เนชั่นทีวี

ข่าว

ตายายหลั่งน้ำตา! ร้องกองปราบถูก "ฌาปนกิจอุดรแสงรุ่ง" เบี้ยวเงินทำศพก้อนสุดท้าย เสียหายยับทะลุ 1,200 ล้านบาท!

28 พ.ค. 2569 | natthanan_chu

ตายายหลั่งน้ำตา! ร้องกองปราบถูก "ฌาปนกิจอุดรแสงรุ่ง" เบี้ยวเงินทำศพก้อนสุดท้าย เสียหายยับทะลุ 1,200 ล้านบาท!

ตายายหลั่งน้ำตา! ร้องกองปราบถูก "ฌาปนกิจอุดรแสงรุ่ง" เบี้ยวเงินทำศพก้อนสุดท้าย ลอยแพสมาชิก 2 หมื่นราย เสียหายยับทะลุ 1,200 ล้านบาท!

ตายายหลั่งน้ำตา! ร้องกองปราบถูก "ฌาปนกิจอุดรแสงรุ่ง" เบี้ยวเงินทำศพก้อนสุดท้าย ลอยแพสมาชิก 2 หมื่นราย เสียหายยับทะลุ 1,200 ล้านบาท!

KEY

POINTS

  • แฉกลโกงทุบเงินคนตาย: ทนายรณณรงค์ นำกลุ่มคุณตาคุณยายผู้เสียหาย ร้องเรียนสอบสวนกลาง (CIB) เอาผิดนายทะเบียน "สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์-อุดรแสงรุ่ง" ปมเบี้ยวเงินศพ ลอยแพสมาชิกกว่า 21,000 ราย สูญเงินรวมกว่า 1,250 ล้านบาท

 

 

  • พบพิรุธส่อขัด พ.ร.บ. ฌาปนกิจฯ: ตัวแทนเครือข่ายทวงคืนเงินคนตาย แฉสมาคมฯ แบ่งหมวดเก็บเงินและล็อกเรตจ่ายไม่ตรงจริง ช้ำร้ายถูกผู้ว่าฯ สั่งระงับกิจการชั่วคราว ทำสมาชิกที่ตายหลัง มี.ค. นับพันรายยังไม่ได้เงิน แถมไร้คณะกรรมการสางปัญหา

 

 

  • แฉการเมืองท้องถิ่นทับซ้อน: ทนายรณณรงค์ชี้ ปัญหาฌาปนกิจล้มเป็นโดมิโน่ 8 จังหวัด เสียหายทะลุ 5,000 ล้านบาท เหตุคดีในพื้นที่ไม่คืบเพราะโยงใยกลุ่มบ้านใหญ่-หัวคะแนนหาเสียง ย้ำ พม. เคยแจงเงินนี้ทางกฎหมายถือเป็น "เงินบริจาค" ไม่ใช่เงินออม

 

28 พฤษภาคม 2569 ที่ ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานมูลนิธิรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม พา

 

คุณตาคุณยายวัย 70-80 ปี ตัวแทนชาวบ้านกลุ่มผู้เสียหายที่เกิดจาก “สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ -อุดรแสงรุ่ง” จังหวัดอุดรธานี

โดยมี “นายสมเจต” ตัวแทนจาก “เครือข่ายทวงคืนเงินคนตาย 9 จังหวัด” เดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนและแจ้งความร้องทุกข์ พงส.บก.ปปป. เอาผิดนายทะเบียน ฌาปนกิจสงเคราะห์ -อุดรแสงรุ่ง ตาม ป.อาญา ม.157

 

 

 

 

ทนายรณรงค์ เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากกรณีที่สมาชิกสมาคมฯ เสียชีวิตแล้ว แต่ทายาทกลับไม่ได้รับเงินสงเคราะห์ศพตามที่ตกลงไว้ โดยทางสมาคมฯ มีพฤติการณ์ส่อแววลอยแพสมาชิก ซึ่งปัจจุบันมีผู้เดือดร้อนและได้รับความเสียหายรวมกว่า 21,000 ราย คิดเป็นมูลค่าความเสียหายรวมกันสูงถึงกว่า 1,250 ล้านบาท โดยพบว่าในพื้นที่จังหวัดอุดรธานีมีผู้ได้รับความเสียหายมากที่สุด

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

สำหรับการเคลื่อนไหวในครั้งนี้ กลุ่มผู้เสียหายต้องการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนกลาง บก.ปปป. เข้ามาช่วยตรวจสอบเส้นทางการเงินและดำเนินคดีกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างถึงที่สุด เนื่องจากเงินดังกล่าวเป็นเงินก้อนสุดท้ายที่ประชาชนตั้งใจเก็บไว้เพื่อทำศพในวาระสุดท้ายของชีวิต แต่กลับถูกซ้ำเติมซ้ำรอยกลโกงแชร์ลูกโซ่

 

คุณตาคุณยาย ช่วยกันเล่าว่า กล่าวว่าณาปณกิจฯ แห่งนี้เปิดรับสมาชิกฯ มาตั้งแต่ปี 2555 รับสมาชิกฯ เพิ่มเรื่อยมา เรียกเก็บค่าฌาปนกิจ เป็น 3 ประเภท แบบ ก. / แบบ ข. / แบบ ค. ค่า

 

นายสมเจตนา กล่าวว่าตอนรับผิดชอบดูแลเคสปัญหาฌาปนกิจที่จังหวัดอุดรธานีรวบรวมข้อมูลมาสมทบให้กับเครือข่ายของทนายรณรงค์สำหรับเคสของ ”อุดรแสงรุ่ง“ ที่เราพบสิ่งผิดปกติรอให้นายทะเบียนท้องที่ กับเทศบาลนครอุดรฯ ตรวจสอบ ซึ่งสมาคมแห่งนี้เปิดทำการโดยมีการแบ่งเป็นหมวด ก. หมวด ข. และ หมวดพิเศษ ซึ่งตรงจุดนี้อาจจะไม่ตรงกับเงื่อนไขตามพระราชบัญญัติฯ นอกจากนี้ กรณีที่เกิดมีการเสียชีวิต มีการกำหนดเรตอัตราเงินที่จะได้แบบฟิกตายตัวไม่ได้มีการคิดผันผวน ล่าสุดของหมวดกเมื่อมีการเสียชีวิตจากไปประกาศจากคำเชิญชวนจะได้อยู่ที่ 1.4 แสนบาท หมวด ข. จะได้อยู่ที่ประมาณ 200,000 บาท โดยหมวด ก.และหมวด ค. จะมีการกำหนดช่วงอายุของสมาชิก ซึ่งประเด็นเหล่านี้เป็นการทำที่ไม่ถูกต้องตามพระราชบัญญัติฌาปนกิกสงเคราะห์ฯ 

 

"กรณีที่สมาชิกมีการเสียชีวิตพบว่าแทนที่จะได้เงินฌาปนกิจเต็ม 200,000 บาท กลับได้รับจริงแค่ 1.4 แสนบาทก็มี ซึ่งในความเป็นจริงไม่ถูกต้องสำหรับในการคำนวณเงินที่ควรจะได้ไม่คุ้มค่าที่จะเก็บออมตามที่สมาชิกส่วนใหญ่มองว่าเงินที่จ่ายไปแล้วแต่ละเดือนก็จะสะสมเป็นเงินออมเอาไว้ในยามเมื่อเขาตายก็จะได้เงินคืนแต่ปรากฏว่าเมื่อเขาตายเขาอาจจะต้องขาดทุนกับเงินที่เก็บออมมาสำหรับเคสอุดรแสงรุ่งสมาชิกได้มีการร้องต่อผู้ว่าจังหวัดอุดรธานี เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ผู้ว่าฯ ได้สั่งระงับการเก็บเงินเป็นการระงับกิจการชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 19 มี.ค.ที่ผ่านมา จนถึงปัจจุบันเดือนพฤษภาคม ปรากฏว่ามีสมาชิกตายแล้วนับพันราย จากทั้งหมด 20,000 กว่าคน ซึ่งปัจจุบันยังสรรหาคณะกรรมการใหม่มาดำเนินการต่อไม่ได้ปัจจุบันเหลือนายกสมาคมแค่เพียงคนเดียวไม่มีกรรมการทำงานเลยสักรายเดียว" นายสมเจตนา กล่าว

 

ทนายรณณรงค์ กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา ตนได้ติดตามและพยายามให้ความช่วยเหลือผู้เสียหายมาโดยตลอด แต่ประสบปัญหาไม่สามารถหาผู้เสียหายที่พร้อมออกมาแสดงตัวดำเนินคดีได้ เนื่องจากหลายคนหวาดกลัว ทำได้เพียงเข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวันและรอการสอบสวน ขณะที่คดีในหลายจังหวัดไม่มีความคืบหน้า

 

 

ทนายรณณรงค์ ตั้งข้อสังเกตว่า ปัญหาดังกล่าวมีความทับซ้อนทางผลประโยชน์กับนักการเมืองท้องถิ่น หลายจังหวัดมีหัวคะแนนหรือกลุ่มบ้านใหญ่เข้าไปเป็นกรรมการกองทุนฌาปนกิจ เมื่อมีสมาชิกเสียชีวิตและมีการจ่ายเงิน ก็กลายเป็นการสร้างคะแนนนิยมทางการเมือง จึงเป็นเหตุให้การร้องเรียนในพื้นที่ไม่คืบหน้าตอนได้นำเรื่องนี้เข้าไปร้องเรียนกรรมาธิการรัฐสภารัฐมนตรี พม. ได้ตอบข้อซักถามประเด็นนี้ ว่าเงินฌาปนกิจที่ชาวบ้านเป็นสมาชิกจ่ายไปในแต่ละเดือนนั้นเป็นเงินบริจาคขอให้ประชาชนรับทราบและเข้าใจตามนี้ถ้าหากใครอยากจะจ่ายเงินฌาปนกิจคิดว่าเป็นการออมก็เชิญเป็นสมาชิกจ่ายเงินฌาปนกิจต่อไป

 

ขณะนี้มีฌาปนกิจหลายแห่งล้ม ตนดำเนินการช่วยเหลือมาแล้ว 7-8 ปี หลายจังหวัดล้มเป็นโดมิโน่ เกิดปัญหาแล้ว ประมาณแปดจังหวัด เป็นเงินจำนวนกว่า 5,000 ล้านบาท ภาครัฐไม่มีใครรับดำเนินการเป็นเจ้าภาพแก้ปัญหาในเรื่องนี้บรรดาสมาชิกคุณตาคุณยายเหล่านี้จึงต้องต่อสู้กันด้วยตัวเองต่อไป

 

เบื้องต้นพนักงานสอบสวน บก.ปปป. ได้สอบปากคำผู้เสียหายเพื่อรวบรวมกับกลุ่มแรกที่ยื่นร้องก่อนหน้านี้เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

 


#อุดรแสงรุ่ง #โกงเงินฌาปนกิจ #ทนายรณณรงค์ #เงินฌาปนกิจ #ทวงคืนเงินคนตาย #สอบสวนกลาง #CIB #ข่าวอุดรธานี #อาชญากรรม