นางสาวลลิดา กล่าวว่า สำหรับลูกหนี้ NPL ที่หลักประกันได้รับความเสียหาย สามารถประนอมหนี้ได้นานสูงสุด 1 ปี 6 เดือน โดยในช่วง 6 เดือนแรกคิดอัตราดอกเบี้ย 0% และไม่ต้องชำระเงินงวด ส่วนลูกหนี้ NPL ที่ได้รับผลกระทบด้านรายได้ สามารถประนอมหนี้ได้นานสูงสุด 1 ปี โดยในช่วง 6 เดือนแรกคิดอัตราดอกเบี้ย 0% และชำระเงินงวดเพียงเดือนละ 1,000 บาท ซึ่งเงินงวดดังกล่าวจะนำไปตัดเงินต้นทั้งหมด
“จุดสำคัญที่รัฐบาลต้องการเน้นย้ำ คือ หากที่อยู่อาศัยได้รับความเสียหายทั้งหลังและไม่สามารถซ่อมแซมได้ ไม่ว่าจะเป็นลูกค้าที่มีสถานะบัญชีปกติหรือลูกหนี้ NPL ธอส. จะพิจารณาปลอดหนี้ในส่วนของราคาอาคารเป็นรายกรณี โดยผู้กู้จะผ่อนชำระต่อเฉพาะหนี้ในส่วนของราคาที่ดินคงเหลือ ซึ่งจะช่วยบรรเทาภาระของประชาชนที่ต้องสูญเสียบ้านจากภัยพิบัติ ไม่ต้องแบกรับภาระหนี้ในส่วนของตัวอาคารที่ไม่สามารถอยู่อาศัยได้อีกต่อไป” นางสาวลลิดา กล่าว
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับผู้กู้ที่มีกรมธรรม์ประกันอัคคีภัยที่อยู่อาศัยซึ่งมีความคุ้มครองภัยธรรมชาติกับบริษัทประกันภัยที่ธนาคารจัดให้ ธอส. ยังมีช่องทางพิจารณาสินไหมแบบเร่งด่วน หรือ Fast Track โดยผู้เอาประกันสามารถใช้ภาพถ่ายความเสียหายประกอบการแจ้งเคลม และรับค่าสินไหมตามความเสียหายจริงไม่เกิน 20,000 บาท ทั้งนี้ เป็นไปตามรายละเอียดและเงื่อนไขของกรมธรรม์
รัฐบาลจึงแนะนำประชาชนที่ได้รับความเสียหายและมีกรมธรรม์ที่เข้าเงื่อนไข ให้บันทึกภาพตัวบ้าน รวมถึงบริเวณและทรัพย์สินที่ได้รับความเสียหายไว้เป็นหลักฐานก่อนเริ่มเก็บกวาดหรือทำความสะอาด หากสามารถดำเนินการได้โดยปลอดภัย เพื่อใช้ประกอบการแจ้งเคลมและช่วยให้กระบวนการพิจารณาสินไหมเป็นไปอย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น
“รัฐบาลเข้าใจดีว่าสำหรับผู้ประสบภัย การสูญเสียบ้านไม่ได้หมายถึงเพียงความเสียหายของทรัพย์สิน แต่ยังตามมาด้วยภาระค่าใช้จ่ายในการฟื้นฟูชีวิต จึงต้องการให้ประชาชนทราบว่ามีมาตรการรองรับหลายระดับ แม้เป็นลูกหนี้ NPL ก็ยังสามารถขอรับความช่วยเหลือได้ ขอให้ผู้ได้รับผลกระทบติดต่อ ธอส. เพื่อให้ธนาคารพิจารณาความช่วยเหลือที่เหมาะสมกับแต่ละกรณี” นางสาวลลิดา กล่าว
ทั้งนี้ ประชาชนที่ได้รับผลกระทบสามารถยื่นความประสงค์เข้าร่วมมาตรการได้ที่ ธอส. ทุกสาขาทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ G H BANK Call Center โทร. 0-2645-9000