เนชั่นทีวี

ข่าว

"ชัชชาติ" รายงาน "นายกฯ" ชี้ "โฟมซับเสียง" ตัวการไฟลามเร็ว ยอดสูญเสีย 27 ราย! (มีคลิป)

13 ก.ค. 2569 | natthanan_chu

"ชัชชาติ" รายงาน "นายกฯ" ชี้ "โฟมซับเสียง" ตัวการไฟลามเร็ว ยอดสูญเสีย 27 ราย! (มีคลิป)

"ชัชชาติ" รายงาน "นายกฯ" ชี้ "โฟมซับเสียง" ตัวการไฟลามเร็ว "โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว" เชื้อเพลิงชั้นดีทำให้เกิดควันพิษหนาทึบ ยอดสูญเสีย 27 ราย!

"ชัชชาติ" รายงาน "นายกฯ" ชี้ "โฟมซับเสียง" ตัวการไฟลามเร็ว "โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว" เชื้อเพลิงชั้นดีทำให้เกิดควันพิษหนาทึบ ยอดสูญเสีย 27 ราย!

KEY

POINTS

  • ผู้ว่าฯ ชัชชาติ รายงานนายกฯ อนุทิน ยันมีผู้เสียชีวิต 27 ราย บาดเจ็บ 63 ราย จากเหตุไฟไหม้โรงเบียร์ย่านลาดพร้าว
  • ชี้จุดอันตราย "วัสดุตกแต่ง": นายกฯ-ผู้ว่าฯ เผยสาเหตุไฟลามเร็วผิดปกติ เกิดจาก "โฟมซับเสียง" บนเพดาน ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีทำให้เกิดควันพิษหนาทึบ
  • กทม.เร่งตรวจสอบทางหนีไฟ: เร่งพิสูจน์อัตลักษณ์ผู้เสียชีวิต พร้อมตั้งศูนย์ประสานงานช่วยเหลือญาติ และตรวจสอบมาตรฐานทางหนีไฟและใบอนุญาตสถานประกอบการ
     

13 กรกฎาคม 2569 เวลา 08.55 น. ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 ดินแดง กทม. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางถึง อาคารไอราวัฒพัฒนา กทม. เพื่อเปิดประชุมสภากรุงเทพมหานครครั้งแรก

โดยมี นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ต้อนรับ

 

พร้อมรายงานสถานการณ์เหตุสลด ไฟไหม้ โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว (โรงเบียร์ลาดพร้าว)

ทันทีที่ นายกรัฐมนตรี มาถึง นายชัชชาติ ได้รายงานจำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุไฟไหม้ โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ว่า 

"ขณะนี้มีผู้เสียชีวิตจำนวน 27 ราย"

จากนั้น นายกฯ ได้กล่าวกับ นายชัชชาติ ว่า “มันเป็นโฟมด้านบน” 

ซึ่ง นายชัชชาติ ตอบว่า “ใช่ ไฟไปเร็วมาก” 
 

 

"ชัชชาติ" รายงาน "นายกฯ" ชี้ "โฟมซับเสียง" ตัวการไฟลามเร็ว ยอดสูญเสีย 27 ราย! (มีคลิป)

 

"ชัชชาติ" รายงาน "นายกฯ" ชี้ "โฟมซับเสียง" ตัวการไฟลามเร็ว ยอดสูญเสีย 27 ราย! (มีคลิป)

 

 

 

 

โดยเมื่อคืนที่ผ่านมา นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยภายหลังจากลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์เหตุเพลิงไหม้ว่า เหตุเพลิงไหม้ "โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว" พบผู้เสียชีวิตรวม 27 ราย แบ่งเป็นเพศชาย 9 ราย และเพศหญิง 18 ราย 

ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บมีจำนวน 63 ราย ประกอบด้วย ผู้บาดเจ็บอาการสาหัส (สีแดง) 22 ราย ผู้บาดเจ็บอาการปานกลาง (สีเหลือง) 33 ราย และผู้บาดเจ็บอาการเล็กน้อย (สีเขียว) 8 ราย

ได้สั่งการให้สำนักงานเขตจตุจักรจัดตั้งศูนย์ประสานงานเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ญาติและครอบครัวของผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บ รวมทั้งเร่งตรวจสอบการอนุญาตประกอบกิจการและมาตรฐานด้านความปลอดภัยของสถานประกอบการ

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้สามารถยืนยันรายชื่อผู้เสียชีวิตได้เพียง 6 ราย เนื่องจากต้องรอการตรวจพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลจากแพทย์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงขอให้ญาติผู้ประสบเหตุใช้ช่องทางของศูนย์ประสานงานในการติดตามข้อมูลอย่างเป็นทางการ

 

"สำหรับสาเหตุเพลิงไหม้ ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบของพนักงานสอบสวนและเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน

โดย กทม.ได้ส่งมอบพื้นที่เกิดเหตุให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตรวจสอบอย่างละเอียด เพื่อหาจุดต้นเพลิง สาเหตุของเหตุการณ์ และแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ

ทั้งนี้ จากลักษณะพื้นที่เกิดเหตุ พบว่าเปลวไฟลุกลามอย่างรวดเร็วบริเวณฝ้าเพดาน ขณะที่โต๊ะและเก้าอี้พลาสติกหลายจุดยังไม่ได้รับความเสียหายมากนัก

จึงเป็นข้อสันนิษฐานเบื้องต้นว่าควันพิษจากวัสดุตกแต่งภายในอาคารอาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้ประสบภัยหมดสติ อย่างไรก็ตาม สาเหตุที่แท้จริงยังต้องรอผลการตรวจพิสูจน์จากเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ" นายชัชชาติ  ระบุ

 
นอกจากนี้ ยังมีรายงานเบื้องต้นว่าผู้เสียชีวิตจำนวนหนึ่งอยู่บริเวณทางออกฉุกเฉินด้านซ้ายของอาคาร ซึ่งอาจมีสิ่งกีดขวางในพื้นที่ดังกล่าว แต่ยังต้องรอผลการตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งก่อนสรุปข้อเท็จจริง

 

กทม.จะตรวจสอบเอกสารการอนุญาตประกอบกิจการของร้าน รวมถึงมาตรฐานด้านความปลอดภัย โดยเฉพาะจำนวนและสภาพของทางหนีไฟ ความชัดเจนของป้ายทางออกฉุกเฉิน และการมีสิ่งกีดขวางในเส้นทางอพยพ เบื้องต้นพบว่าร้านมีทางหนีไฟ 2 จุด โดยหนึ่งในนั้นเป็นทางผ่านโซนครัว ซึ่งเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบว่าการจัดวางพื้นที่และการใช้งานเป็นไปตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัยหรือไม่

 

ภารกิจเร่งด่วนของ กทม.ขณะนี้มี 3 ด้าน คือ ตั้งศูนย์ประสานงานเพื่อช่วยเหลือญาติผู้ประสบเหตุ ตรวจสอบการอนุญาตประกอบกิจการของสถานประกอบการ และตรวจสอบระบบทางหนีไฟให้เป็นไปตามกฎหมายและมาตรฐานความปลอดภัย พร้อมยืนยันว่าจะเร่งดำเนินการอย่างเต็มที่ เพื่อดูแลผู้ได้รับผลกระทบและป้องกันไม่ให้เกิดเหตุลักษณะเดียวกันในอนาคต

 
นายสุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการ สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ระบุว่า หลังได้รับแจ้งเหตุเจ้าหน้าที่ใช้เวลาประมาณ 5 นาทีในการเดินทางถึงจุดเกิดเหตุ แต่เมื่อมาถึงพบว่าเพลิงลุกไหม้ลุกลามเต็มพื้นที่แล้ว ประกอบกับภายในอาคารมีกลุ่มควันหนาทึบ ทำให้การเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยเป็นไปด้วยความยากลำบาก พบว่าผู้ประสบภัยจำนวนมากพยายามหลบหนีไปยังห้องน้ำบริเวณด้านหลังอาคาร ส่งผลให้เจ้าหน้าที่เข้าถึงตัวได้ยากขึ้น ขณะที่การตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าอาคารมีทางออกฉุกเฉินด้านหลัง 2 จุด

 

อย่างไรก็ดี เบื้องต้นคาดว่าสาเหตุการเสียชีวิตของผู้ประสบภัยส่วนใหญ่เกิดจากการสำลักควัน โดยจะต้องรอผลการตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์และผลการสอบสวนอย่างละเอียด ก่อนสรุปสาเหตุการเสียชีวิตและข้อเท็จจริงของเหตุการณ์อย่างเป็นทางการ
 

 

 

 

 

 

ข่าวล่าสุด