เนชั่นทีวี

ข่าว

เปิดข้อมูล "หมิงเฉิน" ระดับ "บอสชาวจีน" พบข้อมูลเชื่อมโยงหลายคดี

14 พ.ค. 2569

เปิดข้อมูล "หมิงเฉิน" ระดับ "บอสชาวจีน" พบข้อมูลเชื่อมโยงหลายคดี

เปิดข้อมูล "หมิงเฉิน" ระดับบอสชาวจีน พบ Case ID เชื่อมโยงหลายคดี เร่งขยายผลเส้นทางเงิน-เครือข่ายข้ามชาติ พร้อมประสานทางการจีนตรวจสอบประวัติ พบปกปิดตัวตนเนียนกริบไร้ชื่อในบัญชีเฝ้าระวัง

14 พฤษภาคม 2569 พลตำรวจโท ไตรรงค์ ผิวพรรณ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยความคืบหน้าการตรวจสอบเส้นทางการเงินและความเชื่อมโยงของ “นายหมิง” หรือนายหมิงเฉิน ซัน ผู้ต้องหาชายสัญชาติจีนวัย 31 ปี กับเครือข่ายแก๊งสแกมเมอร์และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในประเทศกัมพูชา โดยระบุว่า พลตำรวจเอก สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการให้กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ ตำรวจไซเบอร์ เร่งขยายผลในทุกมิติ ทั้งเส้นทางการเงิน บทบาทหน้าที่ภายในองค์กร และเครือข่ายผู้เกี่ยวข้อง

จากการตรวจสอบเบื้องต้นผ่านระบบ “ไทย โปลิศ ออนไลน์” และการตรวจสอบฐานข้อมูลหมายเลขคดี หรือ CASE ID พบว่า นายหมิงมีความเชื่อมโยงกับคดีจำนวนมาก โดยตำรวจอยู่ระหว่างตรวจสอบว่ามีผู้เสียหายรายใดที่เคยแจ้งความออนไลน์และมีความเกี่ยวข้องกับนายหมิงเพิ่มเติมหรือไม่

เปิดข้อมูล "หมิงเฉิน" ระดับ "บอสชาวจีน" พบข้อมูลเชื่อมโยงหลายคดี

โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยืนยันว่า พฤติการณ์ของนายหมิง ไม่ได้เป็นเพียง “บัญชีม้า” ระดับล่าง หรือกลุ่มปฏิบัติการทั่วไปในแก๊งคอลเซ็นเตอร์ แต่มีสถานะสูงกว่านั้น โดยกลุ่มคนไทยที่ทำงานอยู่ในขบวนการมักเรียกบุคคลระดับนี้ว่า “บอสชาวจีน” ซึ่งอาจทำหน้าที่ในระดับผู้จัดการ ผู้ช่วยผู้จัดการ ซีอีโอ หรือแม้แต่นายทุนร่วมขององค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ 

อย่างไรก็ตาม ยังต้องรอผลการสืบสวนขยายผลทั้งด้านการเงินและเครือข่ายจัดหาคนให้มีความชัดเจนมากขึ้น

ส่วนข้อเสนอที่ให้โอนคดีของนายหมิงเข้าส่วนกลาง หรือให้กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางรับผิดชอบคดีนั้น พลตำรวจโทไตรรงค์ ระบุว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังรวบรวมพยานหลักฐานจำนวนมาก ทั้งข้อมูลดิจิทัล เส้นทางการเงิน และข้อมูลการเดินทางเข้าออกประเทศ โดยมีการทำงานร่วมกันระหว่างตำรวจไซเบอร์และกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 ซึ่งตั้งคณะสืบสวนสอบสวนดูแลภาพรวมของคดีในพื้นที่จังหวัดชลบุรี

เปิดข้อมูล "หมิงเฉิน" ระดับ "บอสชาวจีน" พบข้อมูลเชื่อมโยงหลายคดี

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยืนยันว่า ได้ติดตามกำกับดูแลคดีนี้มาตั้งแต่วันแรก แต่ยังไม่มีคำสั่งโอนคดีเข้าสู่ส่วนกลาง โดยหากพนักงานสอบสวนในพื้นที่เห็นว่าเกินขีดความสามารถ ก็สามารถเสนอเรื่องเพื่อโอนคดีตามขั้นตอนได้

ขณะเดียวกัน ตำรวจยังได้ประสานความร่วมมือกับทางการจีนและหน่วยงานต่างประเทศ ทั้งในระดับทางการและข้อมูลเชิงลึก เพื่อตรวจสอบประวัติของนายหมิง แต่พบว่าเป็นบุคคลที่ปกปิดตัวตนได้อย่างแนบเนียน ไม่มีชื่ออยู่ในบัญชีเฝ้าระวังของตำรวจสากล หรือวอทลิสต์ รวมถึงไม่มีข้อมูลในระบบข่าวกรองของประเทศต้นทางมาก่อน

นอกจากนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยังได้ยกระดับมาตรการตรวจสอบชาวต่างชาติที่เข้ามาประกอบธุรกิจในประเทศไทย ตามนโยบายของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผ่าน 3 มาตรการสำคัญ ได้แก่ การรีเอ็กซเรย์พื้นที่โดยสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง การทำงานของศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ และการเชื่อมโยงฐานข้อมูลเข้าสู่ระบบ “วัน โพล ลิสต์” เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบและติดตามบุคคลต้องสงสัยในระยะยาว

ส่วนประเด็นที่ว่า นายหมิง อาจมีความเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมในวงการอื่นนอกเหนือจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์หรือไม่นั้น โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า ขณะนี้พบความเชื่อมโยงเฉพาะเครือข่ายสแกมเมอร์เท่านั้น แต่เจ้าหน้าที่ยังคงเดินหน้าตรวจสอบอย่างละเอียด หากพบความผิดเพิ่มเติมก็จะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป