ำดื่ม รองรับน้ำหนักสูงสุด 50 กิโลกรัม บินเจาะเข้าพื้นที่ที่ถูกตัดขาด
- นวัตกรรมที่ 3: ชุดออกซิเจนกระป๋องพกพาฉุกเฉิน (โดย ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี) เป็นอุปกรณ์ช่วยชีวิตฉุกเฉินน้ำหนักเบา หวังผลอุดช่องโหว่ในการช่วยชีวิตผู้ป่วยโรคหอบหืดและโรคหัวใจในพื้นที่น้ำท่วมขัง ถูกตัดไฟ และรถพยาบาลเข้าไม่ถึง ช่วยลดความเสี่ยงจากการเสียชีวิตกะทันหันน
- วัตกรรมที่ 4: ชุดยังชีพสัตว์เลี้ยงฉุกเฉิน Gatti Bag / Gatti Box (โดย ม.ศรีนครินทรวิโรฒ และ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) กระเป๋าและกล่องยังชีพน้ำหนักเบาเพียง 3–4 กิโลกรัม อัดแน่นด้วยเสบียง น้ำดื่ม ทรายแมวรักษ์โลก และคอกพับได้ เพียงพอสำหรับการดูแลสัตว์เลี้ยงในศูนย์อพยพได้นาน 7 วัน
🔵3. ระยะหลังน้ำลด - ฟื้นฟูเยียวยา คืนคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน
- นวัตกรรมที่ 5: ชุดเฟอร์นิเจอร์โรงเรียนพลาสติกรีไซเคิล (โดย ม.ราชภัฏเชียงใหม่) โต๊ะ เก้าอี้ และเครื่องเล่นสนามที่ทนทานต่อน้ำท่วมขัง ไม่บวม ไม่ขึ้นรา แม้โดนน้ำท่วมซ้ำก็สามารถฉีดล้างแล้วนำกลับมาใช้ต่อได้ทันที นำร่องมอบให้โรงเรียนในพื้นที่ กทม. 3–5 แห่ง ช่วยเหลือนักเรียนและบุคลากรได้กว่า 2,000–3,500 คน
- นวัตกรรมที่ 6: สเปรย์คอปเปอร์นาโนกำจัดและป้องกันเชื้อรา AGENT 29 (โดย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) นวัตกรรมฉีดพ่นยับยั้งและป้องกันเชื้อราหลังน้ำลด ใช้ได้ทั้งบนพื้นผิวไม้ ผนังบ้าน พรม และเบาะรถยนต์ คืนสุขอนามัยและความปลอดภัยให้แก่บ้านเรือน
- นวัตกรรมที่ 7: จุลินทรีย์ฟื้นฟูดินเกษตรหลังน้ำท่วม Clear Soil (โดย ม.ธรรมศาสตร์) ตัวช่วยสำคัญของเกษตรกรในการสลายสารตกค้างและโลหะหนัก คืนความสมบูรณ์ให้ดินสามารถกลับมาเพาะปลูกได้ภายใน 1 เดือน ปัจจุบันลุยส่งมอบลงพื้นที่ จ.เชียงราย จ.เชียงใหม่ และ จ.สงขลา แล้ว (ตั้งเป้าช่วยเหลือ 2,000 ครัวเรือน)
ศ.ดร.ยศชนัน เน้นย้ำปิดท้ายถึงแนวทางการขยายผลและการรับมือภัยพิบัติว่า ขณะนี้มวลน้ำจากทางเหนือเริ่มทยอยลงมา เราจึงยังต้องเฝ้าระวังทั้งในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออกอย่างใกล้ชิด รวมถึงให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูหลังน้ำลดอย่างเรื่องดินและเชื้อรา
โดยงานวิจัยทั้งหมดผ่านการตีพิมพ์ทางวิชาการแล้ว หากภาคเอกชนเข้ามาร่วมรับการถ่ายทอดเทคโนโลยี (Licensing) ก็จะช่วยขยายผลผลิตนวัตกรรมออกสู่สังคมได้ในวงกว้าง ทาง อว. จะนำงานวิจัยลงสู่พื้นที่จริงอย่างต่อเนื่อง หากประชาชนหรือหน่วยงานใดสนใจ สามารถติดต่อมาที่ วช. ได้ทันที เราพร้อมส่งมอบ ทำงาน และปรับปรุงไปพร้อมกัน เพื่อเคียงข้างพี่น้องประชาชนในทุกวิกฤต