ดร.พรชัย ยืนยันว่า ภาษี 2% On-top ที่ก่อนหน้านี้ผู้ประกอบการต้องจ่ายเพิ่มจากภาษีสรรพสามิตปกติ ยังต้องจ่ายอยู่ แต่เปลี่ยนรูปแบบไปอยู่ภาษีปกติ ไม่ได้เอื้อเอกชน และไม่ได้ลดการจัดเก็บภาษีลง
เมื่อถามว่า เราจะใช้วิธีการที่ 1 หรือใช้วิธีการที่ 2 ในการแก้ไขกฎหมายนำส่งเงินให้กับกองทุน
อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวว่า ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้มอบหมายให้กรมสรรพสามิตศึกษาไว้ ซึ่งเห็นว่ารูปแบบที่ 2 สอดคล้องและเหมาะสมที่สุด เนื่องจากสภาฯ ทำได้เพียงแก้ระดับพระราชบัญญัติ แต่ไม่สามารถออกกฎกระทรวงได้ รัฐบาลจึงจะเสนอร่างกฎกระทรวงประกบเข้าไปเพื่อให้มีผลบังคับใช้ในวัน เวลา และอัตราที่เหมาะสม
เมื่อ 2% ถูกส่งเข้าคลังแล้ว 4 หน่วยงาน จะใช้จ่ายอะไร อย่างไร เท่าใด ต้องทำเรื่องตามขั้นตอนงบประมาณเหมือนหน่วยงานอื่นๆ ใช่หรือไม่
ดร.พรชัย ฐีระเวช กล่าวว่า ถูกต้อง เท่านี้ก็จะเข้าสู่กระบวนการขอรับงบประมาณ การจัดสรรงบประมาณ และการอนุมัติงบประมาณตาม พ.ร.บ. วิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561
ที่เปิดรับฟังความคิดเห็น 3 ใน 4 ร่าง จะเป็นร่างที่เสนอโดย สส. พรรคภูมิใจไทย แต่ด้วยความที่เป็นร่างกฎหมายการเงิน ในจังหวะที่ต้องผ่านนายกฯ ก่อน ทางกระทรวงการคลังก็จะทำความเห็นประกบไปกับร่างของ สส. ภูมิใจไทย ใช่หรือไม่?
ดร.พรชัย กล่าวว่า ถ้าในทางปฏิบัติของทางราชการ ก็จะเป็นอย่างนั้น
ในเมื่อเป็นนโยบายของรัฐบาลจะทำ รัฐบาลออกหน้าเสนอแก้กฎหมายด้วยตัวรัฐบาลเองไปเลย จะไม่ดีกว่าหรือ จะไปทำความเห็นประกบกับร่าง สส. ภูมิใจไทย ทำไม?
ดร.พรชัย อธิบายว่า รัฐบาลมีการเตรียมการมาตั้งแต่เดือนเมษายน 2569 หลังแถลงนโยบาย แต่ช่วงที่ผ่านมามีภารกิจเร่งด่วน เช่น การออกพระราชกำหนดและการแก้ไขปัญหาวิกฤตต่างๆ จึงต้องจัดลำดับความสำคัญ และบังเอิญที่ช่วงนี้ทาง สส. ได้เสนอร่างนี้ขึ้นมาพอดี จึงเป็นโอกาสที่มาบรรจบกันพอดี