ศอ.บต.เปิดแผนรับมือ "แรงงานคืนถิ่น" ฝ่าวิกฤตตะวันออกกลาง
05 มี.ค. 2569
เลขาธิการ ศอ.บต. กางแผนรับมือแรงงานไทยชายแดนใต้คืนถิ่นจากสมรภูมิตะวันออกกลาง เตรียมมาตรการรองรับทั้งระยะสั้น-ยาว หากสถานการณ์ยืดเยื้อ
ข่าว
05 มี.ค. 2569
เลขาธิการ ศอ.บต. กางแผนรับมือแรงงานไทยชายแดนใต้คืนถิ่นจากสมรภูมิตะวันออกกลาง เตรียมมาตรการรองรับทั้งระยะสั้น-ยาว หากสถานการณ์ยืดเยื้อ
5 มีนาคม 2569 สืบเนื่องจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ยังคงไม่มีทีท่าว่าจะสงบลง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความปลอดภัยและสภาวะการจ้างงานของแรงงานไทย โดยเฉพาะพี่น้องจากจังหวัดชายแดนภาคใต้
ล่าสุด นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ได้เปิดเผยถึงแนวทางการบริหารจัดการและมาตรการเยียวยาแรงงานกลุ่มนี้หากต้องอพยพกลับภูมิลำเนาอย่างเร่งด่วน
นายปิยะศิริ ระบุว่า ในส่วนของแรงงานไทยที่ไปทำงานต่างประเทศนั้น มีที่มาจากหลายภูมิภาค ทั้งภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคกลาง แต่ในส่วนของคนมุสลิมจากจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ไปทำงานในตะวันออกกลางนั้น ศอ.บต. มีความห่วงใยเป็นพิเศษ ซึ่งขณะนี้รัฐบาลได้เตรียมการดูแลอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะแผนการจัดเครื่องบินอพยพหากเกิดวิกฤตรุนแรง
"ทางรัฐบาลเขาก็ดูแลเต็มที่แหละ ว่าเดี๋ยวจะมีเครื่องบินกลับนะถ้าเกิดว่ามีวิกฤตอะไรมา ทีนี้ทางพื้นที่เราก็พร้อมต้อนรับอยู่แล้วว่า ถ้ากลับมาก็ต้องกลับบ้าน ไปกองอยู่ที่กรุงเทพฯ ไม่ได้ใช่ไหม? ไม่รู้สงครามจะยาวนานยังไง" เลขาธิการ ศอ.บต. กล่าว
นอกจากนี้ นายปิยะศิริ ยังมองเห็น "มุมบวก" ท่ามกลางวิกฤต โดยระบุว่าช่วงเวลานี้ตรงกับเดือนรอมฎอน ซึ่งเป็นเดือนอันประเสริฐของพี่น้องมุสลิม การที่แรงงานได้กลับมาในช่วงนี้ถือเป็นโอกาสดีที่จะได้อยู่กับครอบครัวอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา
"ช่วงนี้เป็นช่วงรอมฎอนด้วย ถ้าเกิดว่าพี่น้องที่เขากลับมา เขาก็ได้กลับมาอยู่กับครอบครัวในช่วงนี้ ในช่วงครึ่งหลังของรอมฎอน อย่างน้อยมันก็ได้พร้อมหน้าพร้อมตา ไม่มีอะไรที่แย่หรือไม่มีอะไรที่ดีหรอก ทุกอย่างมันก็บวกกับลบเหมือนกันหมดเลย"
สำหรับข้อกังวลเรื่องการขาดรายได้หากสงครามยืดเยื้อ นายปิยะศิริ ยืนยันว่า ศอ.บต. และหน่วยงานราชการในพื้นที่ได้เตรียมแผนรองรับไว้แล้ว โดยแบ่งออกเป็น 2 ระยะ คือ
ระยะสั้น (กลุ่มกลับมาพักคอย) หน่วยงานราชการในจังหวัดจะเข้าไปดูแลสภาพความเป็นอยู่ และหากพบว่าครอบครัวใดกลายเป็น "กลุ่มเปราะบาง" เนื่องจากขาดรายได้หลัก ศอ.บต. พร้อมจะเข้าไปสนับสนุนเพื่อลดรายจ่ายและสร้างรายได้เสริมในเบื้องต้นทันที
ส่วน ระยะยาว (กรณีไม่สามารถกลับไปทำงานที่เดิมได้) หากสถานการณ์ยืดเยื้อเกินกว่าหลายเดือน ศอ.บต. มีแผนที่จะนำแรงงานคุณภาพเหล่านี้เข้าสู่โครงการในพื้นที่ เช่น ฟาร์มพระราชทาน หรือฟาร์มตัวอย่าง เพื่อให้มีงานทำ ไม่ปล่อยให้อยู่เฉย
ที่สำคัญกว่านั้น เลขาธิการ ศอ.บต. ยังเสนอแนวคิดการปรับเปลี่ยนตลาดแรงงาน โดยระบุว่าแรงงานที่กลับจากตะวันออกกลางส่วนใหญ่เป็นแรงงานที่มีทักษะและมีคุณภาพ ซึ่งสามารถผลักดันให้ไปทำงานในกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านที่มีวัฒนธรรมใกล้เคียงกันได้
"แรงงานที่ทำงานในพวกประเทศตะวันออกกลางที่มีปัญหาแบบนี้ สามารถเป็นแรงงานที่มีทักษะ มีคุณภาพ มาทำงานที่ทางมาเลเซียได้ไหม ทางอินโดนีเซีย ทางบรูไนไหม คืออย่างนี้เดี๋ยวทางกระทรวงแรงงานเขาก็ต้องประสานต่อ เราก็พยายามช่วยๆ กัน"
ในการให้ข้อมูลครั้งนี้ นายปิยะศิริได้ย้ำจุดยืนสำคัญต่อผู้สื่อข่าวว่า การดำเนินงานของ ศอ.บต. เน้นไปที่การช่วยเหลือประชาชนตามภารกิจด้านมนุษยธรรมและการพัฒนา
"เอาเป็นว่าทางหน่วยงานราชการในพื้นที่ พร้อมที่จะต้อนรับและก็ดูแลแรงงานที่กลับมา... แต่สมมุตินะ สมมุติแรงงานเหล่านี้เขาไปทำเงินแล้วกลับมาแล้วตอนนี้มันไม่มีอะไรเลย แล้วมันก็ช็อกเรื่องเงินเรื่องทองที่หายไป อันนี้ก็จะเป็นกลุ่มหนึ่งละที่ต้องเข้าไปช่วยละ"
อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่น่าจับตาต่อไปคือการประสานงานระหว่าง ศอ.บต. กับกระทรวงแรงงาน และกระทรวงการต่างประเทศ ในการคัดกรองแรงงานและส่งต่อสิทธิประโยชน์ต่างๆ รวมถึงการจัดสรรงบประมาณเยียวยาที่จะต้องมีและถึงมือแรงงานอย่างรวดเร็ว เนื่องจากแรงงานเหล่านี้เปรียบเสมือน "เส้นเลือดใหญ่" ที่ส่งเงินกลับมาหล่อเลี้ยงเศรษฐกิจในจังหวัดชายแดนภาคใต้มาโดยตลอด
การกลับสู่อ้อมอกบ้านเกิดครั้งนี้ จึงไม่ใช่แค่การหนีร้อนมาพึ่งเย็น แต่คือโจทย์ใหญ่ของ ศอ.บต. ว่าจะเปลี่ยน "แรงงานคืนถิ่น" ให้กลายเป็น "พลังการผลิต" ในพื้นที่ได้อย่างยั่งยืนเพียงใด ท่ามกลางเปลวไฟสงครามที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะดับมอดลงในระยะอันใกล้นี้
