เนชั่นทีวี

ข่าว

กางแผนระบายน้ำฝั่งตะวันออก! "วิศณุ" รับเขตลาดกระบังวิกฤตสุดไร้อุโมงค์ช่วย คาดน้ำเอ่อท่วมบ้านต้องใช้เวลาสูบ 1 สัปดาห์

28 ก.ย. 2569 | natthanan_chu

กางแผนระบายน้ำฝั่งตะวันออก! "วิศณุ" รับเขตลาดกระบังวิกฤตสุดไร้อุโมงค์ช่วย คาดน้ำเอ่อท่วมบ้านต้องใช้เวลาสูบ 1 สัปดาห์

กางแผนระบายน้ำฝั่งตะวันออก! "วิศณุ" รับเขตลาดกระบังวิกฤตสุดไร้อุโมงค์ช่วย คาดน้ำเอ่อท่วมบ้านต้องใช้เวลาสูบ 1 สัปดาห์ เร่งระบายลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา

กางแผนระบายน้ำฝั่งตะวันออก! "วิศณุ" รับเขตลาดกระบังวิกฤตสุดไร้อุโมงค์ช่วย คาดน้ำเอ่อท่วมบ้านต้องใช้เวลาสูบ 1 สัปดาห์ เร่งระบายลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา

KEY

POINTS

  • จุดวิกฤตฝั่งตะวันออก: เขตลาดกระบังวิกฤตหนักสุด ไร้อุโมงค์ช่วยตัดน้ำ ต้องพึ่งพาการไหลตามธรรมชาติ
  • กรอบเวลาลดระดับน้ำ: คลองสายหลักใช้เวลา 3 วัน แต่น้ำที่เอ่อท่วมบ้านเรือนต้องใช้เวลาสูบ 1 สัปดาห์   
  • ยุทธศาสตร์การระบายน้ำ: ใช้คลองแสนแสบและคลองประเวศฯ เป็นแกนหลัก เร่งระบายลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา   
     

28 กันยายน 2569 รองศาสตราจารย์ ดร.วิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยภาพรวมสถานการณ์ฝนและการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่กรุงเทพมหานคร 

 

โดย รองศาสตราจารย์ ดร.วิศณุ ระบุว่า ช่วงเช้าพบกลุ่มฝนตกเบาบางต่อเนื่องไปจนถึงเวลาประมาณ 13.00 น. ก่อนจะปลอดฝนในช่วงบ่าย และอาจมีฝนกลับมาเล็กน้อยในช่วงเย็นตามฤดูกาล ทั้งนี้ เมื่อคืนที่ผ่านมามีปริมาณฝนตกในพื้นที่โซนมีนบุรีประมาณ 50 มิลลิเมตร

 

กางแผนระบายน้ำฝั่งตะวันออก! "วิศณุ" รับเขตลาดกระบังวิกฤตสุดไร้อุโมงค์ช่วย คาดน้ำเอ่อท่วมบ้านต้องใช้เวลาสูบ 1 สัปดาห์

 

กางแผนระบายน้ำฝั่งตะวันออก! "วิศณุ" รับเขตลาดกระบังวิกฤตสุดไร้อุโมงค์ช่วย คาดน้ำเอ่อท่วมบ้านต้องใช้เวลาสูบ 1 สัปดาห์

 

กางแผนระบายน้ำฝั่งตะวันออก! "วิศณุ" รับเขตลาดกระบังวิกฤตสุดไร้อุโมงค์ช่วย คาดน้ำเอ่อท่วมบ้านต้องใช้เวลาสูบ 1 สัปดาห์

 

กางแผนระบายน้ำฝั่งตะวันออก! "วิศณุ" รับเขตลาดกระบังวิกฤตสุดไร้อุโมงค์ช่วย คาดน้ำเอ่อท่วมบ้านต้องใช้เวลาสูบ 1 สัปดาห์

กางแผนระบายน้ำฝั่งตะวันออก! "วิศณุ" รับเขตลาดกระบังวิกฤตสุดไร้อุโมงค์ช่วย คาดน้ำเอ่อท่วมบ้านต้องใช้เวลาสูบ 1 สัปดาห์

 

กางแผนระบายน้ำฝั่งตะวันออก! "วิศณุ" รับเขตลาดกระบังวิกฤตสุดไร้อุโมงค์ช่วย คาดน้ำเอ่อท่วมบ้านต้องใช้เวลาสูบ 1 สัปดาห์

 

🔵ยุทธศาสตร์ระบายน้ำฝั่งตะวันออกและคลองสายหลัก  

 

สำหรับการยุทธศาสตร์การระบายน้ำพื้นที่ฝั่งตะวันออก กทม. ได้กำหนดให้คลองแสนแสบและคลองประเวศบุรีรมย์เป็นสองคลองสายหลักในการลำเลียงน้ำลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา เมื่อระดับน้ำในคลองสายหลักเริ่มลดลง เจ้าหน้าที่จะทยอยสูบน้ำจากคลองสายย่อย เช่น พื้นที่รามคำแหง ซอยพร้อมจิตร เทพลีลา และคลองจั่น เข้าสู่คลองสายหลักตามลำดับ   

 

ในส่วนของคลองแสนแสบ ได้มีการเดินเครื่องมือระบายน้ำเต็มกำลัง ทั้งการระบายตามธรรมชาติ สถานีสูบน้ำ อุโมงค์ระบายน้ำ 2 แห่ง (จุดตัดลาดพร้าว และคลองแสนแสบชั้นใน) รวมถึงการตัดน้ำผ่านคลองสามเสนเข้าสู่อุโมงค์ระบายน้ำบึงมักกะสัน การดำเนินการดังกล่าวส่งผลให้ระดับน้ำบนถนนเพชรบุรีตัดใหม่ลดลงจนรถสามารถกลับมาสัญจรได้แล้ว คงเหลือเพียงการดำเนินงานบริเวณจุดกลับรถคลองตัน   

 

🔵ลาดกระบังวิกฤตสุดไร้อุโมงค์ช่วย พร้อมประเมินระยะเวลากลับสู่ภาวะปกติ

 

รองผู้ว่าฯ กทม. ระบุว่า พื้นที่เขตลาดกระบังเป็นจุดที่วิกฤตและบริหารจัดการได้ยากที่สุดในขณะนี้ เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่ตั้งอยู่ทางตะวันออกสุด การระบายน้ำจึงต้องพึ่งพาการไหลตามธรรมชาติผ่านคลองประเวศบุรีรมย์เป็นระยะทางหลายสิบกิโลเมตรไปยังสถานีสูบน้ำพระโขนง โดยไม่มีอุโมงค์ทางด่วนช่วยตัดมวลน้ำ   

สำหรับระยะเวลาการระบายน้ำ คาดว่าระดับน้ำในคลองสายหลักจะใช้เวลาประมาณ 3 วันในการลดระดับลง แต่สำหรับมวลน้ำที่เอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนไปแล้ว การระบายกลับเข้าสู่ระบบท่อจะต้องใช้ระยะเวลาประมาณ 1 สัปดาห์

ในด้านแผนงานระยะยาว กทม. มีโครงการและงบประมาณในการสร้างอุโมงค์ระบายน้ำคลองประเวศบุรีรมย์ตรงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา และอุโมงค์ระบายน้ำคลองจั่นไปยังคลองลาดพร้าวแล้ว แต่การดำเนินงานเกิดความล่าช้าเนื่องจากผู้รับจ้างเดิมทิ้งงาน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดหาผู้รับจ้างรายใหม่เข้ามาดำเนินการ

 

🔵แจงข้อจำกัดการพร่องน้ำและการคาดการณ์ฝน

 

รองผู้ว่าฯ กทม. ยืนยันว่าได้มีการพร่องน้ำในคลองต่าง ๆ มาตลอดช่วงฤดูฝน แต่สำหรับคลองที่ยังไม่มีเขื่อนคอนกรีตนั้น ไม่สามารถลดระดับน้ำได้มากเกินไป เพราะจะทำให้ตลิ่งดินสไลด์และส่งผลกระทบต่อบ้านเรือนประชาชน นอกจากนี้ ในช่วงปกติของคลองแสนแสบมีความจำเป็นต้องรักษาระดับน้ำไว้เพื่อให้เรือโดยสารสัญจรได้ แต่ปัจจุบันระดับน้ำสูงจนต้องประกาศหยุดเดินเรือชั่วคราว   

สำหรับการประเมินสถานการณ์ กทม. มีระบบเรดาร์คาดการณ์ฝนระยะสั้น 3 ชั่วโมง ส่วนการพยากรณ์ล่วงหน้าหลายวันยังคงอ้างอิงข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยาเป็นหลัก เพื่อวางแผนรับมือสถานการณ์ต่อไป   

 

ข่าวล่าสุด