“ผอ.JIC” ย้ำจุดยืนไทย ไม่ยั่วยุ-ไม่ยิงก่อน พบ "กัมพูชา" ละเมิดข้อตกลง กว่า 20 ครั้ง
13 ก.ค. 2569 | natthanan_chu

“ผอ.JIC” ย้ำจุดยืนไทย ไม่ยั่วยุ-ไม่ยิงก่อน พบ "กัมพูชา" ละเมิดข้อตกลง กว่า 20 ครั้ง ด้าน กต. เก็บข้อมูลแจ้งประชาคมโลก
ข่าว
13 ก.ค. 2569 | natthanan_chu

“ผอ.JIC” ย้ำจุดยืนไทย ไม่ยั่วยุ-ไม่ยิงก่อน พบ "กัมพูชา" ละเมิดข้อตกลง กว่า 20 ครั้ง ด้าน กต. เก็บข้อมูลแจ้งประชาคมโลก
KEY
POINTS
13 กรกฎาคม 2569 ที่จุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ ในฐานะ ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา JIC พร้อมด้วย นางมาระตี นะลิตา อันดาโม รองอธิบดีกรมสารนิเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงการลงพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ว่า เรามาให้กำลังกองกำลังบูรพาที่รับผิดชอบจังหวัดสระแก้ว ถือเป็นครั้งที่ 8 แล้ว และนำความห่วงใยของประชาชน มาสื่อสารถึงกำลังพลหน้าแนว เข้าใจว่ากำลังพลมีความเสียสละและมีความลำบาก
"ที่ผ่านมามีทั้งข่าวปั่น ข่าวปล่อย ก็ถือว่าให้กำลังใจ ส่วนเรื่องที่มีการขยายให้ใหญ่โตขึ้น ก็พยายามลดระดับลง โดยเรานำข้อเท็จจริงมาชี้แจงให้ทหารหน้าแนวรับทราบ และขอให้ประชาชนได้ติดตามข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวกับความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา จากแหล่งที่เชื่อถือได้ ประเทศไทยมีจุดยืนชัดเจนว่าเราไม่ได้รุกรานและยิงก่อนแน่นอน ยึดมั่นกฎหมายระหว่างประเทศในการป้องกันตนเอง และกฎการใช้กำลัง พร้อมปฏิบัติตามถ้อยแถลงข้อตกลงหยุดยิง เมื่อ 27 ธันวาคม 2568 และตามที่ได้รับรายงาน กัมพูชามีการละเมิดข้อตกลง 20 กว่าครั้ง ย้ำว่า เรามีดูพื้นที่ไม่ใช่การยั่วยุ เพื่อแสดงให้เห็นว่าเรามีความพร้อม" พล.อ.อ.ประภาส ระบุ
พล.อ.อ.ประภาส กล่าวอีกว่า ในพื้นที่นี้มี 24 หลักเขต เหลืออีก 11 หลักเขตที่ยังตกลงกันไม่ได้ อาจจะต้องรอกลไกของคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทยกัมพูชา (JBC) เพื่อให้เกิดความไว้เนื้อเชื่อใจ เพื่อให้กัมพูชาหยุดยั่วยุ หยุดอ้างสิทธิ์ฝ่ายเดียว เพื่อไปชี้แจงในเวทีประชาคมโลก โดยไม่สนใจข้อเท็จจริงที่ต้องตรวจสอบร่วมกัน หากมาพูดคุยกันตอนนี้คงไม่มีประโยชน์อะไร
ด้าน นางมาระตี นะลิตา อันดาโม รองอธิบดีกรมสารนิเทศ กล่าวเพิ่มเติมกรณีที่กัมพูชาละเมิดข้อตกลง ว่า กระทรวงการต่างประเทศให้ความสำคัญภารกิจการลงพื้นที่ เพื่อเก็บข้อมูล นำไปชี้แจงกับประชาคมระหว่างประเทศได้ ให้ไปรับทราบข้อมูลที่ถูกต้อง
ขณะที่ พ.อ.ริชฌา สุขสุวานนท์ รองโฆษกกองทัพบก กล่าวว่า หน่วยทหารในพื้นที่มีความร่วมมือกันในทุกเหล่าทัพ โดยเฉพาะกองทัพบกและกองทัพอากาศ สามารถมั่นใจได้ว่าการดูแลชายแดน การปรับปรุงพื้นที่ให้มีความพร้อมและปลอดภัย กับทหารหน้าแนวและประชาชน และดำเนินการอยู่ต่อเนื่อง ส่วนกรณีที่มีการยั่วยุของฝ่ายกัมพูชา มีการประท้วงตามขั้นตอน เพื่อเป็นหลักฐานในสิ่งที่เขาทำไม่ถูกต้อง เพื่อส่งให้กระทรวงการต่างประเทศไปดำเนินการต่อ
"นอกจากนี้ จากการติดตามภาพข่าว จะเห็นได้ว่ากัมพูชามาความเคลื่อนไหวหลายอย่าง เช่น การสร้างบังเกอร์ ซึ่งอยู่ในการติดตามของฝ่ายไทยโดยตลอด ไม่ได้นิ่งนอนใจ พร้อมเตรียมมาตราการรับมือในทุกมิติ ในขณะเดียวกันการดูแลกำลังพลตามแนวชายแดน ผู้บังคับหน่วย ยืนยันว่า ดูแลอย่างใกล้ชิด ทั้งผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิต จากการสู้รบทั้ง 2 ครั้งที่ผ่านมา การเยียวยาเป็นไปตามขั้นตอนของราชการ รวมถึงสภาพความเป็นอยู่ ทั้งหน่วยที่อยู่หน้าแนวและหน่วยที่มาสมทบ" พ.อ.ริชฌา ระบุ
พ.อ.ริชฌา ยังกล่าวถึงการสร้างรั้วชายแดนในจังหวัดสระแก้วว่า ตามมติของสภาความมั่นคงแห่งชาติ พื้นที่ไหนที่มีความชัดเจน ก็พร้อมที่จะก่อสร้าง เช่น ชายแดนจันทบุรี ในขณะที่ชายแดนจังหวัดสระแก้ว ยังมีหลักเขตที่เห็นไม่ตรงกัน ต้องรอให้ได้ข้อยุติ แต่กผ้ไม่ได้ปล่อยปละละเลย เรามีการลดตระเวน วางรั้วลวดหนาม นอกจากนี้ ยังรวมกับกองทัพไทยวางรั้ว อิเล็กทรอนิกส์ ระบบตรวจการเซ็กเซอร์ ตลอดแนว
ด้าน พ.อ.หญิง นุสรา วรภัทราทร รองโฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า รมว.กลาโหม มีความห่วงใย เร่งให้มีการขับเคลื่อนเร่งพัฒนาโครงการ น้ำไหล ไฟสว่าง ทางดีมีสัญญาณโทรศัพท์ เนื่องจากบทเรียนจากการรบที่ผ่านมา ทหารจะรบไม่ชนะ ถ้าหากขาดพลังจากประชาชน