สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยืนยันว่า ได้ติดตามกำกับดูแลคดีนี้มาตั้งแต่วันแรก แต่ยังไม่มีคำสั่งโอนคดีเข้าสู่ส่วนกลาง โดยหากพนักงานสอบสวนในพื้นที่เห็นว่าเกินขีดความสามารถ ก็สามารถเสนอเรื่องเพื่อโอนคดีตามขั้นตอนได้
ขณะเดียวกัน ตำรวจยังได้ประสานความร่วมมือกับทางการจีนและหน่วยงานต่างประเทศ ทั้งในระดับทางการและข้อมูลเชิงลึก เพื่อตรวจสอบประวัติของนายหมิง แต่พบว่าเป็นบุคคลที่ปกปิดตัวตนได้อย่างแนบเนียน ไม่มีชื่ออยู่ในบัญชีเฝ้าระวังของตำรวจสากล หรือวอทลิสต์ รวมถึงไม่มีข้อมูลในระบบข่าวกรองของประเทศต้นทางมาก่อน
นอกจากนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยังได้ยกระดับมาตรการตรวจสอบชาวต่างชาติที่เข้ามาประกอบธุรกิจในประเทศไทย ตามนโยบายของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผ่าน 3 มาตรการสำคัญ ได้แก่ การรีเอ็กซเรย์พื้นที่โดยสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง การทำงานของศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ และการเชื่อมโยงฐานข้อมูลเข้าสู่ระบบ “วัน โพล ลิสต์” เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบและติดตามบุคคลต้องสงสัยในระยะยาว
ส่วนประเด็นที่ว่า นายหมิง อาจมีความเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมในวงการอื่นนอกเหนือจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์หรือไม่นั้น โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า ขณะนี้พบความเชื่อมโยงเฉพาะเครือข่ายสแกมเมอร์เท่านั้น แต่เจ้าหน้าที่ยังคงเดินหน้าตรวจสอบอย่างละเอียด หากพบความผิดเพิ่มเติมก็จะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป