เนชั่นทีวี

ข่าว

อดีตนายกสภาทนายฯชื่นชม ปธ.ศาลฎีกาออกคำเเนะนำ สกัด  ฟ้องปิดปาก

28 พ.ค. 2569 | suwat_pan

อดีตนายกสภาทนายฯชื่นชม ปธ.ศาลฎีกาออกคำเเนะนำ สกัด  ฟ้องปิดปาก

”วิเชียร“อดีตนายกสภาทนายฯชื่นชม ปธ.ศาลฎีกาออกคำเเนะนำ" สกัดกั้น"  การฟ้องปิดปากประชาชน (Anti-SLAPP) เรียกความเชื่อมั่นกระบวนการยุติธรรม

เมื่อวันที่ 28 พ.ค.2569 ดร.วิเชียร ชุบไธสง อดีตนายกสภาทนายความ กล่าวถึงกรณี เมื่อวันที่ 25 พ.ค.ที่ผ่านมานายอดิศักดิ์ ตันติวงศ์ ประธานศาลฎีกา  ได้ลงนามในคำแนะนำของประธานศาลฎีกาเกี่ยวกับการดำเนินคดีโดยไม่สุจริตในคดีอาญา พ.ศ.2569 ซึ่งเป็นแนวปฏิบัติที่เป็นธรรมและมีความสำคัญอย่างยิ่งในการอำนวยความยุติธรรมแก่ประชาชนที่ตกเป็นจำเลย 

 

โดยมีหลักการไม่ให้กระบวนการยุติธรรมถูกนำไปใช้ในลักษณะบิดเบือนจากวัตถุประสงค์ของกฎหมาย รวมทั้งการใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือในการคุกคามสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ด้วยวิธีการฟ้องคดีที่ไม่สุจริตเพื่อปิดปาก ซึ่งมีพฤติการณ์สำหรับการฟ้องคดี ดังต่อไปนี้

1.การฟ้องคดีที่มีที่มีลักษณะก่อกวน ข่มขู่ คุกคาม หรือสร้างความเดือดร้อนแก่จำเลย

2.การใช้การดำเนินคดีเพื่อกดดันให้คู่ความกระทำการหรือละเว้นกระทำการเพื่อประโยชน์อันมิชอบด้วยกฎหมาย

3.การกล่าวอ้างข้อเท็จจริงอันเป็นเท็จ บิดเบือนข้อเท็จจริง หรือปกปิดข้อเท็จจริงสำคัญต่อศาล

นอกจากนี้ ยังได้กำหนดพฤติการณ์ที่พึงถือเป็นเหตุอันควรสงสัยว่าการฟ้องคดีโดยไม่สุจริต เพื่อให้ศาลสามารถใช้ดุลพินิจในการตรวจสอบดังนี้

 

1.การยื่นฟ้องคดีในศาลที่อยู่ห่างไกลจากภูมิลำเนาหรือสถานที่ทำงานของจำเลยโดยไม่มีเหตุจำเป็นอันเกี่ยวข้องกับการพิจารณาคดี 

2.การฟ้องคดีหลายคดีจากข้อเท็จจริงหรือเหตุการณ์เดียวกันเพื่อสร้างภาระในการต่อสู้คดี 

3.การฟ้องบุคคลที่ใช้สิทธิตามกฎหมายหรือแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต ไม่ว่ากจะเป็นเรื่องการปกป้องสิทธิมนุษยชน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สิทธิผู้บริโภค สิทธิแรงงาน หรือการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการทุจริต และการกระทำที่มิชอบด้วยกฎหมาย

 

ในการดำเนินการตามคำแนะนำดังกล่าว ศาลสามารถตรวจสอบข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง หากข้อเท็จจริงปรากฏโดยชัดแจ้งว่า การฟ้องคดีเป็นไปโดยไม่สุจริต ศาลมีอำนาจยกฟ้องตั้งแต่ในชั้นตรวจฟ้องได้ ซึ่งเป็นไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 161/1  และศาลอาจมอบหมายให้เจ้าพนักงานคดีหรือเจ้าพนักงานศาลช่วยตรวจสอบและรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อประกอบการไต่สวนและวินิจฉัยได้ด้วย

ดร.วิเชียร ชุบไธสง กล่าวต่อไปอีกว่า นับว่าเป็นก้าวสำคัญของศาลที่ได้คุ้มครองสิทธิของประชาชนในการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งประชาชน สื่อมวลชน ผู้ที่จะถูกฟ้องปิดปากในการให้ความคิดเห็น หรือการเสนอข่าวโดยสุจริต ซึ่งต่อไปการใช้สิทธิทางศาลในการฟ้องปิดปากก็จะลดลง มีหลักประกันด้านความยุติธรรมมากขึ้น นับว่าเป็นเรื่องสอดรับกับสถานการณ์ในปัจจุบันได้เป็นอย่างดี

ดังนั้น ผู้ที่คิดจะฟ้องบุคคลใดเพื่อปิดปาก การใช้สิทธิฟ้องบุคคลอื่นนั้น ต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของความสุจริต และไม่ถูกใช้เป็นเครื่องมือกลั่นแกล้งบุคคลอื่น ทั้งนี้ผู้ตกเป็นจำเลยสามารถหยิบยกแนวทางต่อสู้คดีตามคำแนะนำของประธานศาลฎีกาได้อีกทางหนึ่ง และหากการแกล้งฟ้องคดีผู้อื่นเป็นเท็จบุคคลนั้นอาจตกเป็นจำเลยด้วย การถูกฟ้องกลับได้เช่นเดียวกัน