เนชั่นทีวี

ข่าว

'ยศชนัน' ลงน่าน ฟื้นฟูน้ำท่วม อัดฉุกเฉิน 100 ล. เยียวยาดับ 2 ล.

25 ส.ค. 2569 | titayu_pur

'ยศชนัน' ลงน่าน ฟื้นฟูน้ำท่วม อัดฉุกเฉิน 100 ล. เยียวยาดับ 2 ล.

"ยศชนัน" ลงพื้นที่ จ.น่าน เร่งฟื้นฟูอุทกภัย ขยายวงเงินฉุกเฉิน 100 ล้านบาท พร้อมแจงเกณฑ์เยียวยาเสียชีวิต 2 ล้าน น้ำท่วมบ้าน 9,000 บาท ท้องถิ่นลดขั้นตอนรับเงิน ไม่ต้องแนบรูป-ถ่ายเอกสาร

"ยศชนัน" ลงพื้นที่ จ.น่าน เร่งฟื้นฟูอุทกภัย ขยายวงเงินฉุกเฉิน 100 ล้านบาท พร้อมแจงเกณฑ์เยียวยาเสียชีวิต 2 ล้าน น้ำท่วมบ้าน 9,000 บาท ท้องถิ่นลดขั้นตอนรับเงิน ไม่ต้องแนบรูป-ถ่ายเอกสาร

KEY

POINTS

  • "ยศชนัน" ลงน่าน ขยายงบฉุกเฉิน 100 ล้าน: ลงพื้นที่ อ.ท่าวังผา และ อ.ปัว เร่งฟื้นฟู-ขุดลอกโคลน พร้อมอนุมัติวงเงินทดรองราชการเพิ่ม 100 ล้านบาท บรรเทาภัยพิบัติเร่งด่วน
     
  • เคาะเยียวยาเสียชีวิต 2 ล้าน-ท่วมบ้าน 9,000 บาท: อนุมัติงบกลาง 549 ล้านบาท จ่ายชดเชยกรณีเสียชีวิต 2 ล้านบาท น้ำท่วมบ้าน 9,000 บาท ครอบคลุมถึงผู้เช่าและผู้ไม่มีทะเบียนบ้าน
     
  • ปรับเพิ่มชดเชยเกษตรกร-ตัดขั้นตอนเอกสารยุ่งยาก: ชดเชยพืชไร่/สวนสูงสุด 6,800 บาท/ไร่ ค่าขุดลอกซากวัสดุ 16,000 บาท/ไร่ โดยผู้ประสบภัยไม่ต้องถ่ายเอกสารหรือแนบรูปถ่ายในการยื่นเรื่อง

25 สิงหาคม 2569 นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ลงพื้นที่ อ.ท่าวังผา และ อ.ปัว จ.น่าน เพื่อเร่งรัดการฟื้นฟูพื้นที่ประสบอุทกภัยและซ่อมแซมเส้นทางจราจร หลัง ครม. อนุมัติงบกลางกว่า 549 ล้านบาท พร้อมขยายวงเงินทดรองราชการฉุกเฉินเพิ่มเติมอีก 100 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือประชาชนอย่างครอบคลุม  โดยกำหนดเกณฑ์จ่ายเยียวยาเสียชีวิตรายละ 2,000,000 บาท ท่วมบ้าน 9,000 บาท พร้อมสั่งท้องถิ่นลดขั้นตอนเอกสาร ไม่ต้องถ่ายรูปหรือแนบสำเนาเพื่อความรวดเร็ว 


นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ในฐานะประธานคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคเหนือ ระบุถึงการแก้ปัญหาอุทกภัยที่ จ.น่าน ว่ามีหลายภาคส่วนเข้าไปร่วมแก้ปัญหาอย่างเต็มที่


ล่าสุด คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติกรอบวงเงินงบประมาณ 549,989,000 บาท (จากงบกลาง ปี 2569) เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในช่วงฤดูฝน (ตั้งแต่ 15 พ.ค. 69 เป็นต้นมา) เป็นกรณีพิเศษ โดยมอบหมายให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เป็นหน่วยรับงบประมาณและจ่ายเงินช่วยเหลือผ่านธนาคารออมสิน สำหรับหลักเกณฑ์การจ่ายเงินเยียวยามีดังนี้ กรณีที่อยู่อาศัยประจำถูกน้ำท่วมขัง ช่วยเหลือครัวเรือนละ 9,000 บาท 


กรณีเสียชีวิต จากดินโคลนถล่ม และอุทกภัยทางตรง (เช่น การจมน้ำ ถูกกระแสน้ำทำให้เสียชีวิต) ช่วยเหลือรายละ 2,000,000 บาท 

นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ในฐานะประธานคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคเหนือ

 

สำหรับเงินเยียวยาดังกล่าว สามารถบริหารจัดการเกลี่ยจ่ายช่วยเหลือได้ทุกกรณีและข้ามจังหวัดได้ โดยผู้ที่มีสิทธิรับเงินจะต้องอาศัยอยู่จริงในพื้นที่ที่ประกาศเป็นเขตภัยพิบัติ ไม่ว่าจะมีทะเบียนบ้าน อาศัยอยู่ประจำแต่ไม่มีทะเบียนบ้าน หรือเป็นผู้เช่าบ้านก็มีสิทธิได้รับความช่วยเหลือเช่นกัน (ยกเว้นผู้ที่อาศัยในบ้านพักของทางราชการ) 

 

สำหรับขั้นตอนการขอรับเงินเยียวยานั้น ได้รับการอำนวยความสะดวกให้รวดเร็วยิ่งขึ้น โดยผู้ประสบภัยเพียงใช้เอกสารที่ออกโดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผ่านการลงนามรับรองจากผู้นำชุมชน กำนัน หรือผู้ใหญ่บ้าน จากนั้นทางอำเภอและจังหวัดจะดำเนินการตรวจสอบเพื่อยืนยันสิทธิตามขั้นตอนต่อไป 



นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ในฐานะประธานคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคเหนือ

 

ทั้งนี้ ในช่วงบ่ายวันเดียวกัน นายยศชนัน ได้ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาและเร่งรัดการฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัย ที่ อ.ท่าวังผา และ อ.ปัว โดยภารกิจที่ อ.ท่าวังผา ติดตามการสร้างฝายกักเก็บน้ำจำลอง เร่งรัดเคลียร์ดินโคลนออกจากพื้นที่บ้านแก้ม และเร่งกรมชลประทานสร้างสะพานแบรี่ชั่วคราวทดแทนเส้นทางที่ถูกตัดขาด


ส่วนที่ อ.ปัว (26 ส.ค.) จะเร่งรัดการฟื้นฟูพื้นที่ การซ่อมแซมเส้นทางจราจร ขุดลอกโคลนที่บ้านเฮี้ยและบ้านฝาย รวมถึงฟื้นฟูพื้นที่บ้านร้องซึ่งได้รับผลกระทบหนักที่สุด พร้อมกับมีการประชุมหารือแนวทางการฟื้นฟู ณ องค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน ทั้ง 2 วัน

 

สำหรับมาตรการเพิ่มเติม กรมบัญชีกลางได้อนุมัติขยายวงเงินทดรองราชการในอำนาจผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เพิ่มเติมอีก 100 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายช่วยเหลือผู้ประสบภัยกรณีฉุกเฉิน แบ่งเป็น ค่าซ่อมแซมที่อยู่อาศัยประจำสูงสุด 88,600 บาท กรณีเช่าบ้านช่วยเหลือไม่เกินเดือนละ 2,500 บาท (ไม่เกิน 2 เดือน) ค่าซ่อมแซมโรงเรือนการเกษตรสูงสุด 6,800 บาท ค่าเครื่องมือประกอบอาชีพสูงสุด 13,500 บาท ค่าช่วยเหลือผู้บาดเจ็บสาหัส 5,000 บาท กรณีพิการ 16,600 บาท และค่าจัดการศพรายละไม่เกิน 35,700 บาท

 

หลังระดับน้ำลดลง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เร่งสำรวจความเสียหายภาคการเกษตร เบื้องต้นพบพื้นที่ 9 อำเภอ เสียหายกว่า 14,900 ไร่ กระทบเกษตรกร 6,538 คน (นาข้าวเสียหายมากที่สุดกว่า 9,121 ไร่) พร้อมเตรียมพันธุ์พืชและเชื้อราไตรโคเดอร์มาช่วยฟื้นฟู ส่วนการจ่ายเงินชดเชยรอบนี้มีการปรับเพิ่มขึ้น โดยนาข้าวชดเชยไร่ละ 2,240 บาท พืชไร่ พืชผัก ไม้ยืนต้นสูงสุดไร่ละ 6,800 บาท กรณีผลผลิตชะงักแต่ฟื้นฟูได้ช่วยเหลือไร่ละ 3,400 บาท (ไม่เกิน 30 ไร่) และหากมีซากวัสดุทับถมจะช่วยค่าขุดลอกและขนย้ายไร่ละ 16,000 บาท (ไม่เกิน 5 ไร่) ทั้งนี้ ขอให้เกษตรกรเร่งยื่นแบบ กษ 01 ให้ครบถ้วนเพื่อเข้าสู่กระบวนการช่วยเหลือโดยเร็ว

 

ด้านการอำนวยความสะดวก จ.น่าน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้ปรับลดขั้นตอนให้ประชาชนในการยื่นคำร้องขอรับการช่วยเหลือ โดยผู้ประสบภัยไม่ต้องถ่ายเอกสารหรือแนบรูปถ่ายแต่อย่างใด เพียงแค่แจ้งข้อมูลแก่กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือผู้นำชุมชน เพื่อรวบรวมข้อมูลส่งให้อำเภอดำเนินการเยียวยาต่อไป  



นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ในฐานะประธานคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคเหนือ

ข่าวล่าสุด