เนชั่นทีวี

ข่าว

จ่อหมายจับ 2 บงการลาว เครือข่ายแอร์มีนา ขนยาเสพติดข้ามชาติ

07 ก.ค. 2569 | titayu_pur

จ่อหมายจับ 2 บงการลาว เครือข่ายแอร์มีนา ขนยาเสพติดข้ามชาติ

ป.ป.ส. ร่วม ดีเอสไอ ขยายผลคดีแอร์มีนา พบเครือข่ายใหญ่เชื่อมโยงลาว-ออสเตรเลีย เตรียมออกหมายจับ 2 ผู้บงการฝั่งลาวสัปดาห์หน้า หลังพบพิรุธสจ๊วตรับหิ้ว

ป.ป.ส. ร่วม ดีเอสไอ ขยายผลคดีแอร์มีนา พบเครือข่ายใหญ่เชื่อมโยงลาว-ออสเตรเลีย เตรียมออกหมายจับ 2 ผู้บงการฝั่งลาวสัปดาห์หน้า หลังพบพิรุธสจ๊วตรับหิ้ว

KEY

POINTS

  • เตรียมออกหมายจับบงการใหญ่: ป.ป.ส. จับมือ ดีเอสไอ ประชุมนัดสำคัญวันศุกร์นี้ จ่อออกหมายจับผู้บงการระดับสั่งการฝั่ง สปป.ลาว อย่างน้อย 2 รายในสัปดาห์หน้า
     
  • เครือข่ายเชื่อมโยงข้ามชาติ: ผลสอบพบว่าคดีจับเฮโรอีน 4 จุดในกรุงเทพฯ และคดีแอร์โฮสเตส "มีนา" เป็นเครือข่ายเดียวกัน โดยใช้กลุ่มอาชีพที่เดินทางบ่อยเช่น สจ๊วต แอร์โฮสเตส เป็นผู้รับหิ้ว
     
  • สจ๊วตโผล่แสดงความบริสุทธิ์: มีสจ๊วตสายการบินหนึ่งเข้าพบเจ้าหน้าที่ หลังพบประวัติตัวเองเคยรับจ้างหิ้วเสื้อผ้าเย็บตะเข็บหนาผิดปกติไปออสเตรเลีย ยันทำไปโดยไม่ทราบว่าซุกซ่อนยาเสพติด

7 กรกฎาคม 2569 ป.ป.ส. ร่วมกับ ดีเอสไอ เร่งขยายผลคดีลักลอบขนเฮโรอีน ยาเสพติดข้ามชาติ ของเครือข่าย แอร์มีนา หลังพบความเชื่อมโยงเส้นทางยาเสพติดตั้งแต่ สปป.ลาว กรุงเทพฯ จนถึงปลายทางออสเตรเลีย โดยเจ้าหน้าที่ใช้การพิสูจน์ทราบตัวบุคคล จนเตรียมออกหมายจับผู้บงการใหญ่ และได้รับข้อมูลสำคัญจาก สจ๊วต รายหนึ่งที่เข้าแสดงความบริสุทธิ์ใจเพื่อทลาย ขบวนการค้ายาเสพติด ข้ามภูมิภาคในสัปดาห์หน้า


พันตำรวจตรีสุริยา สิงหกมล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด หรือ ป.ป.ส. เปิดเผยถึงการขยายผลเครือข่ายลักลอบขนเฮโรอีนข้ามชาติว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่สามารถพิสูจน์ทราบตัวบุคคล ในขบวนการได้เป็นลำดับ ตั้งแต่ต้นทางฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน จนเข้ามาถึงประเทศไทย กลางทางคือผู้รับหิ้ว และปลายทางในต่างประเทศ โดยแบ่งเป็นคดีนี้มีความเกี่ยวเนื่องกับ 2 คดีใหญ่ คือ คดีจับกุมตรวจยึดเฮโรอีน 4 จุดในกรุงเทพมหานคร ซึ่งเตรียมส่งออกไปยังประเทศออสเตรเลียและไต้หวัน


และคดีของแอร์โฮสเตส "มีนา" โดยตรง ซึ่งพบว่า ทั้ง 2 คดีมีความเชื่อมโยงกันอย่างชัดเจน โดยเฉพาะต้นทางยาเสพติดจาก สปป. ลาว และปลายทางที่ประเทศออสเตรเลียมีความสัมพันธ์กันในลักษณะเป็นเครือข่าย และใช้กลุ่มบุคคลเดียวกันในการขนส่ง ซึ่งก็คือกลุ่มอาชีพที่เดินทางบ่อยๆ เช่น สจวร์ต และแอร์โฮสเตส เพียงแต่ตัวบุคคลในช่วงกลางทางอาจมีการเปลี่ยนไป ไม่ใช่แค่ "มีนา" แต่มีหลายคน รวมถึงประชาชนทั่วไปด้วย

พันตำรวจตรีสุริยา สิงหกมล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด หรือ ป.ป.ส.

 

ส่วนบัญชีโซเชียลมีเดียอวตารที่เป็นคนสั่งการ และหาคนรับหิ้วอย่าง "โรส" และ "รินริน" นั้น ยังมีข้อจำกัดเรื่องบัญชีอวตาร เจ้าหน้าที่ต้องใช้ความรอบคอบในการพิสูจน์ทราบ และยังไม่ขอเปิดเผยว่า "โรส" เป็นบุคคลเดียวกับ "รินริน" หรือไม่ แต่ข้อมูลทั้งหมดนำไปสู่การติดตามตัวทุกคนที่เกี่ยวข้อง โดยในวันศุกร์ที่ 10 กรกฎาคมนี้ คณะพนักงานสอบสวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ มีการประชุมร่วมกับ ป.ป.ส. เพื่อหารือและวางแนวทางในการดำเนินคดี

 

คาดว่าจะมีความชัดเจนในการออกหมายจับผู้บงการใหญ่ฝั่ง สปป. ลาว อย่างน้อย 2 คนในสัปดาห์หน้า ซึ่งทำหน้าที่ทั้งโอนเงินและเป็นเจ้าของยาเสพติดในระดับพื้นที่ ขณะที่ขบวนการฝั่งประเทศออสเตรเลีย ในการติดตามจับกุมกลุ่มคนไทย 2-3 คนที่รอรับพัสดุ อยู่ระหว่างการขยายผลสืบสวน และแลกเปลี่ยนข้อมูลกับทางตำรวจออสเตรเลีย

นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่า มี "สจวร์ต" สายการบินหนึ่ง เข้าให้ข้อมูลกับ ป.ป.ส. ว่า เคยรับจ้างหิ้วกระเป๋าและเสื้อผ้าจากนายอาทิตย์ และนางสาวทัดสะพอน ผ่านทางนายอุทัย เป็นเสื้อผ้าแปลกที่มีการเย็บตะเข็บซ้ำๆ โดยรับหิ้วจากภูเก็ตไปออสเตรเลียมาแล้วหลายครั้ง แต่ในขณะที่รับหิ้วไม่ทราบว่า จะมีการซุกซ่อนยาเสพติดไว้ด้วยหรือไม่ จนกระทั่งมาทราบข่าว จึงเข้าให้ข้อมูลกับ ป.ป.ส. เพื่อแสดงความบริสุทธิ์

ข่าวล่าสุด