ขณะที่บางชุมชนต้องอาศัยจุดหลบภัยหรือที่กำบังเพื่อป้องกันอันตรายจากกระสุนและสะเก็ดระเบิด โดยเฉพาะพื้นที่หนองจานและหนองหญ้าแก้ว จังหวัดสระแก้ว ซึ่งอยู่ใกล้แนวชายแดน และเคยต้องเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ปะทะ สิ่งที่ชาวบ้านต้องการจึงไม่ใช่เพียงคำว่าปลอดภัย แต่คือเมื่อเกิดเหตุขึ้นจริง จะมีสถานที่ให้หลบภัยได้ทันเวลาหรือไม่
โจทย์ของหลุมหลบภัย จึงไม่ได้อยู่แค่สร้างเสร็จหรือไม่
แต่อยู่ที่สร้างแล้วใช้งานได้จริงหรือไม่ หนึ่งหลุมรองรับคนได้กี่คน อยู่ห่างจากบ้านเรือนมากแค่ไหน เมื่อเกิดเหตุ ประชาชนจะเข้าถึงได้ทันหรือไม่ และที่สำคัญโครงสร้างสามารถป้องกันภัยที่เกิดขึ้นในพื้นที่ได้ระดับไหน
ข้อมูลระบุว่า หลุมหลบภัยสำหรับประชาชน มีเป้าหมายเป็นพื้นที่กำบังในยามฉุกเฉิน ขณะที่หลุมบุคคลคู่และบังเกอร์ มีไว้สำหรับเป็นที่กำบังของกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดน เบื้องหลังหลุมที่เห็นอยู่ตรงหน้า คือการทำงานของกำลังพลและทหารช่าง เพราะในพื้นที่ชายแดน ที่กำบังไม่ได้หมายถึงเพียงการขุดหลุมลงดิน แต่ต้องคำนึงถึงโครงสร้าง ความแข็งแรง ตำแหน่งที่ตั้ง และการใช้งานในสถานการณ์จริง
นี่จึงเป็นเหตุผลที่กองทัพบกเร่งก่อสร้างทั้งหลุมหลบภัยสำหรับประชาชน และหลุมบุคคลคู่สำหรับกำลังพล
"กองทุนหทัยทิพย์" เสริมสร้างความปลอดภัยแก่ประชาชนและกำลังพลในพื้นที่ชายแดน
หลังมีพระกระแสรับสั่งให้เร่งจัดสร้างสิ่งป้องกันภัยสำหรับประชาชนและกำลังพลตามแนวชายแดน โครงการสนับสนุน กองทุนหทัยทิพย์ ภายใต้มูลนิธิจุฬาภรณ์ จึงถูกขับเคลื่อนเป็นรูปธรรม โดยครอบคลุมพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา 5 จังหวัด ได้แก่ สระแก้ว บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี
ข้อมูลที่กองทัพรายงานในเดือนกรกฎาคม 2569 ระบุว่า โครงการในระยะดังกล่าวสร้างหลุมหลบภัย 10 แห่ง และหลุมบุคคลคู่ 328 แห่งแล้วเสร็จตามแผน และเตรียมเดินหน้าโครงการระยะต่อไปเพื่อเสริมความปลอดภัยตามแนวชายแดน นั่นหมายความว่า สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะหมู่บ้านใดหมู่บ้านหนึ่ง แต่กำลังถูกวางเป็นระบบพื้นที่ปลอดภัยตามแนวชายแดน
เมื่อสถานการณ์เข้าสู่ภาวะหยุดยิง หลุมหลบภัยเหล่านี้จะถูกใช้และดูแลอย่างไรในระยะยาว เพราะพื้นที่ชายแดนไม่ได้มีเพียงภัยจากการปะทะ แต่ยังมีภารกิจด้านความปลอดภัยอื่น ๆ ที่ต้องดำเนินการควบคู่กัน โดยเฉพาะในพื้นที่หนองจานและหนองหญ้าแก้ว ซึ่งมีการดำเนินภารกิจเก็บกู้วัตถุระเบิดและทุ่นระเบิดในพื้นที่อันตรายควบคู่กับการสร้างหลุมหลบภัยและบังเกอร์
จากบ้านที่เคยต้องอพยพ วันนี้หลายครอบครัวเริ่มกลับมาใช้ชีวิตตามเดิม เปิดบ้านทำมาหากิน กลับไปทำการเกษตร แต่สิ่งหนึ่งที่ยังคงอยู่ในพื้นที่ คือการลาดตระเวนของเจ้าหน้าที่ ภารกิจเก็บกู้วัตถุระเบิดและการเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง นี่จึงเป็นบทเรียนสำคัญว่า การสร้างพื้นที่ปลอดภัย ไม่ควรจบลงพร้อมกับเสียงปืนที่สงบลง
เงินทุกบาทที่นำมาสร้าง จึงไม่ได้มีความหมายเพียงเป็นโครงสร้างคอนกรีตหนึ่งหลัง แต่คือการลงทุนกับความปลอดภัยของคนที่อยู่แนวหน้า ทั้งประชาชนที่ต้องอยู่กับพื้นที่เสี่ยง และกำลังพลที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ปกป้องพื้นที่ชายแดน เมื่อสร้างเสร็จแล้วใครจะเป็นผู้ดูแล และหากเกิดเหตุฉุกเฉินในช่วงกลางคืนหรือมีผู้สูงอายุ เด็ก และผู้ป่วย ระบบจะรองรับคนกลุ่มนี้อย่างไร เพราะความปลอดภัยชายแดน ไม่ควรเป็นภารกิจเฉพาะช่วงเกิดวิกฤต แต่ต้องเป็นระบบที่เตรียมพร้อมก่อนเกิดเหตุ ตั้งแต่ระบบแจ้งเตือน เส้นทางอพยพ จุดรวมพล พื้นที่หลบภัย การฝึกซ้อม การสื่อสารกับประชาชน รวมถึงการเก็บกู้วัตถุระเบิดและฟื้นฟูพื้นที่ให้กลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัย
วันนี้ ชาวบ้านหนองจานและหนองหญ้าแก้ว อาจไม่ได้ต้องการเห็นรถทหารหรือหลุมหลบภัยอยู่ตรงหน้าไปตลอดชีวิต แต่สิ่งที่พวกเขาต้องการ คือความมั่นใจว่า หากเกิดเหตุขึ้นอีกครั้ง จะมีพื้นที่ปลอดภัยให้พึ่งพายามฉุกเฉิน และในวันที่สถานการณ์สงบ พวกเขายังสามารถกลับมาใช้ชีวิต ทำมาหากินบนผืนดินของตัวเองได้อย่างมั่นใจ
โชฏิมา จันทร์คง "สืบสวนความจริง" NationTV22