วิกฤตน้ำมันดีเซลทำพิษ ขนส่งจ่อหยุดวิ่งสายยาว-จี้รัฐปรับค่าโดยสารพยุงธุรกิจ
23 มี.ค. 2569
ขนส่งยักษ์ใหญ่ภาคเหนือ กระทบหนักน้ำมันดีเซลขาดแคลน-ราคาสูงลิ่ว เผยสายแม่สาย-ภูเก็ต,บึงกาฬ ต้องหยุดวิ่งชั่วคราว เตรียมหั่นเที่ยวรถ-ปรับราคาตั๋วประคองตัว
ข่าว
23 มี.ค. 2569
ขนส่งยักษ์ใหญ่ภาคเหนือ กระทบหนักน้ำมันดีเซลขาดแคลน-ราคาสูงลิ่ว เผยสายแม่สาย-ภูเก็ต,บึงกาฬ ต้องหยุดวิ่งชั่วคราว เตรียมหั่นเที่ยวรถ-ปรับราคาตั๋วประคองตัว
23 มีนาคม 2569 จากการสู้รบในตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่อการจัดหาน้ำมันในประเทศไทย โดยเฉพาะจังหวัดเชียงใหม่ เริ่มได้รับผลกระทบจากวิกฤตน้ำมันดีเซลขาดแคลนส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง โดยขนส่งมวลชนขนาดใหญ่อย่าง "กรีนบัส" ที่ให้บริการขนส่งมวลชนข้ามจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือ และข้ามภูมิภาค ในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ และจังหวัดภูเก็ต และบริการขนส่งสิ่งของต่างๆ ก็ได้รับผลกระทบอย่างหนักกับราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้น และมีการจำกัดการเติมน้ำมันบางแห่ง ซึ่งกรีนบัสมีรถบริการไฟฟ้า 12 คัน แต่มีรถดีเซล กว่า 200 คัน ในแต่ละวันจะต้องใช้น้ำมันกว่า 20,000 ลิตร และต้องซื้อน้ำมันจากคลังที่สูงกว่าราคาปกติ รวมถึงไม่สามารถหาเติมน้ำมันในสถานีระหว่างทางได้
นายกฤษฎิภาชย์ ทองคำคูณ ประธานกรรมการบริหาร Green Capital Group เปิดเผยว่า สถานการณ์สำคัญตอนนี้ก็คือ รถบัสทุกคันจะต้องมาเติมน้ำมันที่จังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดเชียงราย โดยเราจะซื้อน้ำมันที่คลังน้ำมันจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งบางครั้งไม่สามารถซื้อได้ เพราะน้ำมันไม่มี บางวันก็ถูกจำกัดเพียงแค่ 15,000 ลิตร แต่เราใช้ทั้งหมดประมาณ 20,000 ลิตร ทำให้รถสายที่วิ่งทางไกล จากอำเภอแม่สาย ไปจังหวัดบึงกาฬ และอำเภอแม่สาย ไปจังหวัดภูเก็ตต้องหยุดวิ่งไปถึง 2 วัน เสียรายได้ไปกว่า 4 แสนบาท
ปัจจุบันต้นทุนน้ำมันถือเป็นหัวใจหลัก โดยคิดเป็น 33% ของรายได้ทั้งหมด หากคิดค่าโดยสารที่ 100 บาท เราต้องจ่ายค่าน้ำมันไปประมาณ 33 บาท เพราะฉะนั้นถ้าน้ำมันเพิ่มขึ้น 1 บาท จะส่งผลกระทบต่อสัดส่วนของต้นทุนน้ำมันกับรายได้ขึ้นไปอีกประมาณ 1.5% และหากราคาน้ำมันแตะระดับ 34 บาทต่อลิตร ในบางเส้นทางที่มีอัตราครองที่นั่งค่อนข้างต่ำ มีผู้โดยสารเพียง 70% ของความจุรถ ธุรกิจจะเข้าสู่สภาวะ "ขาดทุนทันที"
ถ้าสถานการณ์ยังคงความยืดเยื้ออย่างนี้ต่อไป ทางบริษัทมีความจำเป็นต้องขออนุญาตทางกรมการขนส่งทางบกในการปรับขึ้นราคาค่าโดยสาร เพื่อไม่ให้ผู้ประกอบการทุกรายประสบปัญหากับการขาดสภาพคล่องทางการเงิน และไม่ให้เกิดปัญหาในการให้บริการกับประชาชน แนวทางการปรับตัวในอนาคตที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต จึงอาจยกเลิกการวิ่งในเส้นทางที่ยาวมาก เช่น เชียงใหม่-น่าน แล้วเปลี่ยนเป็นการส่งผู้โดยสารต่อให้รถสายสั้นในพื้นที่แทน หรืออาจต้องปรับลดเที่ยววิ่ง จากเดิมที่วิ่งทุกวัน อาจปรับลดเหลือเพียง 3-4 วันต่อสัปดาห์ เพื่อประหยัดต้นทุน
