จี้บริหารพื้นที่สีแดงให้รัดกุม – อย่าปล่อยท้องถิ่นสู้ลำพังยามน้ำลด
ณัฐพงษ์ กล่าวต่อไปว่า วิกฤตอุทกภัยในขณะนี้ยังไม่จบ สิ่งที่รัฐบาลจำเป็นต้องทำอย่างยิ่งคือการแบ่งพื้นที่บริหารจัดการให้ถูกต้อง ปัจจุบันยังมีพื้นที่สีแดงอีกหลายแห่งทั้งในโซนภาคกลางและภาคตะวันออก เช่น ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี และนครปฐม ซึ่งต้องได้รับการบริหารสถานการณ์อย่างมีประสิทธิภาพเพื่อลดความสูญเสียของประชาชน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือ รัฐบาลบริหารสถานการณ์ในช่วงวิกฤตและเผชิญเหตุผิดพลาดมาโดยตลอด อย่างเช่นในพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา ที่ประชาชนต้องอพยพซ้ำถึง 2 รอบ เนื่องจากขาดการคาดการณ์ปริมาณน้ำล่วงหน้าและการแจ้งเตือนภัยที่ล่าช้า
สำหรับพื้นที่ที่น้ำลดลงแล้วอย่างกรุงเทพมหานคร รัฐบาลกลับปล่อยให้ท้องถิ่นต้องจัดการปัญหาด้วยตนเอง โดยเฉพาะการเก็บขนขยะชิ้นใหญ่ประเภทเฟอร์นิเจอร์ตามชุมชนต่างๆ จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลอย่าปล่อยให้ท้องถิ่นโดดเดี่ยว ควรระดมสรรพกำลัง อุปกรณ์ เครื่องจักร และรถบรรทุกจากพื้นที่อื่น เข้ามาช่วยฟื้นฟูในพื้นที่น้ำลด
เตือนสัปดาห์หน้ายังเสี่ยงหนัก จ่อลุยสอบปมสารเคมีรั่วไหล
ขณะเดียวกัน ในส่วนของพื้นที่สีแดง ข้อมูลล่าสุดยังพบความเสี่ยงจากฝนตกและระดับน้ำวิกฤตต่อเนื่องไปอีกราว 1 สัปดาห์ ซึ่งยังประมาทไม่ได้ จึงขอเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีลงมานั่งหัวโต๊ะบัญชาการด้วยตนเองเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม
ในส่วนการดำเนินงานของพรรคประชาชน ที่ผ่านมาทีมงานในพื้นที่ กทม. ได้นำรถบรรทุกและเครื่องจักรเข้าไปช่วยขนย้ายขยะออกจากหน้าบ้านเรือนประชาชนแล้ว นอกจากนี้ พรรคยังเตรียมติดตามปัญหาการปนเปื้อนมลพิษและสารเคมีรั่วไหลจากโรงงานอุตสาหกรรมใน จ.ปราจีนบุรี ซึ่งเป็นการซ้ำเติมผู้ประสบภัย โดยตนได้ลงพื้นที่ตรวจสอบและพบว่าปัญหารุนแรงจริง จึงเตรียมนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมาธิการการอุตสาหกรรม สภาผู้แทนราษฎร ในลำดับถัดไป