ตามประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่องฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย ภาคเหนือด้านตะวันตกและตอนล่าง ภาคกลางด้านตะวันตก และภาคตะวันออก ยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง เนื่องจากหย่อมความกดอากาศต่ำได้เคลื่อนลงสู่อ่าวมะตะบันแล้ว ในขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังค่อนข้างแรงยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก และฝนตกสะสมต่อเนื่องอีก 1 วัน ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมสะสม โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม
เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำเป็นไปอย่างเหมาะสม สอดคล้องกับสถานการณ์น้ำฝน - น้ำท่า จากการคาดการณ์ของกรมชลประทานในช่วง 1-5 วันข้างหน้า โดยในวันที่ 2 ตุลาคม 2569 ที่สถานี C.2 อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ จะมีปริมาณน้ำไหลผ่านสูงสุดประมาณ 3,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และคาดการณ์ปริมาณน้ำจากลำน้ำสาขาประมาณ 700-750 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลให้ปริมาณน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยามีปริมาณระหว่าง 3,600-3,700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และรับน้ำเข้าระบบชลประทาน 2 ฝั่ง ในอัตรา 550-580 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
กรมชลประทานจึงมีความจำเป็นต้องปรับเพิ่มการระบายน้ำผ่านท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ในอัตราระหว่าง 2,000-2,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งจะส่งผลให้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นจากปัจจุบันอีกประมาณ 0.20-0.30 เมตร บริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ ได้แก่ อำเภอเสนา อำเภอผักไห่ อำเภอบางบาล อำเภอพระนครศรีอยุธยา อำเภอบางปะอิน อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา, อำเภอวิเศษชัยชาญ อำเภอป่าโมก อำเภอเมืองอ่างทอง อำเภอไชโย จังหวัดอ่างทอง, อำเภออินทร์บุรี อำเภอพรหมบุรี อำเภอเมืองสิงห์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี และอำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท โดยจะไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ชุมชนในคันกั้นน้ำ อย่างไรก็ตาม กรมชลประทานได้ขอให้ 11 จังหวัดในลุ่มน้ำเจ้าพระยา รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำน้อย เฝ้าติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด
🔵เขื่อนเจ้าพระยาจ่อระบาย 2,500 ลบ.ม. - ชาวบ้านแห่อพยพหนีน้ำ
ด้านสถานการณ์น้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยายังคงมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้มีการออกแถลงการณ์แจ้งเตือนประชาชนใน 11 จังหวัด ให้เตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำ หลังเขื่อนเจ้าพระยาจะมีการปรับเพิ่มการระบายน้ำผ่านเขื่อนจากเดิม 2,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เป็น 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
สถานการณ์น้ำปัจจุบันที่สถานีวัดน้ำ C.2 อ.เมือง จ.นครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่านอยู่ที่ 2,443 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ที่สถานี C.13 เขื่อนเจ้าพระยา อ.สรรพยา จ.ชัยนาท มีปริมาณน้ำทางด้านเหนือเขื่อนอยู่ที่ 17.72 เมตร/รทก. มีปริมาณน้ำทางด้านท้ายเขื่อนอยู่ที่ 15.22 เมตร/รทก. และมีอัตราการระบายน้ำผ่านเขื่อนอยู่ที่ 2,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
🔵ชาวบ้าน อ.สรรพยา เริ่มอพยพหนีน้ำ
ล่าสุด ชาวบ้านในพื้นที่ ต.หาดอาษา อ.สรรพยา เริ่มทำการอพยพ ขนย้ายรถยนต์ รถไถ และของมีค่าขึ้นที่สูง ตามเต็นท์ริมถนนสายคันคลองมหาราช ก่อนที่จะมีการระบายน้ำตามประกาศ เพราะหากระบายถึง 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที น้ำจะไหลเอ่อเข้าท่วมอย่างแน่นอน
นายยงยุทธ อายุ 60 ปี ชาวบ้าน ม.2 ต.หาดอาษา เผยว่า ที่บ้านน้ำปริ่มจะเข้าท่วมจนนอนไม่หลับ ปีนี้เตรียมการแต่เนิ่นๆ พอรู้ว่าจะปล่อยเกิน 2,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ก็รีบสั่งเต็นท์มากางไว้เลย เพื่อรีบขนของ ขนรถ และทรัพย์สินขึ้นมา ค่าเช่าปีนี้เดือนละ 2,000 บาท แต่ก็ต้องจำใจเพราะต้องมากินนอนอยู่ที่ริมถนน กันแดดกันลมกันฝน และต้องอยู่กันเป็นเดือนๆ
ขณะที่พนักงานเทศบาลตำบลหาดอาษา และทหารจากกองพันซ่อมบำรุงเครื่องบินทหารบก จังหวัดลพบุรี ได้ช่วยกันกรอกกระสอบทรายตามพื้นที่ลุ่มต่ำ เพื่อประวิงเวลาและชะลอน้ำไม่ให้ท่วมเร็วเกินไป เพื่อให้ประชาชนเก็บของขึ้นที่สูงทัน
ด้าน นางชัณณ์ญาช์ สุภาวิตา นายกเทศมนตรีตำบลหาดอาษา เผยว่า ในพื้นที่ ต.หาดอาษา ยังคงกั้นพื้นที่ลุ่มต่ำของตำบลที่ได้รับผลกระทบไปบ้างแล้ว แผนรับมือตอนนี้มีอย่างแรกคือการอพยพ และแจ้งประกาศเตือนให้ชาวบ้านย้ายไปที่ริมคันคลองมหาราชเหมือนเช่นทุกปี ครั้งนี้เขื่อนปล่อยน้ำไวมาก แค่ 10 วันน้ำก็เอ่อเข้าท่วมแล้ว ส่วนพื้นที่ลุ่มต่ำอื่นๆ ก็ยังกั้นไว้เพื่อชะลอน้ำให้พี่น้องประชาชนมีเวลาเก็บของต่อไป