เนชั่นทีวี

ข่าว

“นายกฯ อนุทิน” ขู่ใช้อำนาจเด้งเข้ากรุ ขรก.ไม่ให้ความร่วมมือฝ่ายบริหารแก้น้ำท่วม

30 ก.ย. 2569 | titayu_pur

“นายกฯ อนุทิน” ขู่ใช้อำนาจเด้งเข้ากรุ ขรก.ไม่ให้ความร่วมมือฝ่ายบริหารแก้น้ำท่วม

“นายกฯ อนุทิน” ขู่ ฝ่ายปฏิบัติ งาน-ขรก.ประจำ ไม่ให้ความร่วมมือฝ่ายบริหาร แก้น้ำท่วม พร้อมใช้อำนาจเด้งเข้ากรุ ขอผู้ว่าฯ กทม. ขยาย WFH - เพิ่มรอบรถรับส่งให้คนทำงาน ย้ำ ผู้ว่าฯ ทั่วประเทศรายงานสถานการณ์ทุกวัน

“นายกฯ อนุทิน” ขู่ ฝ่ายปฏิบัติ งาน-ขรก.ประจำ ไม่ให้ความร่วมมือฝ่ายบริหาร แก้น้ำท่วม พร้อมใช้อำนาจเด้งเข้ากรุ ขอผู้ว่าฯ กทม. ขยาย WFH - เพิ่มรอบรถรับส่งให้คนทำงาน ย้ำ ผู้ว่าฯ ทั่วประเทศรายงานสถานการณ์ทุกวัน

KEY

POINTS

  • เตือนฝนตกหนัก 4-6 ต.ค. & เสนอ กทม. ยืด WFH: รัฐบาลเตือนฝนตกหนักระลอกใหม่กระทบหลายภาค รวมถึง กทม. พร้อมเสนอขยายเวลา Work From Home เพื่อสะดวกต่อการเร่งระบายน้ำ
  • เฝ้าระวังน้ำทะลักภาคตะวันตก-ตะวันออก: เขื่อนศรีนครินทร์-วชิราลงกรณ ระบายน้ำดันแม่กลองสูงขึ้น 80 ซม. ส่วนปราจีนบุรี-ฉะเชิงเทราต้องเฝ้าระวังแม่น้ำบางปะกงอย่างใกล้ชิด
  • ยอดเสียชีวิตสะสม 40 ราย-เร่งอพยพ รพ. ใหญ่: สธ. ดูแลกลุ่มเปราะบางกว่า 5.2 หมื่นคน พร้อมเคลื่อนย้ายผู้ป่วยสีแดง รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร หลังพบผู้เสียชีวิตทั่วประเทศแล้ว 40 ราย

30 กันยายน 2569 สถานการณ์น้ำท่วมล่าสุด รัฐบาล ยืนยันรับมือวิกฤตน้ำท่วมทั่วประเทศ หลังเตือนพื้นที่ภาคกลางและ กทม. เตรียมรับมือ ฝนตกหนัก ระลอกใหม่ช่วงวันที่ 4-6 ต.ค. นี้ โดย นายกรัฐมนตรี ได้หารือ ผู้ว่าฯ กทม. เสนอขยายเวลา WorkFromHome (WFH) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ พร้อมระดมสรรพกำลังเร่งช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบภัย ขณะที่ภาคตะวันตกและตะวันออกต้องเฝ้าระวังระดับน้ำขึ้นสูง ด้านกระทรวงสาธารณสุขเร่งดูแลผู้ป่วยกลุ่มเปราะบาง หลังพบยอดผู้เสียชีวิตสะสมจากวิกฤต น้ำท่วม รวม 40 รายทั่วประเทศ

 

นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  แถลงข้อมูลข่าวสารร่วมในสถานการณ์อุทกภัย หรือ JICC ที่ทำเนียบรัฐบาล ว่า ฝนทั่วประเทศลดลง ยกเว้นภายใต้ตอนล่างที่ยังยังมีฝนตกอยู่ สถานการณ์น้ำยังไม่มีมีปัญหา

 

ขณะที่ปริมาณน้ำฝนจะทิ้งช่วงไปแล้ว จะมีอีกครั้งในวันที่ 4-6 ตุลาคม ขณะที่ภาคเหนืออีสาน ซึ่งเรียกว่าฝนเปลี่ยนฤดู อาจจะมีผลกระทบมาถึงภาคกลางและกรุงเทพมหานคร แต่ไม่ได้เป็นฝนที่ตกแช่ ขณะเดียวกัน พื้นที่น้ำท่วม ปัจจุบันดูจากจิสด้า พบได้รับผลกระทบแล้ว 1.71 ล้านไร่ ทั่วประเทศ

 

นายเอกภพ ระบุอีกว่า พื้นที่น้ำท่วมมีการระดมสรรพกำลังไปช่วยเหลือ ทั้ง กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือ ปภ. จังหวัด มูลนิธิองค์กรต่าง ๆ ให้การช่วยเหลืออย่างเต็มที่

 

ส่วนพื้นที่กรุงเทพมหานคร คลองส่งน้ำต่าง ๆ มีระดับน้ำลดลง พื้นที่ที่น้ำท่วมขังยังอยู่ฝั่งตะวันออก ภายหลังนายกรัฐมนตรีลงพื้นที่ร่วมกับกรุงเทพมหานครได้มีการเพิ่มการสูบน้ำ โดยนำเครื่องสูบน้ำขนาดเล็ก ท่อซิ่ง พญานาค เข้าไปสูบน้ำเพิ่ม วันนี้ที่แฟลตคลองจั่น มีน้ำลดลง 30 เซนติเมตร

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

 

โดยวันนี้ เริ่มเปิดทำงานวันแรก ที่ประชุม ปภ. นายกรัฐมนตรีได้ปรึกษาหารือกับผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หากเป็นไปได้ขอให้มีการประกาศ Work From Home  ต่อไปอีกสักระยะ เพื่อให้ระบายน้ำออกได้อย่างเต็มที่ พร้อมเน้นย้ำการช่วยเหลือเรื่องการขนส่ง อาจจะเพิ่มโดยสารสาธารณะ รวมถึงการจัดรถเพิ่มเที่ยว ให้ผู้ที่อยู่พื้นที่น้ำท่วมออกมาทำงาน

 

ขณะที่ฝั่งตะวันตก เมื่อวานนี้ ปัญหาเรื่องของน้ำที่จ.กาญจนบุรี เขื่อนศรีนครินทร์และเขื่อนวชิราลงกรณ์ กลับมาปล่อยตามปกติอีกครั้ง หลังหยุดไป 3 วัน โดยจะปล่อยน้ำในระดับปกติ โดยจะเริ่มระบายน้ำตั้งแต่วันนี้ (30 ก.ย.) ไปจนถึง 4 ตุลาคม ซึ่งจะผ่าน จ.กาญจนบุรี ไปสู่แม่น้ำแม่กลอง จึงจะส่งผลให้บริเวณตลิ่ง ระดับน้ำเพิ่มขึ้น 80 เซนติเมตร จึงขอให้ประชาชน ที่อยู่บริเวณดังกล่าว พิจารณา หากต้องการอพยพหรือออกไปศูนย์พักพิง สามารถประสานกับทางจังหวัดได้ ซึ่งจังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี สมุทรสงคราม ได้มีการแจ้งเตือนให้ประชาชนรับทราบข้อมูลแล้วเช่นกัน

 

ส่วนฝั่งตะวันออก ที่มีปัญหาคือ จ.ปราจีนบุรี เวลานี้อำเภอเมือง ที่ปราจีนบุรีระดับน้ำสูงสุด ซึ่งจะไปรวมกับจ.นครนายก ซึ่งเขื่อนขุนด่าน ปริมาณน้ำลดลง ไม่ล้นแล้ว สิ่งที่ต้องเฝ้าระวังต่อไปคือจ.ฉะเชิงเทรา 1-2 วัน คนที่อยู่ริมแม่น้ำบางปะกง ควรจะเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

นายเอกภพ ระบุอีกว่า การเยียวยากระทรวงสาธารณสุขได้มีการรายงานว่ากลุ่มเปราะบางได้รับการดูแลแล้ว 52,000 คน โรงพยาบาลได้รับผลกระทบ รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร์ รพ.แกลง และ รพ.บ้านค่าย จ.ระยอง ซึ่งทั้ง 3 โรงพยาบาลมีการให้บริการบางส่วน แต่วันนี้ผู้ป่วยสีแดงของโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร์จะมีการย้ายไปอยู่โรงพยาบาลข้างเคียง สำหรับยอดผู้เสียชีวิตทั่วประเทศ 40 คน

 

นายเอกภพ ระบุอีกว่า นายกรัฐมนตรีมีข้อสั่งการให้มีการเฝ้าระวังและแจ้งเตือนภัย พร้อมติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด จ.ราชบุรี สมุทรสงคราม กาญจนบุรี รวมถึงจ.ฉะเชิงเทรา โดยให้ ปภ. เตรียมเครื่องมือให้พร้อม เร่งสูบน้ำระบายออกจากพื้นที่ พร้อมระดมรถสุขาจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในพื้นที่ที่ยังไม่มีน้ำท่วม ไปยังพื้นที่น้ำท่วม

 

ส่วนการเยียวยา ให้ดูสวัสดิภาพของศูนย์พักพิง และสุภาพจิตของประชาชน พร้อมเน้นย้ำผู้ว่าราชการจังหวัดให้ตรวจสอบ อาหารและเครื่องดื่ม ที่ได้รับการบริจาคให้มีคุณภาพ พร้อมรายงานสถานการณ์ทุกวันจากทุกจังหวัด เข้ามาที่สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย และโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้มีความสอดคล้องกันและได้รับการตรวจสอบแล้วว่าเป็นข้อมูลจริง และถูกต้อง

 

สำหรับ โครงการระบายน้ำเส้นทาง “ชัยนาท-ป่าสัก-อ่าวไทย” ที่คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติไปเมื่อวานนี้ เพื่อบริหารจัดการในพื้นที่ จ.อยุธยา อ่างทอง สิงห์บุรีชัยนาท ชัยนาท ลพบุรี และสระบุรี ไม่ให้เป็นพื้นที่รองรับน้ำอีกต่อไป

 

ทั้งนี้ นายเอกภพ ระบุอีกว่า ที่ประชุม ครม.เมื่อวานนี้ นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการฝ่ายบริหารและผู้ปฏิบัติงานให้ความร่วมมือ หากไม่ให้ความร่วม นายกรัฐมนตรีจะใช้อำนาจ ขอให้ผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามมาปฏิบัติงานที่ที่สำนักนายกรัฐมนตรี และเชื่อว่าหลังจากนี้การดำเนินการเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ไม่มีปัญหาติดขัด รวดเร็ว ช่วยเหลือกันอย่าง เต็มกำลังความสามารถ เพื่อให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตตามปกติ

"ในส่วนของฝ่ายข้าราชการประจำ ซึ่งเราจะเห็นว่ามีส่วนราชการต่าง ๆ เข้าไปในพื้นที่หลายหน่วยงานหลายภาคส่วนกรมชลประทาน ปภ. สทนช. สสน. รวมถึงแต่ละจังหวัด นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวานนี้ หากมีการสั่งการ หรือข้อสั่งการ หรือมีการดำเนินการที่สั่งการโดยระดับบริหารของกระทรวงใด และผู้ปฏิบัติงานในกระทรวงนั้น ๆ  ไม่ให้ความร่วมมือ หรือดำเนินการแล้ว ไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกันกับระดับผู้บริหาร นายกรัฐมนตรีจะสามารถใช้อำนาจ ขอให้ผู้ที่ไม่ปฏิบัติตาม เข้ามาปฎิบัติหน้าที่ที่สำนักนายกรัฐมนตรี" นายเอกภพ กล่าว

เมื่อถามว่า ทำไมในการแถลงข่าววันนี้ ไม่สามารถบอกวันเวลา ชื่อน้ำในพื้นที่กรุงเทพมหานครจะแห้ง จากเดิมเมื่อวานนี้ (29 ก.ย.69)  บอกว่าจะใช้ระยะเวลา 2-3 วัน น้ำสลดและสัญจรได้เป็นปกติ นายเอกภพกล่าวว่า ภาพรวม2-3 วันนี้น้ำจะลดลงเกินกว่า 90% ส่วนชุมชนต่างๆนายกรัฐมนตรี เข้าไปในชุดได้นำเครื่องสูบน้ำขนาดเล็ก จำนวน 300-400 ตัว เข้าไปในชุมชน เพื่อเร่งระบายน้ำออกทางอ่าวไทย แล้วจะทำให้น้ำท่วมขังภายในชุมชนลดลง แต่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าจะลดภายในกี่วันแต่จะทำให้เร็วที่สุดส่วนที่ไม่

 

ส่วนที่ไม่คาดการณ์ ขณะที่ฝนจะตกในวันที่ 4-6 ตุลาคม รวมถึงน้ำเหนือจะเข้ามาเติม จะระบายน้ำออกจากกรุงเทพฯทันหรือไม่นั้น นายเอกภพ กล่าวว่า ในส่วนของกทม.อยากจะเน้นย้ำว่าฝนออกจากกทม.ไปแล้ว และน้ำที่มีอยู่กำลังจะระบายออก จากรายงานของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร บอกว่ามีประสิทธิภาพในการระบายเพิ่มขึ้น พื้นที่ที่น้ำเคยเต็มคลอง น้ำพร่องลงไปแล้ว ถือเป็นข้อดีว่าน้ำจากคลองเริ่มไหลไปได้

 

ส่วนที่กังวลว่า น้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยา จะลงมาหนุน ขอเน้นย้ำว่าปัจจุบันมีการบริหารจัดการน้ำ โดยภาคเหนือหากดูแผนที่ประเทศไทย แม่น้ำปิงไหลจากเชียงใหม่ลงมานครสวรรค์ มีปริมาณเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แม่น้ำน่านก็ไม่ได้เพิ่ม และน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาไหลเข้าแม่น้ำสะแกกรัง จังหวัดอุทัยธานี และแม่น้ำสะแกกรังที่ไหลกลับเข้าสู่แม่น้ำเจ้าพระยาก็ทรงตัวแล้ว ดังนั้นน้ำที่ลงมาจากเขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท ปัจจุบันมีการระบายน้ำอยู่ที่ 2,200 ลูกบาศก์เมตร/วินาที ซึ่งมีการปรับเพิ่มการระบายน้ำได้ถึง 2,500 ลูกบาศก์เมตร/วินาที และเมื่อมาที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาจุด บางบาล บางไทร แต่จุดสูงสุดที่ทำให้กทม.มีน้ำท่วมหนุนได้ปริมาณต้องอยู่ที่ 3,000 ลูกบาศก์เมตร / วินาที แต่ปัจจุบันน้ำที่อยู่ที่บางบาล และบางไทรอยู่ที่ 2,100 ลูกบาศก์เมตร /วินาที ยังเหลืออีก 900 ลูกบาศก์เมตร / วินาที  และในวันที่ 4-6 ตุลาคมที่จะมีฝนเข้ามานั้นเป็นฝนเปลี่ยนฤดูไม่ใช่ฝนตกแช่ ดังนั้นปริมาณน้ำฝนไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อปริมาณน้ำที่จะเพิ่มขึ้นในแม่น้ำเจ้าพระยา

 

นายเอกภพ กล่าวอีกว่า นายกรัฐมนตรียังเน้นย้ำว่า หน่วยงานราชการที่ถูกน้ำท่วมขังในขณะนี้ เช่น การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท. )และพื้นที่กองทัพ ต้องยังไม่สูบน้ำ แต่ต้องเร่งระบายน้ำออกจากบ้านเรือนประชาชนก่อน โดยพื้นที่ราชการจะเป็นพื้นที่สุดท้ายที่จะต้องทำการระบายน้ำ

 

ส่วนปริมาณน้ำที่เพิ่มขึ้นของแม่น้ำแม่กลองจากการระบายน้ำ จากเขื่อนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี ที่วันนี้เพิ่มขึ้น 80% นั้น ขอให้ประชาชนที่อยู่ตามแนวตลิ่งติดตามสถานการณ์จากในพื้นที่ และให้ยกของขึ้นที่สูง

 

 

ข่าวล่าสุด