เนชั่นทีวี

ข่าว

ศูนย์ JICC เผย เช้านี้ “เขื่อนเจ้าพระยา” ปล่อยน้ำ 2,300 ลบ.ม./วินาที กรอบไม่เกิน 2,500 ลบ.ม./ วินาที

01 ต.ค. 2569 | prisana_tha

ศูนย์ JICC เผย เช้านี้ “เขื่อนเจ้าพระยา” ปล่อยน้ำ 2,300 ลบ.ม./วินาที กรอบไม่เกิน 2,500 ลบ.ม./ วินาที

ศูนย์ JICC เผย เช้านี้ “เขื่อนเจ้าพระยา” ปล่อยน้ำ 2,300 ลบ.ม./วินาที กรอบไม่เกิน 2,500 ลบ.ม./ วินาที ขณะ “เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์” ระดับเกิน 100 % ขอประชาชนริมน้ำ ยกของขึ้นที่สูง-อพยพเข้าที่ปลอดภัย

ศูนย์ JICC เผย เช้านี้ “เขื่อนเจ้าพระยา” ปล่อยน้ำ 2,300 ลบ.ม./วินาที กรอบไม่เกิน 2,500 ลบ.ม./ วินาที ขณะ “เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์” ระดับเกิน 100 % ขอประชาชนริมน้ำ ยกของขึ้นที่สูง-อพยพเข้าที่ปลอดภัย

KEY

POINTS

  • เตือนฝนเพิ่ม 4-8 ต.ค. เป็นฝนเปลี่ยนฤดู โดยวันที่ 6-7 ต.ค. กาญจนบุรีและพื้นที่ฝั่งตะวันตกมีฝนมากกว่าปกติ ส่วน กทม. เฝ้าระวังฝนช่วง 7-8 ต.ค.
  • หลายเขื่อนเร่งบริหารน้ำ เขื่อนเจ้าพระยา เพิ่มการระบายจาก 2,200 เป็น 2,300 ลบ.ม./วินาที และกำหนดกรอบไม่เกิน 2,500 ลบ.ม./วินาที ขณะที่เขื่อนป่าสักฯ และเขื่อนแม่กลองมีการระบายน้ำ พร้อมเตือนพื้นที่ริมน้ำ
  • นายกฯ สั่งรับมือพื้นที่เสี่ยง เร่งช่วยผู้ประสบภัยที่เข้าถึงยาก จัดส่งอาหาร น้ำดื่ม ยา และสิ่งจำเป็น พร้อมเตรียมทรัพยากรข้ามจังหวัด และรับมือฝนระลอกใหม่ 4-5 ต.ค.

1 ตุลาคม 2569 นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงข่าว ศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วมในสถานการณ์อุทกภัย หรือ ศูนย์ JICC ร่วมกับ นายฐนโรจน์ วรรัฐประเสริฐ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการน้ำแห่งชาติ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติหรือ หรือ สทนช. และ นางลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมผู้แทน กทม.

 

โดยเอกภพ กล่าวว่า มีการแจ้งเตือนว่าจะมีฝนเพิ่มขึ้นในช่วงวันที่ 4-8 ตุลาคม เป็นฝนเปลี่ยนฤดู ไม่ใช่ฝนตกแช่ ขณะเดียวจากการพยากรณ์อากาศช่วงวันที่ 6- 7 ตุลาคม จะมีฝนมากกว่าปกติ ที่ จ.กาญจนบุรี และจังหวัดฝั่งตะวันตก ส่วนกรุงเทพมหานคร ฝนเปลี่ยนฤดู จะเข้าวันที่ 7 - 8 ตุลาคม จึงต้องมีการเฝ้าระวัง และอัปเดตสถานการณ์ เพื่อแจ้งเตือนต่อไป

 

นายเอกภพ กล่าวต่อว่า สถานการณ์น้ำเหนือ จากแม่น้ำปิงระดับน้ำเริ่มลดลงแล้ว ในช่วง 2 วันที่ผ่านมา ลงมาถึง จ.นครสวรรค์ ขณะนี้ระดับน้ำอยู่จุดที่สูงสุด และจะส่งต่อไปที่เขื่อนเจ้าพระยา ก่อนที่จะเข้าแม่น้ำสะแกกรัง จ.อุทัยธานี มีการหน่วงน้ำไว้ เพื่อให้น้ำเข้ามาเติมแม่น้ำเจ้าพระยาให้น้อยลง โดยการปล่อยน้ำของเขื่อนเจ้าพระยา เมื่อวานนี้(30 ก.ย. 69) อยู่ที่ 2,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยจะค่อยๆทยอยปล่อยน้ำเพิ่มขึ้น หลังจากมีการอนุมัติของคณะกรรมการน้ำแห่งชาติ เช้านี้(1 ต.ค. 69) เพิ่มเป็น 2,300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยการระบายน้ำแบบเป็นขั้นบันได โดยมีกรอบการระบายน้ำไม่เกิน 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

เขื่อนเจ้าพระยา

 

ขณะที่เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ระดับน้ำในเขื่อนเกินระดับที่ 100% ไปแล้ว มีการระบายน้ำ ลงมาที่ จ. พระนครศรีอยุธยา แจ้งเตือนประชาชนให้เฝ้าระวัง โดยเฉพาะประชาชนที่อยู่พื้นที่ริมน้ำ และพื้นที่ราบ ให้อพยพรวมถึงยกของขึ้นที่สูง

 

ส่วนพื้นที่ฝั่งตะวันตก ปัญหาอยู่ที่ จ.กาญจนบุรี ที่จะระบายน้ำลงแม่น้ำแม่กลอง ปัจจุบันเขื่อนวชิราลงกรณ มีระดับน้ำสูงขึ้น จากการเก็บกักน้ำไว้ 2 วันที่ผ่านมา แต่ในส่วนน้ำที่เข้ามาเติม ไม่ได้มีกระแสน้ำเพิ่มขึ้น เพราะฝนตกน้อยลง อย่างไรก็ตาม เขื่อนมีโอกาสจะรับน้ำเพิ่ม จึงเริ่มปล่อยน้ำออก

ขณะที่ ที่ประชุม คณะกรรมการนโยบายน้ำแห่งชาติ  หรือ กนช. ให้มีการเพิ่มการระบายน้ำอยู่ที่ 500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อพร่องน้ำเหนือเขื่อน ซึ่งเมื่อดูมวลน้ำเดิมที่ปล่อยก่อนหน้านี้มีความห่างกันพอสมควร จึงจะไม่กระทบประชาชนมากนัก

 

นายเอกภพ กล่าวอีกว่า เขื่อนแม่กลอง ปัจจุบันระบายน้ำอยู่ที่ 2,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เป็นการบริหารจัดการน้ำเพื่อให้รองรับน้ำการบริหารจัดการน้ำ ไม่ให้เกิดผลกระทบทั้งเหนือเขื่อนและใต้เขื่อน ซึ่งน้ำจะถูกปล่อยไป ที่ จ.ราชบุรี สมุทรสงคราม มีการแจ้งเตือนประชาชนทั้ง 2 จังหวัดแล้วว่าให้อพยพรวมถึงยกของขึ้นที่สูง พร้อมเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

 

ขณะเดียวกันพื้นที่ จ.สมุทรสงคราม มีการสูบน้ำออก เพื่อไม่ให้น้ำเข้ามาเติมในคราวเดียวกัน และขอให้ประชาชนฟังประกาศและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

 

ส่วนฝั่งตะวันออก น้ำจาก จ.ปราจีนบุรี และ นครนายก ระดับน้ำทรงตัวและลดลงแล้ว เนื่องจากผ่านจุดสูงสุดของปริมาณน้ำที่ผ่านทั้ง 2 จังหวัดแล้ว โดยน้ำจะมารวมกันที่แม่น้ำบางปะกง และพื้นที่ลุ่มต่ำของ จ.ฉะเชิงเทรา ที่ อ.บางคล้า คลองเขื่อน และบางน้ำเปรี้ยว มีการแจ้งเตือนประชาชนและขอให้เคลื่อนย้าย พร้อมยกของขึ้นที่สูง หากมีผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุ หรือกลุ่มเปราะบาง ให้อพยพไปที่ศูนย์อพยพของจังหวัดที่เตรียมไว้

 

โดยเน้นย้ำว่า ภาคกลาง โดยเฉพาะ จ.พระนครศรีอยุธยา นนทบุรี ปทุมธานี ขอให้ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด หากประเมินแล้วระดับสูงขึ้น ขอให้อพยพไปอยู่ศูนย์พักพิงจะปลอดภัยกว่า

 

นายเอกภพ ยังระบุถึงข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีจากที่ประชุม กองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ที่ประชุมเมื่อเช้านี้ ว่า ให้จัดลำดับความสำคัญในการช่วยเหลือประชาชนที่มีความเดือดร้อนที่ต้องเข้าถึงก่อน โดยการจัดลำดับความสำคัญให้ดี พร้อมจัดระบบทีมที่จะเข้าไปช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ที่มีการเข้าถึงได้ยาก น้ำท่วมสูง ลึก รวมถึงการส่งน้ำดื่ม อาหาร ยารักษาโรค และสิ่งของจำเป็นให้ทั่วถึง ขณะเดียวกันยังให้จัดระบบสื่อสารกับประชาชนแบบ 1 พื้นที่ 1 ข้อมูล มีการประสานงานกันให้เป็นหนึ่งเดียว

 

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ยังสั่งการให้มีการเตรียมมาตรการรองรับฝนระลอกใหม่ วันที่ 4-5 ตุลาคมนี้ ในพื้นที่ที่มีการแจ้งเตือน

 

พร้อมกันนี้ ที่ประชุมยังได้พูดถึงพื้นที่เสี่ยง ของ GISTDA ที่มีการคำนวณการรับน้ำ ปริมาณน้ำฝน และการปล่อยน้ำจากเขื่อนต่างๆ ไปให้แต่ละจังหวัดให้ใช้ข้อมูลตรงนั้นในการพิจารณาสั่งการและให้การช่วยเหลือ รวมถึงให้จัดทำบัญชีทรัพยากรกำลังคน เครื่องจักรกล ให้สามารถเคลื่อนย้ายข้ามจังหวัดได้ทันที เพื่อให้ทรัพยากรต่างๆ สามารถเข้าไปช่วยเหลือในพื้นที่ที่ต้องการได้

 

สำหรับพื้นที่ 2 ฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ท่าจีน แม่กลอง ให้แจ้งเตือนประชาชนผ่านทุกช่องทาง พร้อมกำชับให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ดูแลความเป็นอยู่ การดำรงชีพของประชาชนให้ครบถ้วนทุกมิติอย่างใกล้ชิด และให้ผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัด และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในแต่ละจังหวัดให้อยู่ในพื้นที่ตลอดเวลา ส่วนพื้นที่ที่น้ำลดแล้วให้เร่งสูบน้ำออกโดยเร็ว และดําเนินการให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติ อย่างรวดเร็ว

ข่าวล่าสุด