ขณะที่ความคืบหน้าทางคดี พล.ต.ต.อรรถพล อนุสิทธิ์ รอง ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.เดชรพี คงดี ผบก.ภ.จว.นนทบุรี ร่วมกับ พ.ต.อ.ภูมิสิษฐ์ ตั้งวิทย์เดชา ผกก.สภ.บางศรีเมือง เพื่อติดตามสำนวนคดี ประเด็นสำคัญวันนี้คือ การแจ้งข้อกล่าวหากับนายจรงค์ ซึ่งตกเป็นผู้ต้องหาในคดีนี้ ให้เข้ามารับทราบข้อกล่าวหาอย่างเป็นทางการ
ผู้จัดการร้านอาหาร และรปภ.ให้ปากคำ
นอกจากนี้พนักงานสอบสวนยังได้เชิญตัว ผู้จัดการร้านอาหาร และ รปภ. ที่นายจรงค์ไปรับประทานอาหารและมีการดื่มแอลกอฮอล์ในวันนั้นเข้าให้ปากคำ เพื่อยืนยันพฤติการณ์ก่อนเกิดเหตุ
ซึ่งผู้จัดการ เปิดเผยสั้นๆว่า มีการไปดื่มกินกันที่ร้านจริง ไม่ได้ดื่มเหล้า แต่มีการดื่มไวน์จริง และปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ถึงรายละเอียดอื่น ๆ
ขณะที่ข้อมูลจากพนักงานสอบสวน พบว่าจากหลักฐานสำคัญที่ชี้ให้เห็นว่า ผู้ก่อเหตุอยู่ในสภาวะมึนเมาสุราอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งสอดคล้องกับผลการตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ที่สูงถึง 189 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ เกินกฎหมายกำหนดมาก
ขณะที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานเข้าเก็บหลักฐานที่รถจักรยานยนต์ของไรเดอร์ และรถกระบะมิตซูบิชิ สีดำ ของผู้อำนวยการสืบสวนและกิจการพิเศษของ ป.ป.ช. พบว่าที่ด้านซ้ายฝั่งของคนขับรถกระบะมีรอยเสียหายอย่างหนัก ยุบเข้าไป และตรวจสอบที่รถจักรยานยนต์ กล่องใส่อาหารของไรเดอร์ เพื่อหา "หลักฐานทางวิทยาศาสตร์" โดยการเก็บหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์เพื่อพิสูจน์แรงปะทะและพฤติการณ์คนขับ ป้องกันการบิดเบือน ยืนยันการอยู่ของบุคคล
ในกรณีที่มีการอ้างเรื่องเปลี่ยนตัวคนขับ หลักฐานเหล่านี้ยังใช้ประกอบกับกล้องวงจรปิด เพื่อระบุว่าใครเป็นคนขับในขณะที่รถเกิดการปะทะ ด้วยแรงเหวี่ยงที่ส่งผลต่อร่างกายผู้ขับขี่ภายในรถด้วย
ขณะเดียวกันจากการเก็บรวบรวมพยานหลักฐานต่าง ๆ ยังพบว่าภายในรถยนต์ของผู้อำนวยการสืบสวนและกิจการพิเศษ ป.ป.ช. ยังมีขวดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บรั่นดีรีเจนซี่ ขนาดแบน 1 แบน ซึ่งชุดพิสูจน์หลักฐานได้เก็บรวบรวมพยานหลักฐานนำไปประกอบในสำนวนด้วย
ตร. แจ้ง 3 ข้อหาหนัก ผอ.ป.ป.ช. เมาชนไรเดอร์ดับ
ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมโดยใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง พล.ต.ต.อรรถพล อนุสิทธิ์ รอง ผบช.ภ.1 เปิดเผยว่า วันนี้พนักงานสอบสวนได้เชิญพยานที่เกี่ยวข้องในที่เกิดเหตุมาสอบปากคำแล้ว 5 ปาก เป็นพยานตั้งแต่ช่วงก่อนเกิดเหตุ พยานขณะเกิดเหตุ รวมถึงมีการเก็บข้อมูลกล้องวงจรปิดและพยานทางนิติวิทยาศาสตร์ทุกอย่างเข้ามารวบรวมไว้ในสำนวนแล้ว
เบื้องต้นพนักงานสอบสวน แจ้งข้อกล่าวหานายจรงค์เพียงคนเดียว ในข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้เฉี่ยวชนผู้อื่นจนทำให้มีผู้เสียชีวิต ข้อหาขับรถในขณะเมาสุรา รวมถึงพฤติการณ์ไม่หยุดรถให้ความช่วยเหลือ ซึ่งอยู่ในสำนวนแล้ว พร้อมรวบรวมพยานหลักฐานทั้งพยานบุคคล พยานนิติวิทยาศาสตร์ กล้องวงจรปิดไว้อย่างครบถ้วน เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงให้เกิดความเป็นธรรมแก่ทั้งสองฝ่าย
จากการพูดคุยกับนายจรงค์ บอกว่าได้ยืนยันตั้งแต่แรกว่าเป็นคนขับ และไม่เคยปฏิเสธว่าตนเองไม่ใช่คนขับรถ แต่ในชั้นนี้ผู้ถูกกล่าวหาขอตรวจดูข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานของตำรวจก่อนว่า ที่กล่าวหาว่าตนเองประมาทข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ในชั้นนี้มีการรับสารภาพบางส่วน ส่วนรายละเอียดอื่น ๆ ให้เป็นไปตามสิทธิ์ของผู้ต้องหา
นอกจากนี้ยังได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเข้ามาตรวจร่องรอยพยานหลักฐานในรถซ้ำอีกครั้งในวันนี้ เพื่อตรวจหา DNA และลายนิ้วมือแฝง เพื่อยืนยันว่าผู้ถูกกล่าวหาเป็นคนขับเพียงคนเดียว ไม่มีคนอื่น
ส่วนกรณีที่สังคมตั้งคำถามว่าเหตุใดในวันเกิดเหตุ เมื่อผลเป่าแอลกอฮอล์เกินกว่าที่กฎหมายกำหนดแล้ว ตำรวจจึงปล่อยตัวกลับโดยไม่คุมขัง
พล.ต.ต.อรรถพล ชี้แจงว่า ขณะนั้นพนักงานสอบสวนเห็นว่าข้อเท็จจริงบางประการยังไม่แน่ชัด จึงไปตรวจสอบกล้องวงจรปิดและรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมก่อน เมื่อพยานหลักฐานแน่ชัดแล้วจึงนัดหมายและเรียกตัวผู้ถูกกล่าวหาให้มาเข้าพบเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาวันนี้ ผู้ถูกกล่าวหาจึงเดินทางมาตามนัด พนักงานสอบสวนรวบรวมหลักฐานอย่างละเอียดครบถ้วน เพื่อพิสูจน์ทั้งความผิดและความบริสุทธิ์ เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่คู่กรณีทั้งสองฝ่าย
ส่วนการชดเชยเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิต ผู้ถูกกล่าวหายินดีที่จะพูดคุยเจรจากับทางญาติผู้เสียชีวิต ฝั่งผู้เสียหายเองก็มีความประสงค์จะเจรจา และได้รับทราบว่ามีการพูดคุยกันไปบ้างบางส่วนแล้ว ปัจจุบันยังอยู่ระหว่างการติดต่อกับทางบริษัทประกันภัย เพื่อดูวงเงินในการช่วยเหลือเยียวยา
ส่วนข้อกังวลของประชาชนที่ว่า ผู้ถูกกล่าวหาเป็นถึงข้าราชการระดับสูงของ ป.ป.ช.
พล.ต.ต.อรรถพล ยืนยันหนักแน่นว่าไม่มีผล ไม่มีความกดดันใดๆ ตำรวจจะทำคดีนี้อย่างตรงไปตรงมาทุกพฤติการณ์ รวมถึงประเด็นที่ว่าทำไมรถของผู้ถูกกล่าวหาไปจอดห่างจากที่เกิดเหตุถึง 1 กิโลเมตร ซึ่งพนักงานสอบสวนได้เก็บหลักฐานและสอบปากคำพยานที่ติดตามไปทั้งหมดแล้ว โดยขอให้ประชาชนเชื่อมั่นในการทำงานของตำรวจ
ผอ.ป.ป.ช. ปัดเมาจนขาดสติ ยัน ไม่ได้หนี
ภายหลังเข้ารับทราบข้อกล่าวหาเป็นเวลากว่า 4 ชั่วโมง นายจรงค์ พร้อมทนายความได้เปิดใจกับสื่อมวลชนเป็นครั้งแรก พร้อมยกมือไหว้กราบขอโทษครอบครัวผู้เสียชีวิต และขอโทษต่อสำนักงาน ป.ป.ช. แม้เป็นเรื่องส่วนตัวแต่ทำให้ภาพลักษณ์เสียหายง
โดย นายจรงค์ ระบุว่า เหตุการณ์สูญเสียไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น แต่เกิดขึ้นแล้ว ตนเองก็เป็นพ่อของลูก และทราบว่าผู้เสียชีวิตมีลูก 2 คน จึงรู้สึกเสียใจและยินดีที่จะเยียวยาดูแลรับผิดชอบทั้งหมด ลูกที่ยังไม่ได้เรียน ตั้งใจจะส่งเสียให้เรียนให้ได้สูงที่สุด ตนเองอาจจะทำหน้าที่แทนพ่อแท้ ๆ ของเด็กไม่ได้ แต่จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด เช่นเดียวกับความเสียหายยินดีจะรับผิดชอบทุกอย่างเท่าที่จะทำได้ ยืนยันว่าไม่ได้หลบหนีหลังเกิดเหตุ และช่วงเย็นวันนี้ก็จะไปร่วมงานศพ และจะไปร่วมงานทุกวันจนกว่าจะเสร็จสิ้น ยืนยันว่าตนจะรับผิดชอบหมดทุกอย่าง
"ผมเองก็เป็นพ่อคน และทราบว่าผู้เสียชีวิตมีลูก 2 คน ผมรู้สึกเสียใจมากและยินดีจะเยียวยาดูแลรับผิดชอบทั้งหมด ลูกเขาที่ยังไม่ได้เรียน ผมตั้งใจจะส่งเสียให้เรียนให้ได้สูงที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้ผมจะทำหน้าที่แทนพ่อแท้ๆ ไม่ได้ แต่ผมจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุดครับ" นายจรงค์ เผย
นายจรงค์ เปิดเผยอีกว่า ในวันเกิดเหตุฤกษ์เลิกงาน 16.30 น. นั่งดื่มเป็นเวลาไม่นาน แต่วันนั้นฝนตก ซึ่งรายละเอียดได้ให้การไปหมดแล้ว และยอมรับมาโดยตลอดว่าเป็นคนขับรถเอง ที่บอกว่ามีการเปลี่ยนตัวคนขับเป็นเรื่องเข้าใจผิด เพราะเป็นคนขับรถคนเดียวและก็โดนล้อม ตนเองไม่ได้หนีแล้วก็ไม่รู้ว่าตอนนั้นเกิดอะไรขึ้น ตอนนั้นเข้าใจว่าคนขับรถมาชนท้าย ยืนยันว่ามีสติ ถ้าไม่มีสติคงกลับบ้านไม่ได้
นอกจากนี้ นายจรงค์ ระบุว่า นายธำรงค์ ชายเสื้อดำที่มีข้อมูลว่าพยายามอ้างว่าเป็นคนขับรถกระบะนั้น เป็นญาติของตนที่เดินทางมาที่โรงพักในคืนเกิดเหตุด้วย แต่กรณีที่มีข่าวว่านายธำรงค์อ้างตัวเป็นผู้ขับขี่ น่าจะเกิดจากความเข้าใจคลาดเคลื่อน เนื่องจากตนได้ให้การกับพนักงานสอบสวนตั้งแต่วันแรก และข้อมูลดังกล่าวอยู่ในสำนวนการสอบสวนทั้งหมดแล้ว ส่วนประเด็นเรื่องปริมาณแอลกอฮอล์และอาการมึนเมา ขอให้เป็นเรื่องของทนายความที่จะชี้แจงในรายละเอียด ขณะที่ตนพร้อมให้ความร่วมมือกับตำรวจอย่างเต็มที่ ส่วนเรื่องการดำเนินการทางวินัยก็เป็นหน้าที่ของสำนักงาน ป.ป.ช. จะพิจารณาตามขั้นตอน
ด้าน ทนายความของนายจรงค์ เปิดเผยว่า ในส่วนของคดี ผู้ต้องหาได้รับทราบข้อกล่าวหาตามที่พนักงานสอบสวนแจ้งแล้ว และได้ให้การไปตามข้อเท็จจริงทั้งหมด ส่วนคำถามที่ว่าเหตุใดจึงไม่หยุดรถเพื่อให้ความช่วยเหลือผู้บาดเจ็บในทันทีนั้น ขอให้เป็นไปตามกระบวนการพิจารณาคดีในชั้นศาล ขณะที่เรื่องการเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิต ยืนยันว่าได้มีการพูดคุยกันมาตั้งแต่วันแรก และไม่ได้มีการหลบเลี่ยงความรับผิดชอบแต่อย่างใด
#ผอปปชเมาขับ #เมาแล้วขับ #ชนไรเดอร์ดับ #ปปช #สภบางศรีเมือง #ข้าราชการระดับสูง #กระบวนการยุติธรรม #ข่าววันนี้