เนชั่นทีวี

ข่าว

"พัฒนา" ย้ำงบบัตรทอง 6 หมื่นล้านไม่หาย ขีดเส้น สปสช. แจงใน 7 วัน

05 ส.ค. 2569 | thunchanok_kul

"พัฒนา" ย้ำงบบัตรทอง 6 หมื่นล้านไม่หาย ขีดเส้น สปสช. แจงใน 7 วัน

“รมว.สธ.” ย้ำ งบบัตรทอง 6 หมื่นล้านบาทไม่หายไปไหน หลังขีดเส้น สปสช.แจงรายละเอียดใน 7 วัน ชี้งบกระจายสู่หลายหน่วยบริการ เตรียมยกระดับมาตรฐานตาม พ.ร.บ.ปฐมภูมิ ย้ำทุกบาททุกสตางค์ต้องคุ้มค่าและตรวจสอบได้

5 สิงหาคม 2569 นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ชี้แจงกรณีการจัดสรรงบประมาณกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง) ปีงบประมาณ 2568 จำนวน 60,000 ล้านบาท ว่า งบประมาณที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ได้รับในปี 2568 หากไม่นับเงินเดือนบุคลากร จะมีวงเงินประมาณ 170,000 ล้านบาท ขณะที่โรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขมีรายรับจากงบส่วนนี้ประมาณ 110,000 ล้านบาท
 

นายพัฒนา กล่าวว่า ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาได้ตั้งข้อสังเกตว่างบประมาณ 60,000 ล้านบาทอยู่ในส่วนใด กระทั่งได้รับคำชี้แจงจากอนุกรรมการด้านการเงินของ สปสช. ว่า งบดังกล่าวไม่ได้หายไป แต่เป็นงบที่อยู่นอกระบบของกระทรวงสาธารณสุข โดยมีงบประมาณกว่า 10,000 ล้านบาท ใช้ผ่านโรงพยาบาลราชวิถีเพื่อจัดซื้อยา 

ขณะที่อีกประมาณ 3,000-4,000 ล้านบาท จัดสรรให้โรงพยาบาลนอกสังกัดกระทรวงสาธารณสุข อาทิ โรงพยาบาลสังกัดกระทรวงกลาโหม และกรุงเทพมหานคร ส่วนที่เหลืออีกจำนวนหนึ่งจัดสรรให้คลินิกและหน่วยบริการเอกชนที่ขึ้นทะเบียนกับ สปสช.

ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุขจะตรวจสอบว่าหน่วยบริการต่าง ๆ มีการให้บริการอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นไปตามหลักเกณฑ์และมาตรฐานหรือไม่ และหากจำเป็นต้องปรับปรุงแนวทางการจัดสรรงบประมาณ ก็จะเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

นายพัฒนา ระบุว่า โดยรวมแล้ว กระทรวงสาธารณสุขมีงบประมาณผ่านมือประมาณ 120,000 กว่าล้านบาท ผ่านโรงพยาบาลในสังกัด ซึ่งเป็นหน่วยบริการที่ดูแลประชาชนราว 80% ของประเทศ 

ส่วนงบประมาณที่เหลืออีกประมาณ 50,000 ล้านบาท รัฐบาลต้องการให้สามารถอธิบายเส้นทางการใช้เงินภาษีของประชาชนได้อย่างชัดเจนว่า ถูกจัดสรรไปยังหน่วยงานใด และใช้เพื่อวัตถุประสงค์ใด พร้อมย้ำว่า สปสช. ต้องเปิดเผยข้อมูลให้เกิดความโปร่งใสและตรวจสอบได้

สำหรับประเด็นที่หน่วยบริการต่าง ๆ มีอำนาจตามกฎหมายในการรับงบประมาณหรือไม่นั้น นายพัฒนา กล่าวว่า ยังเป็นอีกประเด็นที่ต้องติดตาม โดยในการประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เมื่อวันที่ 3 สิงหาคมที่ผ่านมา ได้มอบหมายให้ประธานอนุกรรมการด้านการเงินชี้แจงรายละเอียดภายใน 7 วัน ทั้งในส่วนของหน่วยงานที่ได้รับงบประมาณ กิจกรรมที่ดำเนินการ การกระจายตัวของงบประมาณ รวมถึงเอกสารหลักฐานประกอบ เพื่อยืนยันว่ามีการนำงบประมาณไปใช้ปฏิบัติงานจริง

นอกจากนี้ กระทรวงสาธารณสุขยังเร่งผลักดันการบังคับใช้พระราชบัญญัติระบบสุขภาพปฐมภูมิ พ.ศ. 2562 เพื่อกำหนดมาตรฐานการให้บริการด้านการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค โดยมาตรฐานดังกล่าวจะนำไปใช้กับหน่วยบริการในสังกัด สปสช. และหน่วยบริการสังกัดอื่น ๆ เพื่อให้การเบิกจ่ายงบประมาณด้านการดูแลประชาชนเป็นไปตามมาตรฐานเดียวกัน

ส่วนกรณีมีข้อสังเกตว่ากระทรวงสาธารณสุขใช้งบประมาณกับกิจกรรมต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก นายพัฒนา กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขมีภารกิจครอบคลุมทั่วประเทศ ทั้งด้านการรักษาพยาบาล การส่งเสริมสุขภาพ และการป้องกันโรค ตลอดระยะเวลา 2-3 เดือนที่ผ่านมา ได้ลงพื้นที่ติดตามการบริหารงานของโรงพยาบาลในหลายจังหวัด พร้อมผลักดันนโยบายด้านนวัตกรรมและการนำ AI มาประยุกต์ใช้ในระบบสาธารณสุข โดยย้ำว่าการใช้งบประมาณเป็นอำนาจของโรงพยาบาลแต่ละแห่งในการบริหารจัดการ ภายใต้หลักการใช้จ่ายเท่าที่จำเป็น เพื่อให้เกิดความคุ้มค่าและประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน

ข่าวล่าสุด