เนชั่นทีวี

ข่าว

กทม.เผย ผลตรวจ "ดาต้าเซ็นเตอร์" 46 แห่ง ยันไร้ผลกระทบ

14 ก.ย. 2569 | thunchanok_kul

กทม.เผย ผลตรวจ "ดาต้าเซ็นเตอร์" 46 แห่ง ยันไร้ผลกระทบ

"ชัชชาติ" แถลงผลตรวจ Data Center ทั่ว กทม. 46 แห่ง ยันยังไม่มีประชาชนร้องเรียนเรื่องผลกระทบ พร้อมงัดมาตรการเข้มเช็กลิสต์ 5 ด้าน ตรวจวัดเสียง-อากาศ-น้ำเสีย-อัคคีภัย คุมอุณหภูมิ

"ชัชชาติ" แถลงผลตรวจ Data Center ทั่ว กทม. 46 แห่ง ยันยังไม่มีประชาชนร้องเรียนเรื่องผลกระทบ พร้อมงัดมาตรการเข้มเช็กลิสต์ 5 ด้าน ตรวจวัดเสียง-อากาศ-น้ำเสีย-อัคคีภัย คุมอุณหภูมิ

KEY

POINTS

  • ผลตรวจ 46 แห่งยังไร้ปัญหา: กทม. ตรวจดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดเล็กในตึก 43 แห่ง และขนาดใหญ่ 3 แห่ง ยันยังไม่มีผลกระทบหรือเรื่องร้องเรียนจากประชาชน
  • งัดมาตรการเช็กลิสต์ 5 ด้าน: ลุยตรวจมลพิษทางเสียง (ห้ามเกิน 70 dB), น้ำเสีย, ฝุ่น PM2.5, การป้องกันไฟไหม้ และคุมอุณหภูมิรอบพื้นที่ห้ามร้อนเกิน 2 องศา
  • ชะลอรายใหม่รอรัฐบาล: สั่งชะลอใบอนุญาตแห่งใหม่ไว้ก่อน เพื่อรอหลักเกณฑ์และผังเมืองใหม่จากรัฐบาลซึ่งคาดว่าจะชัดเจนใน 1 สัปดาห์

14 กันยายน 2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย นายพรพรหม วิกิตเศรษฐ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และนายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ร่วมกันแถลงข่าวความคืบหน้า ผลการดำเนินการตรวจสอบ Data Center ในพื้นที่กรุงเทพฯ

โดย นายชัชชาติ ระบุว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับดาต้าเซ็นเตอร์ใน กทม. อาทิ ระบบสาธารณูปโภค การไฟฟ้านครหลวงเป็นผู้พิจารณาการใช้ไฟฟ้า, การประปานครหลวงพิจารณาการใช้น้ำ, การควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง กับโรงงานเป็นของกรมโรงงานอุตสาหกรรมและกรมธุรกิจพลังงาน แต่ปัจจุบันดาต้าเซ็นเตอร์ที่ขออนุญาตมาไม่เข้าเข้าข่ายโรงงานอุตสาหกรรม ดังนั้นแนวโน้มในอนาคต อาจจะมีการกำหนดจากคณะกรรมการของรัฐบาลให้เป็นอุตสาหกรรม หรือจะต้องรอความชัดเจนอีกครั้ง

ส่วนของ กทม.รับผิดชอบใบก่อสร้างอาคาร ตามกฎหมายควบคุมอาคาร และผังเมือง รวมถึงสาธารณสุข 

ส่วนเรื่องสิ่งแวดล้อม คือ สผ. และที่ผ่านมายังไม่เข้าข่ายจะต้องทำ EIA ยกเว้นดาต้าเซ็นเตอร์ที่อยู่ในตึก และต้องทำหลายขนาดซึ่งต้องมี EIA บางส่วนก็ทำ EIA ไปแล้ว
 

"คำว่า ดาต้าเซ็นเตอร์ ช่วงก่อนไม่ขออนุญาตอย่างเป็นทางการ เลยไปแฝงอยู่ในอาคารต่างๆ แต่กทม.ไปหาข้อมูล ที่โฆษณาตามจุดต่างๆ ทำให้มีข้อมูลทั้งหมด 43 แห่ง ซึ่งตั้งอยู่ในอยู่อาคารต่างๆ ที่อยู่ร่วมกับอาคารอื่น มีมานาน 26 ปี เพราะเป็นขนาดเล็ก แต่นำเข้ามาเพื่อให้เข้าไปกำกับดูแลได้ ซึ่งไม่ได้เป็นเรื่องที่ตกใจอะไร เพราะมีมานานแล้ว และมีขนาดไฟไม่ได้ใหญ่กระจายอยู่ประมาณ 2 เมกะวัตต์" นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

กทม.เผย ผลตรวจ "ดาต้าเซ็นเตอร์" 46 แห่ง ยันไร้ผลกระทบ  

ทั้งนี้ ดาต้าเซ็นเตอร์ 43 แห่ง ที่อยู่ในอาคารไม่ได้มีการสะสมน้ำมัน มีที่ขอสะสมน้ำมันเกิน 15,000 ลิตร จำนวน 12 แห่ง แต่ก็ไม่ได้เยอะ และมีใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย แต่มี 90,000 ลิตร อีก 1 แห่ง ส่วนที่เหลืออีก 31 แห่ง ไม่ต้องขอ เพราะใช้เครื่องเจลขนาดเล็ก ซึ่งเป็นไปตามกฎหมายที่กรมธุรกิจพลังงานเป็นผู้ดำเนินการ


ส่วนที่ขออนุญาตก่อสร้าง Data Center ขนาดใหญ่แบบ Stand alone มี 6 แห่ง ตอนนี้เปิดดำเนินการไปแล้ว 3 แห่ง คือที่ บางกะปิ และรามคำแหง ปี 2562 /2564 /2565 และชะลอใบอนุญาตอยู่ 3 แห่ง


ปัจจุบัน หากดูไฟในกรุงเทพ 9,000 เมกะวัตต์ และใช้ในดาต้าเซ็นเตอร์ 270 เมกะวัตต์ ประมาณไม่ถึง 3% ซึ่งดาต้าเซ็นเตอร์ใน กทม.ถือว่ามีขนาดเล็กกว่าที่อยู่ตามต่างจังหวัด


ที่ผ่านมา กทม.ได้ทำเช็กลิสต์ในเรื่องของความปลอดภัยตามคำแนะนำตามมาตรฐานต่างๆ โดยใช้กฎหมายควบคุมอาคารเป็นหลักในการขออนุญาตก่อสร้างดัดแปลง ซึ่งหากเป็นดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ แบบ Stand alone จะได้รับใบรับรองจากสถาบันนานาชาติ ดังนั้น กทม.จะขอใบรับรองนี้มาประกอบในการพิจารณาเรื่องความปลอดภัย และความครบถ้วนในการก่อสร้างอาคารว่าได้มาตรฐานหรือไม่ 


แล้วจะมีการตรวจสอบเรื่องการรักษาน้ำมัน ว่าเป็นไปตามที่กรมธุรกิจพลังงานใช้อย่างเข้มข้นหรือไม่ รวมถึงเรื่องของการใช้ไฟฟ้า และการใช้ประปา

กทม.เผย ผลตรวจ "ดาต้าเซ็นเตอร์" 46 แห่ง ยันไร้ผลกระทบ

ส่วน ดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่แบบ Stand alone ที่เปิดใช้งาน 3 แห่ง กทม.จะเช็กลิสต์ หรือไปตรวจสอบมลพิษทางน้ำเดือนละ 1 ครั้ง ว่ามีการปล่อยของเสียหรือไม่ หรือมีสารพิษหรือไม่ เพื่อไม่ให้มีผลกระทบกับประชาชน รวมถึงทางอากาศจะมีการตรวจฝุ่นละออง PM2.5 โดยให้บริษัทติดตั้งเครื่องตรวจเรียลไทม์เพื่อจะได้มอนิเตอร์ตลอด


นอกจากนี้ ตัวคูลลิ่งทาวเวอร์ หรือที่ปล่อยไอน้ำ ในการปล่อยไอน้ำอาจจะมีเชื้อลีจิโอเนล่า ดังนั้นจึงต้องเฝ้าระวังในการตรวจสอบเชื้อตัวนี้ ปีละ 2 ครั้ง และจะต้องไม่พบเชื้อ เพื่อให้มั่น ใจว่าไอน้ำที่ปล่อยออกมาจะไม่กระทบกับประชาชน และจะมอนิเตอร์อุณหภูมิโดยรอบไม่ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงมากกว่า 2-4 องศา 


ขณะที่ มลพิษทางเสียงค่าเฉลี่ยต้องไม่เกิน 70 เดซิเบล สูงสุดไม่เกิน 115 เดซิเบล ซึ่งทั้งหมดนี้เป็น มาตรฐานปกติของการดูแลความเดือดร้อนรำคาญเรื่องเสียง โดยจะต้องไปทำการตรวจสอบให้ครบทั้ง 43 แห่งขนาดเล็กและขนาดใหญ่อีก 3 แห่ง


ด้านการป้องกันอัคคีภัย ต้องมีเครื่องดับเพลิงตามมาตรฐาน และมีจุดติดตั้งครอบคลุม ทั้งนี้ หากมีการขอใบอนุญาตจากกรมธุรกิจพลังงาน จะต้องตรวจให้เกิดความมั่นใจ หากเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นจะสามารถรับมือได้ รวมถึงให้มีการซ้อมอพยพ เพื่อให้เกิดความมั่นใจเพิ่มเติม

 

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

นายชัชชาติ กล่าวอีกว่า ระหว่างรอมาตรการจากทางคณะกรรมการชุดใหญ่เรื่องผังเมือง คาดว่าจะอีก1 สัปดาห์ คงมีรายละเอียดการควบคุม และเรื่องอื่นๆ กทม. ก็จะมีมาตรการทั้ง 5 ด้าน มาดูแล เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบ ซึ่งทางสำนักงานเขตได้ไปตรวจสอบทุกจุด ทั้ง 43 จุด แล้ว ทั้งสถานที่ตั้งและความเดือดร้อนกับประชาชนว่ามีหรือไม่ ขณะนี้ยังไม่พบเรื่องปัญหาความเดือดร้อนรำคาญ


ส่วนกรณี "พระราม 9" ที่มีน้ำมันรั่วไหลทางกรมควบคุมมลพิษได้เข้าไปทำการตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว


นายชัชชาติ ยืนยันว่า กทม.ไม่ได้นิ่งนอนใจ ทุกอย่างจะเป็นการตรวจสอบตามกรอบอำนาจที่มี หากจุดไหนมีปัญหาสามารถแจ้งเข้ามาได้ เพื่อให้ กทม.เข้าไปดูแลพี่น้องประชาชนในช่วงที่รอมาตรการเพิ่มเติมจากทางรัฐบาล และสถานการณ์ตอนนี้ยังไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง รวมถึงทั้ง 3 แห่งที่เป็นขนาดใหญ่ก็ยังไม่มีผลกระทบอะไรที่ประชาชนร้องเรียนมา


ส่วนหลังจากนี้หากมีการขออนุญาต ก็คงต้องรับไว้ แต่จะชะลอไว้ก่อน เพื่อรอมาตรการที่ชัดเจนของรัฐบาลว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป


ส่วนความกังวลใจเรื่องความร้อนเมืองนั้น นายชัชชาติ ระบุว่า ก็เป็นเรื่องสำคัญโดยเฉพาะดาต้าเซ็นเตอร์แบบเอไอ เพราะต้องใช้พลังงานเยอะ ดังนั้นจึงต้องมีตัวคูลลิ่งทาวเวอร์ โดย กทม. จะมอนิเตอร์ว่าอุณหภูมิโดยรอบจะต้องห้ามเกิน 2 องศา ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลที่ใช้โดยทั่วไป 

 

นายพรพรหม วิกิตเศรษฐ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

ขณะที่ นายพรพรหม ระบุว่า ที่ผ่านมาเรื่องมลพิษทางเสียงได้รับการร้องเรียนมาหนึ่งครั้ง เนื่องจากมีการไปทดสอบเครื่องปั่นไฟที่จัดไว้ใช้สำรองในช่วงกลางคืน จึงทำให้มีชาวบ้านร้องเรียนมา ดังนั้นการตรวจสอบของ กทม.จะต้องตรวจสอบเรื่องมลพิษทางเสียงเป็นสองระดับคือในสภาวะปกติ 24 ชั่วโมง ไม่เกิน 70 เดซิเบล และเมื่อมีการทดสอบระบบเครื่องเจนก็จะต้องรายงานมาว่าจะมีการทดสอบในช่วงใด ซึ่งจะต้องไม่เกิน 115 เดซิเบล

ข่าวล่าสุด