เนชั่นทีวี

ข่าว

ป่วนปัตตานี! ขว้าง "บึ้มปิงปอง" ถล่มข้าง "วัดเทพนิมิต" โชคดีไร้เจ็บ EOD เคลียร์พื้นที่ปลอดภัย

03 ส.ค. 2569 | natthanan_chu

ป่วนปัตตานี! ขว้าง "บึ้มปิงปอง" ถล่มข้าง "วัดเทพนิมิต" โชคดีไร้เจ็บ EOD เคลียร์พื้นที่ปลอดภัย

ป่วนปัตตานี! ขว้าง "บึ้มปิงปอง" ถล่มข้าง "วัดเทพนิมิต" โชคดีไร้เจ็บ EOD เคลียร์พื้นที่ปลอดภัย ประวัติวัดเคยถูกทิ้งร้างหลังปี 2547 ก่อนพระอาจารย์เรวัตจะเข้ามาพัฒนาเมื่อ 8 ปีก่อน

ป่วนปัตตานี! ขว้าง "บึ้มปิงปอง" ถล่มข้าง "วัดเทพนิมิต" โชคดีไร้เจ็บ EOD เคลียร์พื้นที่ปลอดภัย ประวัติวัดเคยถูกทิ้งร้างหลังปี 2547 ก่อนพระอาจารย์เรวัตจะเข้ามาพัฒนาเมื่อ 8 ปีก่อน

KEY

POINTS

  • ปาระเบิดปิงปองป่วนวัด: คนร้ายซัดระเบิดแสวงเครื่องลงข้างวัดเทพนิมิต อ.ปะนาเระ ปัตตานี โชคดีไร้เจ็บ
  • ฟื้นฟูจากวัดร้าง: เผยประวัติวัดเคยถูกทิ้งร้างหลังปี 2547 ก่อนพระอาจารย์เรวัตจะเข้ามาพัฒนาเมื่อ 8 ปีก่อน
  • สัญลักษณ์พหุวัฒนธรรม: ชาวไทยพุทธและมุสลิมในพื้นที่ร่วมมือกันบูรณวัด สะท้อนความสมานฉันท์สองศาสนิก

3 สิงหาคม 2569 เวลาประมาณ 08.40 น. เกิดเหตุคนร้ายไม่ทราบกลุ่มและจำนวน ลอบขว้างวัตถุระเบิดแสวงเครื่องขนาดเล็ก เข้าไปบริเวณพื้นที่วัดในอำเภอปะนาเระ จังหวัดปัตตานี เบื้องต้นไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ด้าน กอ.รมน. ระบุเป็นการสร้างสถานการณ์ พร้อมประสาน EOD เข้าเคลียร์พื้นที่แล้ว

 

 

 

เจ้าหน้าที่หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 42 (ฉก.ทพ.42) ได้รับแจ้งเหตุคนร้ายลอบขว้างวัตถุต้องสงสัยคล้ายประทัดยักษ์ เข้าไปบริเวณด้านข้าง วัดเทพนิมิต ใกล้กับบริเวณห้องน้ำ หมู่ที่ 5 ต.บ้านกลาง อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี

หลังรับแจ้งจึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และนำกำลังเข้าตรวจสอบ เบื้องต้นได้รับการยืนยันว่าไม่มีประชาชนหรือเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ และไม่มีทรัพย์สินของทางวัดได้รับความเสียหาย

 

 

 

 

 

 

ต่อมา กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ได้ออกมายืนยันถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมระบุว่า ทันทีที่ได้รับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงได้เร่งกระจายกำลังเข้าปิดกั้นพื้นที่เกิดเหตุโดยรอบ เพื่อป้องกันอันตรายหรือการก่อเหตุซ้ำซ้อน พร้อมทั้งประสานเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด (EOD) เข้าตรวจสอบและดำเนินการตามขั้นตอนด้านความปลอดภัยอย่างรัดกุม

 

จากการลงพื้นที่ตรวจสอบอย่างละเอียดของเจ้าหน้าที่ EOD พบว่า วัตถุดังกล่าวมีลักษณะเป็น "ระเบิดปิงปอง" ที่ถูกพันทับด้วยเทปพันสายไฟ ซึ่งทางหน่วยงานความมั่นคงประเมินว่า พฤติการณ์ของผู้ก่อเหตุในครั้งนี้ มุ่งหวังเพียงเพื่อสร้างสถานการณ์ความวุ่นวายและสร้างความตื่นตระหนกให้เกิดขึ้นในพื้นที่ มากกว่าการประสงค์ต่อชีวิต

 

 

ป่วนปัตตานี! ขว้าง "บึ้มปิงปอง" ถล่มข้าง "วัดเทพนิมิต" โชคดีไร้เจ็บ EOD เคลียร์พื้นที่ปลอดภัย

คนร้ายซัดระเบิดแสวงเครื่องลงข้างวัดเทพนิมิต อ.ปะนาเระ ปัตตานี โชคดีไร้เจ็บ เผยประวัติวัดเคยถูกทิ้งร้างหลังปี 2547 ก่อนพระอาจารย์เรวัตจะเข้ามาพัฒนาเมื่อ 8 ปีก่อน

 

 

 

ป่วนปัตตานี! ขว้าง "บึ้มปิงปอง" ถล่มข้าง "วัดเทพนิมิต" โชคดีไร้เจ็บ EOD เคลียร์พื้นที่ปลอดภัย

 

ป่วนปัตตานี! ขว้าง "บึ้มปิงปอง" ถล่มข้าง "วัดเทพนิมิต" โชคดีไร้เจ็บ EOD เคลียร์พื้นที่ปลอดภัย

 

 

 


ขณะนี้ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสอบสวนและหน่วยพิสูจน์หลักฐาน อยู่ระหว่างการลงพื้นที่รวบรวมพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ รวมถึงเร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด (CCTV) บริเวณโดยรอบวัดเทพนิมิตและเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายจะใช้หลบหนี เพื่อขยายผลติดตามตัวกลุ่มผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกระบวนการทางกฎหมายต่อไป 


  
ในส่วนของความคืบหน้าเหตุกลุ่มคนร้ายไม่ทราบกลุ่มและจำนวน ใช้อาวุธปืนซุ่มยิงถล่มใส่บริเวณด้านหลังสถานีตำรวจภูธรลำใหม่

ซึ่งมีสภาพพื้นที่เป็นสวนยางพาราและป่ารกทึบ หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เข้าเวรยามได้กระจายกำลังเข้าประจำจุดยุทธศาสตร์และใช้อาวุธปืนยิงตอบโต้เพื่อป้องกันที่ตั้ง จนเกิดการปะทะกันอย่างดุเดือด

 


     
จุดที่คนร้ายใช้ซุ่มยิงนั้น ตรงข้ามกับ โรงเรียนบ้านพร่อน ซึ่งช่วงเวลาเกิดเหตุเป็นช่วงเช้าที่นักเรียนกำลังเดินทางมาโรงเรียน ส่งผลให้ครู นักเรียน และผู้ปกครอง ตกอยู่ในความตื่นตระหนกจากเสียงปืนที่ดังปะทะกันอย่างต่อเนื่องนานหลายนาที

 

ป่วนปัตตานี! ขว้าง "บึ้มปิงปอง" ถล่มข้าง "วัดเทพนิมิต" โชคดีไร้เจ็บ EOD เคลียร์พื้นที่ปลอดภัย

 

ป่วนปัตตานี! ขว้าง "บึ้มปิงปอง" ถล่มข้าง "วัดเทพนิมิต" โชคดีไร้เจ็บ EOD เคลียร์พื้นที่ปลอดภัย

 

ป่วนปัตตานี! ขว้าง "บึ้มปิงปอง" ถล่มข้าง "วัดเทพนิมิต" โชคดีไร้เจ็บ EOD เคลียร์พื้นที่ปลอดภัย


      
จากสถานการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้น นายวิเชษฐ์ ไชยบุญมา ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านพร่อน ได้ประเมินสถานการณ์โดยคำนึงถึงความปลอดภัยสูงสุดของนักเรียนและบุคลากร จึงมีคำสั่งด่วนให้ปิดการเรียนการสอน พร้อมประสานงานอพยพและปล่อยนักเรียนกลับบ้านทันทีเพื่อลดความเสี่ยง โดยมีคณะครูคอยดูแลส่งเด็กนักเรียนกลับถึงมือผู้ปกครองอย่างปลอดภัย

 

ส่วนนักเรียนในโครงการ "โรงเรียนประชารัฐ" ซึ่งเป็นนักเรียนพักนอนประจำ ทางโรงเรียนได้จัดพื้นที่ปลอดภัย (Safe Zone) ภายในอาคารเรียน พร้อมจัดกำลังครูและเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มงวด

 

กระทั่งเวลา 07.57 น. เสียงปืนจึงสงบลง โดยกลุ่มคนร้ายได้อาศัยความชำนาญพื้นที่หลบหนีไป จากการตรวจสอบเบื้องต้น ไม่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือประชาชนและนักเรียนได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตแต่อย่างใด
       
ด้าน พล.ต.ต.กองอรรถ สุวรรณขำ ผบก.ภ.จว.ยะลา พร้อมด้วย พ.ต.อ.จุฬาชัย แสงกุล รอง ผบก.ภ.จว.ยะลา ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.โฆษิต เบญจกุล ผกก.สภ.ลำใหม่ และหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ ยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุด

โดยให้ตั้งจุดตรวจจุดสกัดอย่างเข้มงวดในทุกเส้นทางเชื่อมต่อ เพื่อเร่งติดตามไล่ล่ากลุ่มผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย และวางมาตรการป้องกันการก่อเหตุซ้ำเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในพื้นที่ต่อไป 

 

 


"สำนักข่าวอิศรา" ระบุว่า วัดเทพนิมิต..สัญญะแห่งสามัคคีของสองศาสนิกชายแดนใต้ 

 

วัดเทพนิมิต หรือ วัดบ้านกลาง ตามประวัติเป็นวัดเก่าแก่ บ้างก็ว่าสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา โดยดูจากสถาปัตยกรรมและลวดลายศิลปะ บ้างก็ว่าเป็นวัดที่สร้างขึ้นในช่วงต้นของกรุงรัตนโกสินทร์ ราวปี พ.ศ.2406

วัดบ้านกลางเป็นศูนย์รวมน้ำใจของพี่น้องไทยพุทธในพื้นที่มาอย่างยาวนาน

 

ทว่าหลังเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบตั้งแต่ปี 2547 ทำให้ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ชาวไทยพุทธบางส่วนพากันอพยพย้ายถิ่นหนีความรุนแรง วัดจึงตั้งอยู่กลางชุมชนมุสลิมแทน ถัดจากนั้นจึงเป็นชุมชนไทยพุทธรายล้อมอีกชั้นหนึ่ง สภาพของวัดจึงเป็นเหมือน "พื้นที่ไข่แดง" ที่ผสานสามัคคีของพี่น้องต่างศาสนิกให้อยู่ร่วมกัน

 

ความรุนแรงที่กระทำต่อทุกคนอย่างไม่เลือกหน้า แม้แต่พระลูกวัดก็ยังเคยโดนคนร้ายลอบโจมตีขณะออกบิณฑบาตพร้อมกับกำลังทหารพรานอารักขา ทำให้วัดเทพนิมิตถูกทิ้งร้างนานหลายปี

กระทั่งวัดกลับมาเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของชาวพุทธอีกครั้ง เมื่อมีเจ้าอาวาสรูปใหม่เข้ามาทำหน้าที่เมื่อปีที่แล้ว คือ พระอาจารย์เรวัต ถิรสัทโธ หรือ "ท่านเวาะ" จากวัดตุยง อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี ท่านเวาะเป็นพระที่ทั้งชาวไทยพุทธและมุสลิมให้ความเคารพ

ชาวบ้านพากันดีใจที่มีพระมาจำพรรษา ทำให้พี่น้องพุทธและมุสลิมจับมือกันเข้าไปสำรวจภายในวัด และพบกุฏิผุพัง จึงเสนอตัวช่วยกันซ่อมแซม สะท้อนถึงความเป็นน้ำหนึ่งในเดียวและสามัคคีกลมเกลียวของคนบ้านกลาง

 

"ท่านเวาะ" หรือ พระอาจารย์เรวัต ถิรสัทโธ อายุ 53 ปี บวชมากว่า 30 พรรษา พื้นเพเป็นชาวอำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส มีญาติพี่น้องและเพื่อนเป็นมุสลิมจำนวนมาก

 

ท่านเดินธุดงค์และจำพรรษาหลายแห่งในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ คนพื้นที่รู้จักท่านดีในฐานะพระนักพัฒนา

 

"ท่านเวาะ" เล่าให้ฟังว่า ในอดีตภาพการช่วยเหลือกันของคนต่างศาสนิกเป็นภาพที่ชินตา ชาวไทยพุทธร่วมงานของชาวมุสลิม และคนมุสลิมก็ช่วยงานของชาวไทยพุทธ ไม่มีแบ่งแยกด้วยเหตุผลของความแตกต่าง แต่หลังจากเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบ มีความพยายามทำให้เกิดความแตกแยก จึงอยากให้ทุกศาสนา ทุกฝ่ายใช้สติในการคิดทบทวน เพื่อสร้างสังคมที่มีความสงบสุขให้กลับมาอีกครั้ง

 

"ชาวบ้านที่นี่อยู่ร่วมกันอย่างสามัคคีและให้เกียรติกันระหว่างศาสนา มุสลิมมาช่วยกันสร้างกุฎิเพราะในวัดตอนนั้นมีอยู่กุฏิเดียว เกือบจะพังแล้ว เมื่อฉันมาเป็นเจ้าอาวาส พวกเขาจึงมาช่วยกันสร้างกุฏิหลังใหม่ เราช่วยกันทั้งพระ ชาวบ้าน เจ้าหน้าที่ บางที 4 ทุ่มยังทำกันอยู่เลย" ท่านเวาะเล่าถึงบรรยากาศแห่งมิตรภาพและสมานฉันท์ 

 

"ท่านเวาะ" ยังเล่าถึงตัวท่านเอง และปณิธานอันแรงกล้าที่ท่านตัดสินใจรับเป็นเจ้าอาวาสที่วัดบ้านกลาง

 

"ฉันเข้ามาเป็นเจ้าอาวาสเมื่อเดือนสิงหาคม (ปี 2561) ก่อนหน้านั้นอยู่ที่วัดตุยง อำเภอหนองจิก อยากมาเป็นตัวเชื่อมให้ชาวบ้านพุทธและมุสลิมอยู่ร่วมกันได้ คนที่ไปจากชุมชนก็ให้กลับมา โดยเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตามกฏหมาย เมื่อครบเวลาก็ออกมาอยู่ในชุมชน ตามหลักการศาสนาคือการตักเตือนกันและกัน เขาจะปฏิบัติหรือไม่คือเรื่องของเขา เราทำหน้าที่ของเรา การเข้าหาคนคือการเข้าไปนั่งในใจเขาให้ได้"

 

พระนักพัฒนา ยังพูดถึงการบำเพ็ญภาวนา ซึ่งแต่ละศาสนามีจุดมุ่งหมายไม่ต่างกัน

 

"คิดว่าตื่นเช้าแล้วให้มีเวลาถึงหลับ ตอนก่อนหลับก็ภาวนาให้ถึงสว่าง พอสว่างก็ภาวนาขอให้อยู่จนถึงหลับ เมื่ออายุยืนแล้วทำให้เห็นเป็นตัวอย่าง ดีกว่าคำสอน"

 

"หลักการของอัลลอฮ์ บอกว่า ต้องเอาใจเขามาใส่ใจเรา เรื่องของที่วัด (การช่วยกันสร้างกุฏิ) ไม่ใช่การทำอิบาดะฮ์ (สักการะต่ออัลลอฮ์ การปฏิบัติตามคำสั่งห้ามของอัลลอฮ์) แต่เป็นเรื่องของความสามัคคีกัน เขามาช่วยแบกไม้  เขามาช่วยด้วยหัวใจ คนไม่พอใจก็ว่าไปก้าวก่ายศาสนา แต่ฉันพูดกับคนที่เข้าใจ คนที่เขาฟัง เป็นบททดสอบที่ทำให้เกิดปัญญา เมื่อก่อนเราอยู่ด้วยกันมาดีๆ ไม่เคยมีการยิงกันในมัสยิด ไม่เคยยิงกันในวัด ไม่มีการฆ่าพระ ไม่มีการฆ่าครู เผาโรงเรียน ไม่มีใครไปยิงคนที่กำลังละหมาดในมัสยิด อยากให้กลับไปมองเมื่อวานว่าการอยู่อย่างสามัคคีอยู่กันอย่างไร เป้าหมายขอเพียงแต่เราอยู่ด้วยกันได้ก็เพียงพอ" ท่านเวาะ อธิบาย

 

เป้าหมายที่ว่านี้เกิดขึ้นแล้วจริงๆ ที่วัดเทพนิมิต ตัวอย่างที่ชัดที่สุดคืองานวันมาฆบูชา ท่านเวาะนำชาวบ้านทั้งไทยพุทธมุสลิมนั่งช้างมาร่วมงาน เป็นการช่วยเหลือเกื้อกูลกันระหว่างคนสองศาสนิก แต่ไม่ได้ก้าวก่ายเรื่องพิธีกรรม เป็นเพียงวิถีดั้งเดิมแห่งท้องถิ่นและความเกื้อกูลกัน ไม่ว่าจะนับถือศาสนาใดก็ตาม

 

เพราะสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ แท้จริงแล้วคือดินแดนพหุวัฒนธรรมที่ใช้ความกลมเกลียวร้อยรัดความสัมพันธ์ระหว่างผู้คน

 

 

ป่วนปัตตานี! ขว้าง "บึ้มปิงปอง" ถล่มข้าง "วัดเทพนิมิต" โชคดีไร้เจ็บ EOD เคลียร์พื้นที่ปลอดภัย

 

ป่วนปัตตานี! ขว้าง "บึ้มปิงปอง" ถล่มข้าง "วัดเทพนิมิต" โชคดีไร้เจ็บ EOD เคลียร์พื้นที่ปลอดภัย

 

 

 

ภาพและข้อมูลจาก สำนักข่าวอิศรา และเพจเฟซบุ๊ก ร่วมด้วยช่วย 3 จว.ชายแดนใต้
 

 

 

 

ข่าวล่าสุด