เนชั่นทีวี

ข่าว

“เดชรัต” จี้รัฐรื้อเกณฑ์เยียวยาเกษตรจากน้ำท่วม ซัดชดเชยต่ำ-ล่าช้า เสนออัดฉีดงบกลางฟื้นฟูด่วน

07 ต.ค. 2569 | titayu_pur

“เดชรัต” จี้รัฐรื้อเกณฑ์เยียวยาเกษตรจากน้ำท่วม ซัดชดเชยต่ำ-ล่าช้า เสนออัดฉีดงบกลางฟื้นฟูด่วน

ครม.เงา พรรคประชาชน แถลงจี้รัฐบาลรื้อเกณฑ์เยียวยาน้ำท่วมปี 2569 หลังพบเกษตรกรเดือดร้อน 1.5 แสนราย เสียหาย 1.7 ล้านไร่ ชี้ชดเชยต่ำ-ล่าช้า เสนออัดงบกลางด่วน

ครม.เงา พรรคประชาชน แถลงจี้รัฐบาลรื้อเกณฑ์เยียวยาน้ำท่วมปี 2569 หลังพบเกษตรกรเดือดร้อน 1.5 แสนราย เสียหาย 1.7 ล้านไร่ ชี้ชดเชยต่ำ-ล่าช้า เสนออัดงบกลางด่วน

KEY

POINTS

  • วิกฤตเกษตรเสียหายหนัก: อุทกภัยปี 2569 กระทบ 47 จังหวัด เกษตรกรเดือดร้อน 154,000 ราย พื้นที่เกษตรเสียหายรวมกว่า 1.74 ล้านไร่ ปศุสัตว์ได้รับผลกระทบอีก 12.5 ล้านตัว
  • แฉ 5 จุดบกพร่องรัฐบาล: จ่ายเงินล่าช้า 5-6 เดือน, ชดเชยต่ำกว่าจริง (นาข้าวได้ 2,240 บาท/ไร่), เพดานปศุสัตว์/ประมงต่ำเกินไป, ขาดมาตรการฟื้นฟูไม้ผล และการพักหนี้ไม่ตอบโจทย์ทุนใหม่
  • ข้อเสนอแก้ปัญหาเร่งด่วน: เสนอรื้อเกณฑ์ชดเชยสะท้อนความเสียหายจริง, อัดงบกลางเสริม, นำโดรน-ดาวเทียมประเมินผลอนุมัติจ่ายใน 45 วัน และปลดล็อกเงื่อนไขทะเบียนเกษตรกร

7 ตุลาคม 2569 ทีม ครม.เงา พรรคประชาชน เปิดเผยวิกฤตอุทกภัยสร้างความเสียหายแก่เกษตรกรกว่า 1.5 แสนราย พื้นที่เกษตรจมน้ำกว่า 1.74 ล้านไร่ ครอบคลุม 47 จังหวัด โดยชี้ชัดถึงข้อบกพร่อง 5 ประการในการบริหารจัดการและจ่ายเงินช่วยเหลือของภาครัฐ ทั้งกระบวนการล่าช้า 5-6 เดือน อัตรา ชดเชยน้ำท่วม ต่ำไม่สะท้อนต้นทุนจริง และติดเพดานจำกัด จึงเสนอให้รัฐบาลเร่งรื้อเกณฑ์ เยียวยาน้ำท่วม อัดฉีดงบกลาง นำเทคโนโลยีโดรนประเมินความเสียหายพร้อมจ่ายใน 45 วัน เพื่อแก้ปัญหาวิกฤต น้ำท่วม2569 อย่างเป็นรูปธรรม

 

ที่อาคารรัฐสภา พรรคประชาชนแถลงผลการประชุม ครม.เงา ครั้งที่ 15 โดย เดชรัต สุขกำเนิด หัวหน้าทีม ครม.เงา ด้านคุณภาพชีวิต เปิดเผยถึงความเสียหายในภาคการเกษตรจากสถานการณ์อุทกภัยปี 2569 ระบุว่า วิกฤตครั้งนี้สร้างผลกระทบต่อเกษตรกรอย่างหนักใน 47 จังหวัด มีเกษตรกรได้รับความเดือดร้อนกว่า 154,000 ราย พื้นที่การเกษตรเสียหายรวมกว่า 1.74 ล้านไร่ แบ่งเป็นนาข้าวเกือบ 1.4 ล้านไร่ พืชไร่และพืชผัก 247,000 ไร่ และไม้ผลหรือไม้ยืนต้นกว่า 100,000 ไร่ นอกจากนี้ ยังมีปศุสัตว์ได้รับผลกระทบสูงถึง 12.5 ล้านตัว และพื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเสียหายอีกกว่า 50,000 ไร่

.

พรรคประชาชนประชุม ครม.เงา

 

ด้าน วรายุทธ ทองสุข อดีต สส.จันทบุรี พรรคประชาชน ชี้ให้เห็นถึงความบกพร่องในการบริหารจัดการของภาครัฐ โดยระบุว่า อุทกภัยครั้งนี้ไม่ใช่เหตุสุดวิสัยที่ประชาชนไม่ทันตั้งตัว แต่เกิดจากการที่หน่วยงานรัฐขาดประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ เช่น ในพื้นที่อำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี ที่ไม่เคยประสบภัยน้ำท่วมรุนแรงเช่นนี้มาก่อน ทั้งที่ผ่านมากรมชลประทานมีการบริหารจัดการน้ำเพื่อกักเก็บไว้รับมือภัยแล้งเป็นหลัก โดยไม่ได้วางแผนหรือนำข้อมูลพยากรณ์ความเสี่ยงจากปริมาณน้ำที่เพิ่มขึ้นมาประเมินร่วมด้วย จนนำมาสู่ข้อกังขาเรื่องความล้มเหลวในการจัดการน้ำในพื้นที่

“เดชรัต” จี้รัฐรื้อเกณฑ์เยียวยาเกษตรจากน้ำท่วม ซัดชดเชยต่ำ-ล่าช้า เสนออัดฉีดงบกลางฟื้นฟูด่วน  

 

สอดคล้องกับข้อมูลจาก วงศธร สรณะ เกษตรกรเจ้าของสวนทุเรียนในอำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี ที่สะท้อนความสูญเสียว่า สวนทุเรียนจำนวน 800 ต้นของตน มีโอกาสรอดไม่ถึง 200 ต้น ซึ่งหมายถึงการสูญเสียต้นทุนที่ทุ่มเทมาตลอด 5 ปี ทั้งยังไม่ได้รับการแจ้งเตือนล่วงหน้าที่ชัดเจน ตนและเกษตรกรจำนวนมากประเมินสถานการณ์ไม่ถูก ทำให้ไม่สามารถลดความสูญเสียได้ดีเท่าที่ควร แม้ตนจะพยายามเตรียมความพร้อมขนย้ายอุปกรณ์การเกษตรและปุ๋ยล่วงหน้าแล้วก็ตาม

 

เดชรัตกล่าวต่อไปว่า ขณะนี้หลายพื้นที่กำลังเข้าสู่ช่วงฟื้นฟูเยียวยา โดยได้วิเคราะห์ถึงปัญหาของกระบวนการเยียวยาจากภาครัฐในปัจจุบัน พบว่ามีข้อบกพร่อง 5 ประการ ได้แก่

 

1. ความล่าช้า: กระบวนการจ่ายเงินช่วยเหลืออาจกินเวลานาน 5-6 เดือน เนื่องจากขาดแคลนเจ้าหน้าที่เดินสำรวจแปลง และมีขั้นตอนการอนุมัติตามลำดับขั้นจากระดับอำเภอ จังหวัด จนถึงระดับประเทศ

 

2. อัตราเยียวยาต่ำ ไม่สะท้อนความจริง: เงินชดเชยที่รัฐบาลกำหนดไม่เพียงพอต่อการลงทุนใหม่ เช่น นาข้าวได้รับความช่วยเหลือเพียง 2,240 บาทต่อไร่ ส่วนไม้ผลหรือสวนทุเรียน หากตายทั้งหมดได้ 6,800 บาทต่อไร่ และหากชะงักการเจริญเติบโตได้เพียง 3,400 บาทต่อไร่

 

3. เพดานชดเชยต่ำเกินจริง: เกณฑ์เยียวยาปศุสัตว์และประมงจำกัดเพดานไว้ต่ำมาก เช่น โค-กระบือไม่เกิน 5 ตัว สุกรไม่เกิน 10 ตัว ไก่ไข่ไม่เกิน 1,000 ตัว และพื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำไม่เกิน 5 ไร่ ทำให้เกษตรกรที่เลี้ยงในปริมาณมากกว่าเกณฑ์ไม่ได้รับความช่วยเหลืออย่างเต็มที่

 

4. ขาดการดูแลช่วงฟื้นฟู: รัฐยังไม่มีมาตรการช่วยเหลือไม้ยืนต้นที่ชะงักการเติบโต และไม่มีการกำกับดูแลราคาปัจจัยการผลิตที่อาจฉวยโอกาสปรับตัวสูงขึ้น

 

5. พักชำระหนี้อย่างเดียวไม่เพียงพอ: การพักหนี้เพียงอย่างเดียวไม่ตอบโจทย์ เนื่องจากเกษตรกรส่วนใหญ่ไม่มีเงินทุนก้อนใหม่เพื่อเริ่มต้นการผลิตรอบใหม่ โดยเฉพาะพืชที่ต้องปลูกใหม่หรือโรงเรือนที่ได้รับความเสียหาย

 

เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว เดชรัตได้เสนอแนวทางเร่งด่วนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเสนอให้รัฐบาลปรับปรุงเกณฑ์การช่วยเหลือ ทั้งอัตราและเพดานการชดเชยให้สะท้อนความเสียหายที่แท้จริง โดยพิจารณาใช้งบกลางเข้ามาเสริม

 

พร้อมกันนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ต้องเร่งส่งทีมผู้เชี่ยวชาญและงบประมาณลงพื้นที่ฟื้นฟูไม้ผลที่ยังไม่ตายเพื่อรักษาสวนเอาไว้ หากดำเนินการไม่สำเร็จ รัฐบาลต้องช่วยเหลือในระดับเดียวกับกรณีเสียหายทั้งหมด โดยเดชรัตเสนอให้นำเทคโนโลยี เช่น ดาวเทียมและโดรน มาช่วยประเมินความเสียหาย พร้อมมอบอำนาจให้ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ตัดสินใจเพื่อเร่งรัดการจ่ายเงินเยียวยาให้แล้วเสร็จภายใน 45 วัน รวมถึงต้องทบทวนข้อจำกัดเรื่องทะเบียนเกษตรกร โดยเปิดช่องให้ผู้ที่ไม่ได้ปรับปรุงทะเบียน ที่ดินไม่มีเอกสารสิทธิ หรือผู้เช่าที่ดิน สามารถใช้หลักฐานอื่นยืนยันการทำเกษตรและความเสียหายจริงได้

 

ในด้านมาตรการทางการเงิน เดชรัตแนะนำให้รัฐบาลหารือกับ ธ.ก.ส. เพื่อจัดทำโครงการปรับโครงสร้างหนี้ให้เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ โดยต้องครอบคลุมถึงการสนับสนุนเงินทุนที่เพียงพอสำหรับการเริ่มต้นใหม่ การจัดทำประกันภัยพืชผลเพื่อลดความเสี่ยงในอนาคต การกำหนดระยะเวลาปลอดการชำระหนี้ในช่วงต้นที่ยังไม่ให้ผลผลิต และโครงสร้างการชำระหนี้ที่เหมาะสม ควบคู่ไปกับการหาแนวทางเพิ่มรายได้เสริมในระยะเริ่มต้น

ข่าวล่าสุด