ตั้งวอร์รูม ปภ. เกาะติดสถานการณ์รายวัน เมินเสียงแซะแจกเงินชาวบ้าน ลั่นเงินสะอาด ถุงยังชีพหมด ย้อน “สส.ไอซ์” อย่าเอามาตรฐานตัวเองมาวัดคนอื่น บอก “พ่อแม่ผมสอนมาดี”
ภายหลังการประชุม นายอนุทิน ให้สัมภาษณ์ ว่า ตอนนี้มีสภาวะความเสี่ยงของทุกจังหวัดที่น้ำจะผ่าน โดยเฉพาะ กทม. ภาคกลาง ปริมณฑล เราตั้งเหมือนกับเป็นวอร์รูมเพื่อรับฟังสถานการณ์สรุปทุกเช้า ช่วงนี้เหมือนสมัยโควิด ที่ทุก 7 โมงครึ่ง กระทรวงสาธารณสุขจะมีการประชุมทั่วประเทศเพื่อรับทราบความเป็นไป และได้สั่งการแก้ไขปัญหา ถ้าจังหวัดไหนต้องการอะไรเพิ่มเติมพิเศษในการตัดสินใจ เราก็จะได้ดำเนินการได้ทันที กรณีน้ำท่วมน้ำหลากก็เช่นกัน ยังไงกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ก็ใช้กฎหมายภัยพิบัติบรรเทาสาธารณภัย ซึ่งต้องเป็นเจ้าภาพที่จะประสานกับทุกหน่วยงานอยู่แล้ว เราก็ตั้งวอร์รูมที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ช่วงนี้เป็นช่วงที่มีสภาวะวิกฤตอยู่ จะมากันประชุมทุกเช้า 8 โมงเช้าเพื่อดำเนินการ แต่หลังการประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะมีการประชุมย่อยอำนวยการต่อ และทางอธิบดี ปภ. จะรวบรวมข้อมูลทั้งหลายเพื่อนำมาเสนอที่ประชุมในทุกเช้า เพื่อรับข้อสั่งการและการดำเนินการต่อไป
เมื่อถามว่า ประชุมนัดแรกมีพื้นที่ไหนรายงาน ที่ประชาชนต้องเตรียมตัว นายกฯ กล่าวว่า ในจังหวัดที่ประสบภัยมีความเสี่ยง จะมีการเร่งประชาสัมพันธ์และแจ้งตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในแต่ละพื้นที่ รายละเอียดให้ถามอธิบดีปภ. คนใหม่ ซึ่งจะเริ่มปฏิบัติหน้าที่ในวันพรุ่งนี้(1 ต.ค. 69)
ส่วนนายกฯ ลงพื้นที่เอง ประชาชนยังต้องการอะไรอีกหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ต้องการให้เร่งระบายน้ำออกไปให้เร็วที่สุด แต่ต้องขอบคุณในความเข้าใจ และความอดทนอดกลั้นของประชาชนที่มีต่อสถานการณ์น้ำท่วมในครั้งนี้
“การที่ผมลงพื้นที่ ไม่ใช่เพื่อแจกข้าว แจกน้ำ แจกถุงยังชีพ แต่ทำให้เราได้สัมผัสความลำบากของประชาชน อาหารการกินเป็นอย่างไร ต้องการความช่วยเหลือ การสนับสนุนการตัดสินใจอย่างไร ลงไป 3-4 แห่งในช่วงที่ผ่านมา อย่างน้อยก็ทำให้ทุกหน่วยงานเกิดการบูรณาการ และให้บริการประชาชนในพื้นที่ จากวันแรกที่เข้าไปทุกคนบอกอาหารไม่พอ อาหารขาด ไม่ได้กินข้าวหลายวัน ไม่มีไฟ ไม่มีน้ำ ซึ่งสถานการณ์ตอนนี้ก็เปลี่ยนไป อาหารก็เข้าไปแล้ว ดูแลได้อย่างทั่วถึง ซึ่งเราไปก็จะได้เห็นสถานการณ์ ไม่ใช่รับฟังแต่รายงาน”
ส่วนการบูรณาการของรัฐบาลนี้มีมาตั้งแต่แรก วันนี้ยังกังวลอะไรอีกหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ต้องกังวลจนกว่าน้ำจะออกไป ตอนนี้มันระบายไม่ได้ เพราะน้ำหนุนรอบยังสูงอยู่ และเราก็ต้องมานั่งระวังและแชร์ข้อมูล นี่คือสิ่งสำคัญมาก เพราะมันจะมีการปล่อยน้ำจากแหล่งน้ำต่างๆ เขื่อนต่างๆ ถ้าเราไม่มาบูรณาการกัน ทุกคนต่างแก้ปัญหาของตัวเอง ข้อมูลไม่แชร์กัน กทม. ก็พยายามปล่อยน้ำเต็มที่ หรือน้ำยังขังอยู่ ถ้าไม่มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลกันหรือกำกับดูแลใกล้ชิด และตอนนี้ก็ต้องยอมที่จะระดมกำลังเข้ามา ถ้ากรมชลฯ ปล่อยน้ำ อีแกตปล่อยน้ำ ต่อให้ระบายออกไป มันก็มีของเข้ามาเติม เพราะฉะนั้นต้องบริหารจัดการให้เกิดการแลกเปลี่ยนข้อมูลอย่างเต็มที่ ให้เกิดประสิทธิภาพในการเร่งระบายน้ำ บริหารจัดการเส้นทางของน้ำ
เมื่อถามว่า นายกฯ มีอะไรจะบอกถึงคนที่คอยแซะเวลาลงพื้นที่ นายกฯ กล่าวว่า ไม่เคยคิดถึงเรื่องพวกนี้เลย อย่าไปให้ความสนใจ ถ้าสื่อไปออกข่าวว่าผมไม่สนใจข่าวพวกนี้ ก็หาว่าไม่รับฟังเสียงวิพากษ์วิจารณ์ มันไม่ใช่ วันนี้ทำงานอย่างเดียว ใครดุด่าว่ากล่าวก็น้อมรับ ใครกล่าวคำแรงๆใส่เข้ามา ก็ถือว่าเขาได้ระบาย นึกสภาพถ้าเป็นเราก็อาจจะแรงกว่าเขาได้ ก็ปล่อยให้เขาได้ระบายออกมาอย่างเต็มที่ ไม่เป็นไร เราเป็นรัฐบาล จะเลือกที่รักมักที่ชังไม่ได้
ส่วนที่นายกฯ ไปลงพื้นที่สายไหมและมีการแจกเงินให้ชาวบ้านเมื่อวาน(29 ก.ย.69) ซึ่ง สส.ไอซ์ รักชนก ฝากถามมา นายกฯ กล่าวว่า เมื่อวานถุงยังชีพมันหมด
เมื่อถามย้ำว่า สส.ไอซ์ ฝากถามว่าเงินสะอาดหรือไม่ นายกฯ หัวเราะพร้อมเอามือล้วงกระเป๋า และบอกว่า อย่าเอาประชาชนมาเป็นตัวประกันทางการเมือง วันนี้เป็นเวลาที่ช่วยเหลือประชาชน ต่างคนต่างถามมันก็จะยิ่งแตกแยกกันไปใหญ่ วันนี้ต้องการความสามัคคี มุ่งไปถึงการช่วยเหลือประชาชน
“เงินผมสะอาดแน่นอน เงินที่ให้ประชาชนเมื่อวานยังไม่ถึงครึ่งของเงินเดือนที่ได้รับจากการเป็นนายกฯ การที่ให้ประชาชนไป เพราะถุงยังชีพที่เตรียมไปมันหมดพอดี และเขาเดินออกมาไกล ผมก็ไม่รู้จะตอบแทนอะไร ก็ได้มอบในสิ่งที่มีอยู่ติดตัวไปก็เท่านั้นเอง ไม่มีอะไร อันนี้เป็นความตั้งใจของผม ถ้าผมทำอะไรได้ก็ทำ ไม่เคยคิดอะไรที่เป็นเรื่องการเมือง”
นายกฯ ยังกล่าวอีกว่า หลังจากไปลงพื้นที่ช่วงหลัง ประชาชนได้กินข้าวแล้ว ซึ่งตนได้กำชับมาตลอด
จากนั้น นายกฯ ได้ย้อนกลับมาตอบคำถามเรื่อง สส.ไอซ์ อีกครั้ง โดยย้ำว่า “คำถามที่ถามเมื่อกี๊ อย่าเอามาตรฐานของตัวเองมาวัด” สื่อจึงถามกลับว่าหมายถึง สส.ไอซ์ ใช่หรือไม่ นายกฯ พยักหน้า พร้อมกล่าวว่า “ผมมีพ่อแม่สั่งสอนมาดี”