“ชัชชาติ” แจงบึงคู้บอน-บางชัน ไม่ใช่โครงการพระราชดำริ ชี้งบ 1.1 หมื่นล้านไม่คุ้ม
ในวันเดียวกัน นายชัชชาติ ได้ชี้แจงกรณีโครงการก่อสร้างบึงรับน้ำ บึงคู้บอนและบึงบางชัน โดยยืนยันว่าเป็นแนวคิดการบริหารจัดการน้ำที่ กทม. ดำเนินการตามหลักวิชาการและแนวคิดแก้มลิง ไม่ใช่โครงการพระราชดำริโดยตรง โดยผลศึกษาจากบริษัทที่ปรึกษาพบว่าการสร้างบึงทั้งสองแห่งต้องใช้งบประมาณสูงถึงประมาณ 11,000 ล้านบาท ขณะที่ความจุรวมมีจำกัดเพียงประมาณ 1 ล้านลูกบาศก์เมตร (รับน้ำได้จริงราว 500,000 ลูกบาศก์เมตร) เมื่อเทียบกับการลงทุนปรับปรุงบึงหนองบอนในวงเงินประมาณ 6,700 ล้านบาท ซึ่งมีความคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพสูงกว่า สำนักการระบายน้ำจึงเลือกแนวทางดังกล่าว
สำหรับข้อกล่าวหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนกรณีบริษัทอสังหาริมทรัพย์เคยยื่นคัดค้านการเวนคืนในอดีต นายชัชชาติ ชี้แจงว่า ในปี 2558 ขณะดำรงตำแหน่ง CEO ของบริษัทอสังหาริมทรัพย์แห่งหนึ่ง บริษัทได้ซื้อที่ดินในพื้นที่เพิ่มสินมาก่อนแล้ว เมื่อ กทม. จัดทำกระบวนการประชาพิจารณ์ บริษัทในฐานะผู้ได้รับผลกระทบจึงใช้สิทธิยื่นคัดค้านตามกระบวนการ
ชัชชาติ ย้ำว่า การยกเลิกโครงการเกิดขึ้นในปี 2561 ซึ่งเป็นช่วงการบริหารงานของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครคนอื่น ไม่ใช่ช่วงที่ตนดำรงตำแหน่ง และยืนยันว่าไม่ได้เป็นผู้ตัดสินใจยกเลิกโครงการดังกล่าว รวมถึงไม่มีการเอื้อประโยชน์ให้กับตนเองหรือพวกพ้องแต่อย่างใด พร้อมแสดงความกังวลต่อการนำโครงการบึงรับน้ำดังกล่าวไปเชื่อมโยงว่าเป็นโครงการพระราชดำริ เนื่องจากอาจทำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน
กทม. ไม่ได้ปิดกั้นแนวคิดดังกล่าว
โดย นายชัชชาติ ระบุว่า หากมีข้อมูลทางวิชาการหรือข้อเสนอใหม่ที่แสดงให้เห็นว่าโครงการบึงคู้บอนหรือบึงบางชันมีความคุ้มค่าและสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการแก้ปัญหาน้ำท่วมได้จริง ก็พร้อมให้สำนักการระบายน้ำนำข้อมูลกลับมาศึกษาและพิจารณาใหม่ โดยพร้อมรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน นักวิชาการ และทุกภาคส่วน