ยืนยันน้ำท่วม น่าน พ้นวิกฤต "ยศชนัน-ผู้ว่าฯ" เร่งฟื้นฟูเยียวยา
20 ส.ค. 2569 | titayu_pur

"ยศชนัน" แท็กทีม "ผู้ว่าฯ น่าน" คุมเข้มน้ำท่วม น่าน ยันมวลน้ำพ้นวิกฤตแล้ว หลังลงพื้นที่เวียงสา เร่งแผนฟื้นฟูเยียวยา ย้ำเขื่อนสิริกิติ์ยังรับน้ำได้อีก 30%
ข่าว
20 ส.ค. 2569 | titayu_pur

"ยศชนัน" แท็กทีม "ผู้ว่าฯ น่าน" คุมเข้มน้ำท่วม น่าน ยันมวลน้ำพ้นวิกฤตแล้ว หลังลงพื้นที่เวียงสา เร่งแผนฟื้นฟูเยียวยา ย้ำเขื่อนสิริกิติ์ยังรับน้ำได้อีก 30%
KEY
POINTS
20 สิงหาคม 2568 นายยศชนัน วงษ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายชัยนรงค์ วงใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ น้ำท่วม น่าน ณ บ้านดอนชัย อำเภอเวียงสา เพื่อสยบข่าวลือมวลน้ำทะลัก และประเมินพื้นที่รับน้ำจุดสุดท้ายก่อนไหลลง เขื่อนสิริกิติ์ พร้อมเร่งระดมแผนฟื้นฟูเยียวยาผู้ประสบภัยทันที หลังระดับน้ำเริ่มส่งสัญญาณคลี่คลาย โดยยืนยันการทำงานแบบบูรณาการเข้มข้น เตรียมดันนโยบาย คทช. ฟื้นฟูผืนป่าแก้ วิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระยะยาว
นายยศชนัน วงษ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.อว. พร้อมด้วย นายชัยนรงค์ วงใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ให้สัมภาษณ์รายการเนชั่นทั่วไทย ถึงสถานการณ์น้ำท่วมที่ จ.น่าน หลังร่วมกันลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์น้ำ ณ บริเวณบ้านดอนชัย ตำบลกลางเวียง อำเภอเวียงสา ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญและเป็นจุดสุดท้าย ก่อนที่มวลน้ำทั้งหมดจะไหลลงสู่เขื่อนสิริกิติ์
นายยศชนัน ระบุว่า ตนเดินทางมาภาคเหนือทันที ภายใต้บัญชาการของนายกรัฐมนตรี ที่เน้นย้ำให้ทุกภาคส่วนทำงานร่วมกันแบบบูรณาการอย่างไร้รอยต่อ ร่วมกับรัฐมนตรีท่านอื่น ๆ เช่น นายเจเศรษฐ์ (รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย) ที่ร่วมลงพื้นที่เพื่อให้การช่วยเหลือและให้กำลังใจประชาชนเช่นกัน
"ทางท่านผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ได้ดำเนินมาตรการเตรียมความพร้อมไว้เป็นอย่างดี ทั้งระบบสัญญาณเตือนภัยต่าง ๆ สำหรับจุดเปลี่ยนสำคัญเมื่อคืนที่ผ่านมา (ช่วงเวลาเที่ยงคืนถึงตี 2) ซึ่งเป็นช่วงที่ทุกฝ่ายเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดว่า ปริมาณน้ำที่จะไหลเข้าสู่เขตอำเภอเมืองน่าน จะมีปริมาณมากน้อยเพียงใด ผลปรากฏว่าระบบการคาดการณ์น้ำของเรามีประสิทธิภาพสูงมาก จากเดิมที่ประเมินว่า น้ำอาจจะสูงเพิ่มขึ้นมาไม่เกิน 60 เซนติเมตร แต่ในสถานการณ์จริง น้ำเพิ่มขึ้นเพียงประมาณ 20 กว่าเซนติเมตรเท่านั้น ซึ่งถือเป็นความโชคดีของเราระดับหนึ่ง" นายยศชนัน กล่าว
ขณะนี้เมื่อพื้นที่ในเขตอำเภอเมืองเริ่มคลี่คลายลง มวลน้ำได้เคลื่อนตัวมาถึงอำเภอเวียงสา ซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำสุดท้ายก่อนเข้าสู่เขื่อนสิริกิติ์ ทางรองนายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า ปริมาณน้ำไม่น่าจะเพิ่มสูงขึ้นไปกว่านี้แล้ว สิ่งสำคัญที่รัฐบาลกำลังเร่งดำเนินการในขณะนี้คือ การเยียวยาฟื้นฟูหลังน้ำลด และการเฝ้าระวังภัยสุขภาพ โดยเฉพาะโรคระบาด เช่น โรคเลปโตสไปโรซิส (โรคฉี่หนู) ซึ่งทางกระทรวงสาธารณสุขได้นำยารักษาโรค เข้ามาแจกจ่ายช่วยเหลือประชาชนอย่างเร่งด่วน โดยมีอดีต สส. และทีมงานในพื้นที่ร่วมแรงร่วมใจกันอย่างแข็งขัน ภายใต้โครงสร้างการทำงาน ที่ผู้ว่าราชการจังหวัดน่านได้วางระบบเอาไว้ล่วงหน้า
ด้าน นายชัยนรงค์ วงใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ซึ่งร่วมรายงานสถานการณ์สดเคียงข้างรองนายกรัฐมนตรี ณ บ้านดอนชัย ตำบลกลางเวียง อำเภอเวียงสา ระบุว่า จุดที่ยืนอยู่นี้คือจุดสิ้นสุดที่แม่น้ำน่าน และแม่น้ำว้าไหลมาบรรจบกันพอดี
"จากการประเมินคาดว่า มวลน้ำทั้งหมดจะไหลผ่านและแตะจุดสูงสุด (Peak) ที่อำเภอเวียงสาในเวลาประมาณ 15.00 น. ของวันนี้" ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน กล่าว
เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเป็นที่ลุ่มต่ำ และมักเกิดปัญหาน้ำท่วมเป็นประจำ ทางจังหวัดจึงได้วางแผนรับมือล่วงหน้าตั้งแต่วันก่อน โดยระดมจัดแนวป้องกัน ทั้งการวางกระสอบทราย บิ๊กแบ็ก (Big Bag) และใช้กากยางมะตอยหนุนเสริมแนวคันกั้นน้ำบริเวณสะพานลำน้ำน่านของอำเภอเวียงสา ส่งผลให้ปัจจุบันน้ำไม่ได้เข้าท่วมพื้นที่เขตเศรษฐกิจหลักของอำเภอเวียงสาแต่อย่างใด จะมีเพียงพื้นที่ปลายน้ำที่เป็นเรือกสวนไร่นาและบ้านเรือนของราษฎรบางส่วนเท่านั้นที่ได้รับผลกระทบจากน้ำเอ่อล้น
ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เผยว่า สำหรับโรดแมปการคลี่คลายสถานการณ์และการฟื้นฟูเมืองน่านนั้นมีดังนี้
พื้นที่อำเภอเมืองน่าน: ปัจจุบันระดับน้ำในแม่น้ำน่านลดลงอย่างต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่เร่งระบายน้ำและใช้เครื่องสูบน้ำแรงดันสูง เพื่อผลักดันน้ำที่เอ่อจากท่อระบายน้ำให้ไหลกลับลงสู่แม่น้ำน่าน คาดว่าภายในค่ำคืนนี้พื้นที่น้ำท่วมขังในเขตเมือง จะแห้งสนิทรวดเร็ว และในวันพรุ่งนี้จะสามารถเริ่มกระบวนการฟื้นฟูทำความสะอาดเมือง (Big Cleaning) ได้ทันที
พื้นที่อำเภอเวียงสา: คาดว่าระดับน้ำจะเริ่มลดลงอย่างเห็นได้ชัดในวันพรุ่งนี้ หากพรุ่งนี้พื้นที่แห้งลง ทางจังหวัดจะระดมกำลังเข้าฟื้นฟูทันที โดยคาดว่าจะใช้เวลาในการฟื้นฟูบูรณะพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 2 วัน หรืออย่างช้าที่สุดไม่เกิน 3 วัน ทุกอย่างจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ
ทั้งนี้ ผู้ว่าฯ ชัยนรงค์ ได้กล่าวแสดงความขอบพระคุณต่อรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีอีก 3 ท่าน ที่ได้เดินทางลงพื้นที่ประสบภัยอย่างรวดเร็วตั้งแต่เมื่อวานนี้ ซึ่งช่วยให้การสั่งการเชิงนโยบาย การประสานงานระดมเครื่องมือ อุปกรณ์กู้ภัย และกำลังพลจากทั้งจังหวัดข้างเคียงและส่วนกลางเป็นไปด้วยความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงสุด
-อัปเดตระบบสาธารณูปโภค "ไฟฟ้า-ประปา" และการแจกจ่ายอาหารเยียวยาผู้ประสบภัย
ในส่วนของระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานที่ประชาชนเป็นห่วง ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ได้ให้ข้อมูลอัปเดตอย่างละเอียดว่า
ระบบไฟฟ้า: ปัจจุบันการตัดกระแสไฟเพื่อความปลอดภัย จะจำกัดอยู่เฉพาะในพื้นที่ที่ยังมีน้ำท่วมสูงเท่านั้น ได้แก่ บางตำบลในเขตอำเภอเมืองน่าน และอำเภอเวียงสา เฉพาะตำบลที่อยู่ติดริมแม่น้ำน่าน รวมถึงบางส่วนของอำเภอภูเพียง ขณะที่อำเภอปัว และอำเภอท่าวังผา เจ้าหน้าที่สามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าคืนพื้นที่เกือบทั้งหมดแล้ว เหลือเพียงบางจุดที่เป็นพื้นที่ลึก หรือถนนถูกตัดขาด ซึ่งกำลังเร่งซ่อมแซมทางเพื่อจ่ายไฟคืนให้ครบ 100% โดยสรุปแล้ว ไฟฟ้าส่วนใหญ่ในจังหวัดน่านยังคงเปิดใช้งานได้ตามปกติ
อาหารและน้ำดื่ม: ยืนยันว่า มีเพียงพอต่อการแจกจ่ายเยียวยาประชาชนอย่างแน่นอน เนื่องจากทางจังหวัดได้สั่งการล่วงหน้าให้ อบต. และเทศบาลทุกแห่ง จัดตั้งศูนย์อพยพประจำ อบต. ตั้งแต่วันก่อน พร้อมจัดเตรียมอาหารแห้ง น้ำดื่ม และอาหารปรุงสุกประจำไว้ในแต่ละจุดอย่างครบถ้วน
-เมื่อผู้สื่อข่าวเนชั่นทีวี ถามถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมว่า เหตุอุทกภัยรุนแรงในครั้งนี้เกิดจากปรากฏการณ์
"เรนบอมบ์ (Rain Bomb)" หรือหย่อมความกดอากาศต่ำกันแน่
นายยศชนัน กล่าวว่า "จริง ๆ แล้วมันคือตัวเดียวกัน" โดยมีหย่อมความกดอากาศต่ำ ที่ส่งผลให้ทิศทางการไหลเวียนของกระแสอากาศแตกต่างกันไปเล็กน้อย แต่ปัจจัยหลักที่เราต้องตระหนักร่วมกันในระยะยาวคือ ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ Climate Change
"เรื่อง Climate Change นี้สำคัญมาก ซึ่งที่ผ่านมา ผม ผู้ว่าฯ อบจ. และคุณหมอชลน่าน (นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว) ได้เคยร่วมดำเนินโครงการแก้ปัญหานี้มาหลายโครงการแล้ว หลังจากนี้จะมีการเสนอแผนแก้ปัญหาระยะยาวอย่างต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้เกิดวิกฤตซ้ำรอย นอกจากนี้ ทางรัฐบาลได้พยายามสื่อสาร และสั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดอื่น ๆ เตรียมความพร้อมรับมือด้วย เช่น การพูดคุยกับผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย ที่ถึงแม้ขณะนี้ปริมาณน้ำในลำน้ำสาขายังอยู่ในระดับเล็ก แต่ต้องเฝ้าระวังมวลน้ำจากแม่น้ำยมอย่างใกล้ชิด โดยมี ปภ. และรองนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแลแต่ละภูมิภาค คอยมอนิเตอร์ตลอดเวลาเพื่อความปลอดภัยสูงสุดของประชาชน" รองนายกรัฐมนตรีกล่าว
ขณะเดียวกัน ผู้ว่าฯ ชัยนรงค์ วงใหญ่ ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมในประเด็นสภาพภูมิประเทศของจังหวัดน่านที่เชื่อมโยงกับปัญหาน้ำท่วมว่า จังหวัดน่านมีพื้นที่ป่าไม้คิดเป็นร้อยละ 90 ของพื้นที่ทั้งหมด แต่ในช่วงที่ผ่านมา พื้นที่ป่าถูกบุกรุกแผ้วถางเพื่อเปลี่ยนเป็นพื้นที่เกษตรกรรม เช่น ปลูกข้าวโพด และทำนาข้าวมาเป็นระยะเวลานาน ทำให้ประสิทธิภาพในการอุ้มน้ำของผืนดินลดลงเมื่อเผชิญฝนตกหนัก โดยแนวทางแก้ปัญหาระยะยาวที่รัฐบาลกำลังเร่งผลักดัน คือ "นโยบายการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชน (คทช.)"
"เงื่อนไขของการออกสิทธิทำกินตามมาตรการ คทช. นี้ จะบังคับให้เกษตรกรต้องร่วมกันปลูกป่า หรือปลูกไม้ยืนต้นทดแทนในพื้นที่ทำกิน คิดเป็นร้อยละ 10, 20 หรือ 30 ของพื้นที่ตามประเภทเงื่อนไขที่กำหนด รัฐบาลจะใช้กลไกของโครงการ คทช. และ คทช. นี้ในการเดินหน้าฟื้นคืนผืนป่าไม้ในแต่ละโซนให้กลับมาสมบูรณ์อีกครั้ง เพื่อเป็นแนวกักเก็บน้ำธรรมชาติที่มีประสิทธิภาพในอนาคต" ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน กล่าวถึงแนวทางเชิงยุทธศาสตร์
สำหรับข้อกังวลว่า มวลน้ำก้อนใหญ่นี้จะส่งผลกระทบต่อจังหวัดปลายน้ำ อย่างจังหวัดอุตรดิตถ์ หรือไม่นั้น นายยศชนัน กล่าวยืนยันว่า "เขื่อนสิริกิติ์ยังสามารถรองรับมวลน้ำก้อนนี้ได้ทั้งหมดอย่างแน่นอน" ปัจจุบันปริมาณน้ำในเขื่อนสิริกิติ์อยู่ที่ประมาณ 70% เท่านั้น ทำให้ยังเหลือพื้นที่อ่างเก็บน้ำอีกกว่า 30% ที่จะช่วยรองรับน้ำและกักเก็บไว้ใช้ประโยชน์ในช่วงฤดูแล้งถัดไปได้เป็นอย่างดี
อย่างไรก็ตาม รองนายกรัฐมนตรีย้ำทิ้งท้ายว่า แม้สถานการณ์ภัยพิบัติฉุกเฉินในภาพรวมจะเริ่มคลี่คลายลงแล้ว แต่รัฐบาลและหน่วยงานในพื้นที่ ยังไม่สามารถนิ่งนอนใจได้ ภารกิจหลังจากนี้คือช่วงเวลาของการฟื้นฟู เยียวยา และการดูแลความเป็นอยู่ของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประสบภัยที่ยังติดค้างอยู่ตามบ้านเรือน ซึ่งต้องการอาหาร น้ำดื่ม และสิ่งของอุปโภคบริโภคอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทางภาครัฐจะติดตามและดูแลช่วยเหลืออย่างใกล้ชิดและดีที่สุด จนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติอย่างสมบูรณ์