ตร.จำลองเหตุการณ์ พิสูจน์ความจริง นาทีรถไฟชนรถเมล์ มักกะสัน
20 พ.ค. 2569

ตำรวจขึ้นรถไฟจำลองเหตุการณ์ พิสูจน์ความจริง นาที”รถไฟชนรถเมล์” มักกะสัน ตรวจการให้สัญญาณ ระยะการมองเห็น ไม้กั้น และการเบรก
ข่าว
20 พ.ค. 2569

ตำรวจขึ้นรถไฟจำลองเหตุการณ์ พิสูจน์ความจริง นาที”รถไฟชนรถเมล์” มักกะสัน ตรวจการให้สัญญาณ ระยะการมองเห็น ไม้กั้น และการเบรก
20 พฤษภาคม 2569 ช่วงบ่าย พ.ต.อ.ศักยะ แสงวรรณ รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1(รองผบก.น.1) นำทีมชุดสืบสวนกองบังคับการตำรวจนครบาล 1 และชุดสืบสวน สน.มักกะสัน เริ่มต้นจำลองเหตุการณ์ กรณีเกิดเหตุรถไฟชนรถเมล์ที่บริเวณใกล้แยกอโศก-เพชรบุรี ใกล้กับสถานีรถไฟแอร์พอร์ต เรล ลิ้งก์ มักกะสัน
โดยเริ่มต้นขึ้นรถไฟที่สถานีหัวหมาก มีตำรวจมากกว่า 10 นาย โดยมีทั้งขึ้นไปสังเกตุการณ์ ใช้อุปกรณ์เก็บข้อมูลและบันทึกภาพบริเวณหัวรถจักร ที่มีคนขับรถไฟและช่างเครื่องที่แต่งกายด้วยชุดพนักงานประจำอยู่
รวมถึง มีกำลังเจ้าหน้าที่อยู่บริเวณโบกี้รถไฟ เพื่อบันทึกภาพระหว่างทางเพิ่มเติมด้วย ซึ่งขบวนนี้จะมีโบกี้โดยสารจำนวน 1 โบกี้ที่นำมาใช้ในขบวนจำลองเหตุการณ์ โดยในขบวนนี้ไม่ได้อนุญาตให้สื่อมวลชนขึ้นไปในขบวนด้วยเนื่องจากเกรงว่าจะกระทบต่อรูปคดี เพราะเป็นรายละเอียดที่จะต้องเก็บข้อมูลสำคัญไปประกอบสำนวนคดี
จากนั้นขบวนเคลื่อนออกจากสถานีรถไฟคลองตันในเวลา 13.55 น. และมาจนถึงสถานีรถไฟอโศก ที่เกิดเหตุในเวลา 14.14 น. รวมระยะเวลาเดินทาง 19 นาที
เมื่อขบวนรถไฟใกล้จะถึงซุ้ม หรือป้อมที่ควบคุมไม้กั้นสัญญานของรถไฟสถานีอโศก นักข่าวสังเกตเห็นว่า ทางพนักงานที่ควบคุมไม้กั้น ได้ประสานงานผ่านวิทยุสื่อสาร และกดปุ่มในตู้ควบคุม เพื่อส่งสัญญานเสียงเตือน และสัญญานไฟ ให้รถไฟมองเห็น รวมถึงกดปุ่มเพื่อให้ไม้กั้นลงมา โดยพนักงานให้ข้อมูลว่า ระหว่างกดก็จะต้องสังเกตด้วย บริเวณจุดข้ามทางรถไฟจะต้องไม่มีสิ่งกีดขวางอยู่ และให้เห็นว่าปลอดภัยในการให้รถผ่านจึงจะกดปุ่มให้ไม้กั้นลงมาได้
จากนั้นเมื่อไม่กั้นลงมาสนิทแล้ว ก็จะมีเจ้าหน้าที่ยืนเพื่อให้สัญญานธงเขียวให้รถไฟผ่านไปได้อย่างปลอดภัย
โดยในจังหวะที่ขบวนรถไฟที่ใช้จำลองเหตุการณ์ กำลังจะถึงจุดที่เกิดเหตุ ได้มีการชะลอความเร็วของรถไฟและส่งสัญญานเสียงแตรจากรถไฟดังอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ พ.ต.อ.ศักยะ ให้ข้อมูลก่อนเริ่มจำลองเหตุการณ์ ว่า วันนี้จะแบ่งชุดสืบสวนเป็น 2 ส่วนในการจำลองเหตุการณ์ คือ ส่วนแรก ขึ้นไปสังเกตุการณ์บนรถไฟ โดยจะต้องมีการสังเกตการปฏิบัติหน้าที่ของคนขับรถไฟ และระยะการมองเห็นอาณัติสัญญานทั้งสัญญานไฟ และสัญญานธง ว่าจะมองเห็นในระยะเท่าไร
รวมถึง ระยะของการเบรกรถ และข้อปฏิบัติในการเบรกรถไฟ อีกทั้งยังดูเรื่องของความเร็วรถไฟว่าจะใช้ความเร็วเท่าไรในการวิ่ง ทั้งนี้แม้รถไฟที่ใช้จำลองเหตุการณ์จะเป็นขบวนรถไฟโดยสาร ไม่ใช่ขบวนสินค้า แต่การรถไฟฯ ยืนยันว่า ขบวนสินค้า และขบวนโดยสาร ใช้หลักการปฏิบัติงานเหมือนกัน
และอีกส่วนที่จะต้องไปเก็บข้อมูล คือ บริเวณตู้หรือซุ้มในแต่ละจุดที่รถไฟจะผ่าน ทั้งนี้ในระยะทางจากสถานีหัวหมาก มายังสถานีอโศก จุดเกิดเหตุจะมีระยะทางประมาณ 9.2 กิโลเมตร จะต้องผ่านซุ้มหรือจุดที่มีพนักงานควบคุมไม้กั้นรถไฟทั้งหมด 5 จุด คือ ซุ้มเพชรพระราม , ซุ้มศูนย์วิจัย(ซ.47) , ซุ้มนารายณ์ฯ(ทางเข้าRCA) , ซุ้มพระราม 9 (เพชรอุทัย) และสถานีอโศกดินแดง บริเวณจุดเกิดเหตุ
ทุกตู้จะสังเกตเรื่องของการส่งสัญญาน และการปฏิบัติหน้าที่ ของพนักงานควบคุมไม่กั้นว่ามีหลักการปฏิบัติอย่างไร มีการสื่อสาร ส่งสัญญาณหรือไม่ ถ้ามีการส่งสัญญาน จะส่งสัญญานในระยะเท่าไรก่อนรถไฟจะมาถึง และจะเอาไม้กั้นลงในระยะเท่าไร รวมถึงแสงไฟสัญญาณจะปรากฎในแบบไหน อย่างไร เพราะถ้าเส้นทางปกติปลอดภัยพนักงานควบคุมไม่กั้นก็จะตีธงเขียวให้สัญญานรถไฟผ่านไปได้
โดยเมื่อเก็บรายละเอียดแล้ว จะมาเปรียบเทียบการปฏิบัติกับพยานหลักฐาน ข้อเท็จจริง และคำให้การในสำนวนคดีว่าสอดคล้องกันหรือไม่อย่างไร
ทั้งนี้ พนักงานควบคุมระบบไม้กั้น ให้ข้อมูลว่า ระหว่างกดเอาไม้กั้นลงจะต้องสังเกตด้วยบริเวณจุดข้ามทางรถไฟจะต้องไม่มีสิ่งกีดขวางอยู่ และให้เห็นว่าปลอดภัยในการให้รถผ่านจึงจะกดปุ่มให้ไม้กั้นลงมาได้ จากนั้นเมื่อไม้กั้นลงมาสนิทแล้ว จะมีเจ้าหน้าที่ยืนเพื่อให้สัญญาณธงเขียวให้รถไฟผ่านไปได้อย่างปลอดภัย
และหลังจากจำลองเหตุการณ์เสร็จสิ้น ตำรวจก็ไปตกลงกันที่ สถานีมักกะสัน ก่อนจะนำข้อมูลทั้งหมด มาประชุมเพื่อสรุปผลการจำลองเหตุการณ์ทันที
ส่วนความคืบหน้าการสอบสวนผู้ที่เกี่ยวข้อง วันนี้พนักงานสอบสวนได้เรียกสอบปากคำผู้ได้รับบาดเจ็บและพยานแวดล้อมเพิ่มเติม เช่น วินรถจยย. และตำรวจ สน.มักกะสัน ฝ่ายป้องกันและปราบปราม ที่พบและควบคุมตัวพนักงานคนขับรถไฟในวันที่เกิดเหตุ รวมถึงดำเนินการพิจารณาตรวจสอบและพิสูจน์ทราบผู้ที่เข้าข่ายการกระทำความผิด ตาม พรบ.จราจรฯ เพิ่มเติมในกรณีอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น
ข่าวล่าสุด