รถไฟชนรถเมล์คดีคืบ คนขับรถไฟ-ช่างเครื่อง อยู่ห้องควบคุมหัวรถก่อนเกิดเหตุ
19 พ.ค. 2569

รถไฟชนรถเมล์คดีคืบ วงจรปิดชัด คนขับรถไฟ-ช่างเครื่อง อยู่ห้องควบคุมหัวรถก่อนเกิดเหตุ ตำรวจพบระบบไม้กั้นทำงานปกติ เตรียมจำลองเหตุการณ์ ช่วงบ่ายพรุ่งนี้
ข่าว
19 พ.ค. 2569

รถไฟชนรถเมล์คดีคืบ วงจรปิดชัด คนขับรถไฟ-ช่างเครื่อง อยู่ห้องควบคุมหัวรถก่อนเกิดเหตุ ตำรวจพบระบบไม้กั้นทำงานปกติ เตรียมจำลองเหตุการณ์ ช่วงบ่ายพรุ่งนี้
19 พฤษภาคม 2569 เกาะติดความคืบหน้าโศกนาฏกรรม อุบัติเหตุรถไฟชนรถเมล์ บริเวณทางข้ามรถไฟอโศก-ดินแดง ล่าสุดตำรวจเดินหน้าสอบปากคำพยานผู้เชี่ยวชาญและผู้บาดเจ็บเพิ่ม ยืนยันระบบอาณัติสัญญาณทำงานปกติ พร้อมเตรียมจำลองเหตุการณ์เสมือนจริงเพื่อหาสาเหตุ รถไฟชนรถเมล์ ดำเนินคดีผู้กระทำผิดอย่างตรงไปตรงมา
ช่วงเย็นที่ผ่านมา พ.ต.อ.กัมพล รัตนประทีป รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 ได้เปิดเผยถึงความคืบหน้าคดี ในการสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้องกับคดีเหตุรถไฟชนรถเมล์ บริเวณถนนอโศก - ดินแดง ใกล้กับสถานีรถไฟแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ มักกะสัน ว่า วันนี้พนักงานสืบสวนสอบสวน ได้สอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้องไปเพิ่มอีก 28 ปาก แบ่งเป็น ผู้บาดเจ็บที่ออกจากโรงพยาบาลแล้ว 9 ปาก สอบภายในโรงพยาบาลอีก 10 ราย จากผู้บาดเจ็บทั้งหมด 16 ราย รักษาตัวอยู่ 6 ราย โดยยังมีอาการโคม่า 4 ราย กลับบ้านแล้ว 1 ราย และอีก 1 รายจะเดินทางมาให้ปากคำวันพรุ่งนี้ (20 พ.ค.) ซึ่งส่วนใหญ่จะไปสอบประเด็นการเดินทาง และภาพรวมของเหตุการณ์ในวันที่เกิดเหตุ รวมไปถึงอาการบาดเจ็บว่ามากน้อยแค่ไหน ส่วนอีก 4 รายคือ ญาติผู้เสียชีวิต
ส่วนการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลผู้เสียชีวิตสามารถพิสูจน์ได้แล้ว 7 ราย ยืนยันบุคคลได้แล้ว 6 ราย อีก 1 ราย อยู่ระหว่างการเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอของพ่อที่ จ.เชียงใหม่ แล้วส่งผลดีเอ็นเอส่งกลับมา เพื่อตรวจยืนยันกับนิติเวช รพ.ตำรวจ อีกครั้งหนึ่ง ส่วนอีก 1 รายยังไม่ทราบที่แน่ชัดว่าเป็นใคร
รวมถึงวันนี้มีการสอบพนักงานรักษารถไฟฯ คนที่ทำหน้าที่ดูแลตู้สินค้า โดยจะนั่งอยู่ด้านท้ายหลังโบกี้ ซึ่งจากการสอบปากคำให้การว่า ตัวเขานั่งอยู่ นั่งมาเรื่อย แล้วรู้ตัวอีกทีรถไฟก็ชนเลย จากนั้นพอเห็นไฟลุกก็ไปช่วยดับไฟ แต่ไม่ได้บอกว่า ความเร็วประมาณเท่าไหร่ที่นั่งมา เพราะเป็นรายละเอียดทางคดี
รวมถึงยังมีการสอบผู้เชี่ยวชาญด้านการเดินรถไฟ 4 ราย คือ
1.สารวัตรงานหัวรถจักรบางซื่อ ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาคนขับรถไฟและช่างเครื่อง จากการสอบปากคำ ทำให้ทราบว่า ประสบการณ์คนขับรถไฟนั้น หัวหน้างานยืนยันว่า มีประสบการณ์ในการขับรถไฟเส้นทางที่เกิดเหตุเป็นอย่างดี และขับเส้นทางนี้มาแล้ว 58 ครั้ง ตั้งแต่เริ่มทำงานตั้งแต่ ปี 2566 -2569 รวม 3 ปี ถือว่ามีความชำนาญในการเดินรถเส้นนี้พอสมควร ส่วนช่างเครื่อง มาทำงานได้ 14 วัน และขึ้นขบวนเป็นครั้งที่ 2
2.หัวหน้าแผนกทางเทคนิคด้านการลากเลื่อน ซึ่งให้การสอดคล้องกันกับสารวัตรงานหัวรถจักรบางซื่อ
3.เจ้าหน้าที่กองเดินรถ ฝ่ายปฏิบัติงาน จากการสอบปากคำทำให้ได้สาระสำคัญทางคดี พอสมควร แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้
4.เจ้าหน้าที่อาณัติสัญญาณ ซึ่งจากการสอบปากคำยืนยันว่า คาน สัญญาณไฟยังใช้งานได้ สัญญาณเสียงใช้งานได้ เท่ากับว่า อุปกรณ์ไม่ได้มีความขัดข้อง
และในวันนี้ฝ่ายสืบสวนยังได้เก็บกล้องวงจรปิดจาก 3 ซุ้ม หรือ 3 ป้อม และมีการเก็บกล้องเพิ่มเติม ซึ่งบริเวณนั้นทั้งของการรถไฟ และก็ของตำรวจ รวมไปถึงกล้องอื่นๆ จากเดิม 3 ซุ้ม เป็น 5 ซุ้ม ทำให้สิ่งที่สามารถยืนยันได้ว่า คนขับรถไฟและช่างเครื่องอยู่ภายในห้องควบคุมก่อนเกิดเหตุจริง โดยพบ
“ภาพจากบริเวณซุ้มพระราม 9 ตัดถนนเพชรอุทัย ต่อเนื่องซุ้มอโศก-ดินแดง จนถึงก่อนจุดเกิดเหตุ ทั้งคู่ยังอยู่ในห้องควบคุมตลอด และเห็นปฏิบัติหน้าที่อยู่หัวรถ ทั้งขณะก่อนเกิดเหตุไม่ไกลมาก และขณะเกิดเหตุ ก็ปฏิบัติหน้าที่อยู่ไม่ได้หายไปไหน”
ส่วนของการจำลองสถานการณ์เพื่อมาประกอบคำให้การว่า น่าเชื่อถือมากน้อยเพียงใด จะมีขึ้นในวันพรุ่งนี้ (20 พ.ค.) เวลา 14.00 น. โดยฝ่ายสืบสวน จะมีการขึ้นรถไฟเพื่อดูสภาพเส้นทางจริง และสัญญาณการโบกธง สัญญาณต่างๆในจุดเกิดเหตุ
ขณะที่ มาตรการด้านการจราจร วันนี้กองบังคับการตำรวจนครบาล 1 จัดกำลังอำนวยความสะดวกทุกจุดตัดทางรถไฟ พร้อมจับกุมผู้ฝ่าฝืนได้ 32 ราย ปรับแล้ว 5 ราย รายละ 500 บาท ที่เหลืออยู่ระหว่างออกใบสั่ง ขณะที่กระทรวงคมนาคม จะตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดเพิ่มเติม เพื่อดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้อง โดยเบื้องต้นได้ประสานข้อมูลร่วมกับฝ่ายสืบสวนแล้ว
พ.ต.อ.กัมพล ยังบอกด้วยว่า ขณะนี้ พนักงานสอบสวนได้สอบปากคำคนขับรถเมล์ไปแล้ว แต่ตำรวจยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดในสำนวน รวมถึงไม่สามารถเปิดเผยได้ว่า เพราะเหตุคนขับรถเมล์ถึงไปจอดคร่อมรางรถไฟ เพราะเกรงกระทบต่อรูปคดี ซึ่งหลังอาการดีขึ้นจะนำตัวส่งศาลตามขั้นตอนกฎหมาย
ส่วนประเด็นสารเสพติดภายของคนขับรถไฟ ทางตำรวจอยู่ระหว่างขยายผลว่า แหล่งที่มามาจากที่ใด ขณะที่ผลตรวจของช่างเครื่องไม่พบสารเสพติด หลังส่งตรวจเมื่อวานนี้
ส่วนกรณีจะมีการขยายผลไปถึงความบกพร่องของผู้บังคับบัญชา ในการกำกับดูแลพนักงานหรือไม่ พ.ต.อ.กัมพล ยืนยันว่า จะดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา ไม่มีการช่วยเหลือใด ๆ แต่ต้องรอให้ขั้นตอนการสอบสวนเสร็จสิ้นก่อน และจะเร่งดำเนินการในเรื่องของสำนวนคดีให้เร็วที่สุด แต่ทุกอย่างต้องรอบคอบและเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย
ข่าวล่าสุด