"ทวิดา" สั่งสุ่มตรวจสถานดูแลผู้สูงอายุ กทม. ย้ำฟันไม่เว้น
06 ต.ค. 2569 | titayu_pur

ไม่ปล่อยผ่าน! "ทวิดา" รองผู้ว่าฯ กทม. สั่งลุยสุ่มตรวจ "สถานดูแลผู้สูงอายุ" ทั่วกรุง หลังมีข่าวเกิดขึ้นที่กาญจนบุรี ล่าสุดสั่งทีมงานเช็กพิกัดต้องสงสัยด่วน
ข่าว
06 ต.ค. 2569 | titayu_pur

ไม่ปล่อยผ่าน! "ทวิดา" รองผู้ว่าฯ กทม. สั่งลุยสุ่มตรวจ "สถานดูแลผู้สูงอายุ" ทั่วกรุง หลังมีข่าวเกิดขึ้นที่กาญจนบุรี ล่าสุดสั่งทีมงานเช็กพิกัดต้องสงสัยด่วน
KEY
POINTS
6 ตุลาคม 2569 กรุงเทพมหานคร โดย รศ.ดร.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าฯ กทม. สั่งการด่วนให้เครือข่ายสาธารณสุข เร่งเฝ้าระวังและสุ่มตรวจ สถานดูแลผู้สูงอายุ ทั่วกรุง หลังปรากฏกระแสข่าวการดูแลผู้พักอาศัยอย่างไม่เหมาะสม โดยย้ำหากพบกระทำผิดจริงจะไม่ปล่อยไว้ พร้อมเร่งตรวจสอบจุดต้องสงสัยทันที ดึงกำลังอาสาสมัครสาธารณสุขและศูนย์บริการสาธารณสุขลงพื้นที่ ควบคู่แผนเยี่ยมบ้าน ผู้สูงอายุ และกลุ่มเปราะบางกว่า 53,000 คน เพื่อสร้างความปลอดภัยสูงสุด
รศ. ดร.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงการกำกับดูแลสถานดูแลผู้สูงอายุในพื้นที่กรุงเทพฯ หลังปรากฏข่าวเกี่ยวกับการดูแลผู้พักอาศัยอย่างไม่เหมาะสม โดยยืนยันว่า ขณะนี้ กทม. ยังไม่ได้รับรายงานเหตุในลักษณะดังกล่าวในพื้นที่ แต่หากพบการกระทำที่ไม่เหมาะสม จะไม่ปล่อยให้เกิดขึ้นหรือดำเนินต่อไป พร้อมเตรียมให้เจ้าหน้าที่สุ่มลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่ต้องสงสัยเพิ่มเติม
รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า ในพื้นที่กรุงเทพฯ มีบ้านพักอาศัยบางแห่งที่นำมาใช้เป็นสถานที่ดูแลผู้สูงอายุ โดยบางกรณีเจ้าของบ้านอาจพักอาศัยอยู่เพียงลำพัง และรับดูแลผู้สูงอายุรายอื่น ซึ่งสถานที่ลักษณะนี้จะมีศูนย์บริการสาธารณสุข และอาสาสมัครสาธารณสุขลงพื้นที่ติดตามอยู่เป็นระยะ เพื่อประเมินว่าสามารถดูแลผู้สูงอายุได้อย่างเหมาะสมหรือไม่
การติดตามจะเน้นเรื่องสุขอนามัยและสภาพความเป็นอยู่ของผู้สูงอายุเป็นสำคัญ เนื่องจากบ้านพักอาศัยในชุมชนอาจมีข้อจำกัดด้านพื้นที่ และการจัดสภาพแวดล้อม แตกต่างจากสถานดูแลผู้สูงอายุขนาดใหญ่ หรือสถานพยาบาล จึงจำเป็นต้องอาศัยเครือข่ายเจ้าหน้าที่สาธารณสุข และอาสาสมัครในพื้นที่ช่วยเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน ศูนย์บริการสาธารณสุขของ กทม. มีภารกิจเยี่ยมบ้านกลุ่มเปราะบางในบัญชีกว่า 53,000 คน ทั้งผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัว คนพิการ และผู้ที่มีข้อจำกัดในการดำรงชีวิต ซึ่งการลงพื้นที่เยี่ยมบ้านแต่ละครั้งถือเป็นอีกช่องทางที่เจ้าหน้าที่สามารถพบเห็นสถานที่ดูแลผู้สูงอายุในชุมชน และติดตามความเหมาะสมของการดูแลได้
ส่วนกรณีข่าวที่ปรากฏ รศ. ดร.ทวิดา ระบุว่า ได้ส่งข้อมูลให้ทีมงานตรวจสอบทันที โดยเฉพาะประเด็นตัวย่อของสถานที่ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับชื่อศูนย์บริการสาธารณสุข ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างรอข้อมูลเพิ่มเติมและยังไม่มีรายงานยืนยันว่าเป็นสถานที่ในความรับผิดชอบของ กทม.
ทั้งนี้ กทม. จะเพิ่มการเฝ้าระวังผ่านเครือข่ายอาสาสมัครสาธารณสุข ควบคู่กับการลงพื้นที่ของศูนย์บริการสาธารณสุข และเตรียมพิจารณาสุ่มตรวจสถานที่ต้องสงสัยเพิ่มเติม เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการดูแลผู้สูงอายุที่ไม่เหมาะสม และสร้างความมั่นใจว่ากลุ่มเปราะบางจะได้รับการดูแลอย่างปลอดภัย