นายเอกภพ ระบุอีกว่า การเยียวยากระทรวงสาธารณสุขได้มีการรายงานว่ากลุ่มเปราะบางได้รับการดูแลแล้ว 52,000 คน โรงพยาบาลได้รับผลกระทบ รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร์ รพ.แกลง และ รพ.บ้านค่าย จ.ระยอง ซึ่งทั้ง 3 โรงพยาบาลมีการให้บริการบางส่วน แต่วันนี้ผู้ป่วยสีแดงของโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร์จะมีการย้ายไปอยู่โรงพยาบาลข้างเคียง สำหรับยอดผู้เสียชีวิตทั่วประเทศ 40 คน
นายเอกภพ ระบุอีกว่า นายกรัฐมนตรีมีข้อสั่งการให้มีการเฝ้าระวังและแจ้งเตือนภัย พร้อมติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด จ.ราชบุรี สมุทรสงคราม กาญจนบุรี รวมถึงจ.ฉะเชิงเทรา โดยให้ ปภ. เตรียมเครื่องมือให้พร้อม เร่งสูบน้ำระบายออกจากพื้นที่ พร้อมระดมรถสุขาจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในพื้นที่ที่ยังไม่มีน้ำท่วม ไปยังพื้นที่น้ำท่วม
ส่วนการเยียวยา ให้ดูสวัสดิภาพของศูนย์พักพิง และสุภาพจิตของประชาชน พร้อมเน้นย้ำผู้ว่าราชการจังหวัดให้ตรวจสอบ อาหารและเครื่องดื่ม ที่ได้รับการบริจาคให้มีคุณภาพ พร้อมรายงานสถานการณ์ทุกวันจากทุกจังหวัด เข้ามาที่สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย และโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้มีความสอดคล้องกันและได้รับการตรวจสอบแล้วว่าเป็นข้อมูลจริง และถูกต้อง
สำหรับ โครงการระบายน้ำเส้นทาง “ชัยนาท-ป่าสัก-อ่าวไทย” ที่คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติไปเมื่อวานนี้ เพื่อบริหารจัดการในพื้นที่ จ.อยุธยา อ่างทอง สิงห์บุรีชัยนาท ชัยนาท ลพบุรี และสระบุรี ไม่ให้เป็นพื้นที่รองรับน้ำอีกต่อไป
ทั้งนี้ นายเอกภพ ระบุอีกว่า ที่ประชุม ครม.เมื่อวานนี้ นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการฝ่ายบริหารและผู้ปฏิบัติงานให้ความร่วมมือ หากไม่ให้ความร่วม นายกรัฐมนตรีจะใช้อำนาจ ขอให้ผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามมาปฏิบัติงานที่ที่สำนักนายกรัฐมนตรี และเชื่อว่าหลังจากนี้การดำเนินการเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ไม่มีปัญหาติดขัด รวดเร็ว ช่วยเหลือกันอย่าง เต็มกำลังความสามารถ เพื่อให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตตามปกติ
"ในส่วนของฝ่ายข้าราชการประจำ ซึ่งเราจะเห็นว่ามีส่วนราชการต่าง ๆ เข้าไปในพื้นที่หลายหน่วยงานหลายภาคส่วนกรมชลประทาน ปภ. สทนช. สสน. รวมถึงแต่ละจังหวัด นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวานนี้ หากมีการสั่งการ หรือข้อสั่งการ หรือมีการดำเนินการที่สั่งการโดยระดับบริหารของกระทรวงใด และผู้ปฏิบัติงานในกระทรวงนั้น ๆ ไม่ให้ความร่วมมือ หรือดำเนินการแล้ว ไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกันกับระดับผู้บริหาร นายกรัฐมนตรีจะสามารถใช้อำนาจ ขอให้ผู้ที่ไม่ปฏิบัติตาม เข้ามาปฎิบัติหน้าที่ที่สำนักนายกรัฐมนตรี" นายเอกภพ กล่าว
เมื่อถามว่า ทำไมในการแถลงข่าววันนี้ ไม่สามารถบอกวันเวลา ชื่อน้ำในพื้นที่กรุงเทพมหานครจะแห้ง จากเดิมเมื่อวานนี้ (29 ก.ย.69) บอกว่าจะใช้ระยะเวลา 2-3 วัน น้ำสลดและสัญจรได้เป็นปกติ นายเอกภพกล่าวว่า ภาพรวม2-3 วันนี้น้ำจะลดลงเกินกว่า 90% ส่วนชุมชนต่างๆนายกรัฐมนตรี เข้าไปในชุดได้นำเครื่องสูบน้ำขนาดเล็ก จำนวน 300-400 ตัว เข้าไปในชุมชน เพื่อเร่งระบายน้ำออกทางอ่าวไทย แล้วจะทำให้น้ำท่วมขังภายในชุมชนลดลง แต่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าจะลดภายในกี่วันแต่จะทำให้เร็วที่สุดส่วนที่ไม่
ส่วนที่ไม่คาดการณ์ ขณะที่ฝนจะตกในวันที่ 4-6 ตุลาคม รวมถึงน้ำเหนือจะเข้ามาเติม จะระบายน้ำออกจากกรุงเทพฯทันหรือไม่นั้น นายเอกภพ กล่าวว่า ในส่วนของกทม.อยากจะเน้นย้ำว่าฝนออกจากกทม.ไปแล้ว และน้ำที่มีอยู่กำลังจะระบายออก จากรายงานของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร บอกว่ามีประสิทธิภาพในการระบายเพิ่มขึ้น พื้นที่ที่น้ำเคยเต็มคลอง น้ำพร่องลงไปแล้ว ถือเป็นข้อดีว่าน้ำจากคลองเริ่มไหลไปได้
ส่วนที่กังวลว่า น้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยา จะลงมาหนุน ขอเน้นย้ำว่าปัจจุบันมีการบริหารจัดการน้ำ โดยภาคเหนือหากดูแผนที่ประเทศไทย แม่น้ำปิงไหลจากเชียงใหม่ลงมานครสวรรค์ มีปริมาณเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แม่น้ำน่านก็ไม่ได้เพิ่ม และน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาไหลเข้าแม่น้ำสะแกกรัง จังหวัดอุทัยธานี และแม่น้ำสะแกกรังที่ไหลกลับเข้าสู่แม่น้ำเจ้าพระยาก็ทรงตัวแล้ว ดังนั้นน้ำที่ลงมาจากเขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท ปัจจุบันมีการระบายน้ำอยู่ที่ 2,200 ลูกบาศก์เมตร/วินาที ซึ่งมีการปรับเพิ่มการระบายน้ำได้ถึง 2,500 ลูกบาศก์เมตร/วินาที และเมื่อมาที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาจุด บางบาล บางไทร แต่จุดสูงสุดที่ทำให้กทม.มีน้ำท่วมหนุนได้ปริมาณต้องอยู่ที่ 3,000 ลูกบาศก์เมตร / วินาที แต่ปัจจุบันน้ำที่อยู่ที่บางบาล และบางไทรอยู่ที่ 2,100 ลูกบาศก์เมตร /วินาที ยังเหลืออีก 900 ลูกบาศก์เมตร / วินาที และในวันที่ 4-6 ตุลาคมที่จะมีฝนเข้ามานั้นเป็นฝนเปลี่ยนฤดูไม่ใช่ฝนตกแช่ ดังนั้นปริมาณน้ำฝนไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อปริมาณน้ำที่จะเพิ่มขึ้นในแม่น้ำเจ้าพระยา
นายเอกภพ กล่าวอีกว่า นายกรัฐมนตรียังเน้นย้ำว่า หน่วยงานราชการที่ถูกน้ำท่วมขังในขณะนี้ เช่น การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท. )และพื้นที่กองทัพ ต้องยังไม่สูบน้ำ แต่ต้องเร่งระบายน้ำออกจากบ้านเรือนประชาชนก่อน โดยพื้นที่ราชการจะเป็นพื้นที่สุดท้ายที่จะต้องทำการระบายน้ำ
ส่วนปริมาณน้ำที่เพิ่มขึ้นของแม่น้ำแม่กลองจากการระบายน้ำ จากเขื่อนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี ที่วันนี้เพิ่มขึ้น 80% นั้น ขอให้ประชาชนที่อยู่ตามแนวตลิ่งติดตามสถานการณ์จากในพื้นที่ และให้ยกของขึ้นที่สูง