svasdssvasds
เนชั่นทีวี

ข่าว

"ทนายตั้ม-ภรรยา" ขึ้นศาลซักค้าน "คดีฉ้อโกงฯ" ส่วน "เจ๊อ้อย" มาพร้อมทนาย ด้วยทีท่ามั่นใจ (มีคลิป)

04 มี.ค. 2569

"ทนายตั้ม-ภรรยา" ขึ้นศาลซักค้าน "คดีฉ้อโกงฯ" ส่วน "เจ๊อ้อย" มาพร้อมทนาย ด้วยทีท่ามั่นใจ หลังศาลแพ่งสั่งคืนทรัพย์ ด้าน "อ.ปานเทพ" ชี้ผลคดีแพ่งไม่กระทบคดีอาญาแน่นอน

4 มีนาคม 2569 ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก นัดสอบคำให้การ กรณีที่อัยการพิเศษ ร่วมกับ น.ส.จตุพร อุบลเลิศ หรือ เจ๊อ้อย เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ ทนายตั้ม,นางปทิตตา เบี้ยบังเกิด หรือ เดือน ภรรยาของทนายตั้ม และ น.ส.ปิณฑิรา หรือ ดาว พี่สาวของภรรยาทนายตั้ม ในข้อหาฉ้อโกง, ฉ้อโกงอันเป็นปกติธุระ, ฟอกเงิน และร่วมกันฟอกเงินและสมคบฟอกเงิน

 

"ทนายตั้ม-ภรรยา" ขึ้นศาลซักค้าน "คดีฉ้อโกงฯ" ส่วน "เจ๊อ้อย" มาพร้อมทนาย ด้วยทีท่ามั่นใจ (มีคลิป) ทนายตั้ม

 

โดย น.ส.จตุพร เดินทางมาถึงศาลอาญา พร้อมกับทีมทนายความ โดยทุกคนมาด้วยท่าทีมั่นใจ ก่อนจะยิ้มทักทายสื่อมวลชน แต่ไม่ได้ให้สัมภาษณ์แต่อย่างใด

 

"ทนายตั้ม-ภรรยา" ขึ้นศาลซักค้าน "คดีฉ้อโกงฯ" ส่วน "เจ๊อ้อย" มาพร้อมทนาย ด้วยทีท่ามั่นใจ (มีคลิป)

 

"ทนายตั้ม-ภรรยา" ขึ้นศาลซักค้าน "คดีฉ้อโกงฯ" ส่วน "เจ๊อ้อย" มาพร้อมทนาย ด้วยทีท่ามั่นใจ (มีคลิป)

 

 

 

นอกจากนี้ นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ประธานมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน ที่ได้เดินทางมายังศาลเพื่อให้กำลังใจเจ๊อ้อย รวมถึงสังเกตการณ์

 

โดย นายปานเทพ บอกว่า คดีนี้แบ่งออกเป็น 2 ศาล ศาลแพ่งและศาลอาญา


ซึ่งศาลแพ่งได้มีคำสั่งยกคำร้อง และสั่งคืนทรัพย์สินทั้งหมด ทั้งที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง เงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร รวมมูลค่าประมาณ 71 ล้านบาท ที่ถูก ปปง. อายัดให้คืนกับทนายตั้ม เนื่องจากเห็นว่าเหตุผลและพยานหลักฐานยังไม่เพียงพอที่จะรับฟังได้ว่า ทนายตั้มมีพฤติการณ์ฉ้อโกง อันเป็นปกติธุระอันเป็นความผิดมูลฐานฟอกเงิน

อัยการสืบพยานเพียง 1 ปาก ซึ่งเป็นพนักงานเอกสารของ ปปง. เท่านั้น ไม่ใช่ฝ่ายสืบสวน ตนมองว่า เป็นข้อที่ทำให้คดีอ่อน และไม่ปรากฏว่าอัยการไม่ได้ซักค้านทนายตั้มและภรรยา แต่ผลการตัดสินของแพ่ง ไม่ได้ส่งผลทางคดีของอาญา ซึ่งผลของอาญา จะสามารถเปลี่ยนแปลงผลของแพ่งได้

 

"ทนายตั้ม-ภรรยา" ขึ้นศาลซักค้าน "คดีฉ้อโกงฯ" ส่วน "เจ๊อ้อย" มาพร้อมทนาย ด้วยทีท่ามั่นใจ (มีคลิป)

 

และการเบิกความในวันนี้ทนายอ้อยจะเป็นปากแรกในการเบิกความ

สำหรับคดีอาญา ที่โจทก์ยื่นฟ้องนั้นมีจำเลย 7 คน ประกอบด้วย

 

1.นายษิทรา
2.นางปทิตตา
3.น.ส.ปิณฑิรา
4.นายนุ
5.น.ส.สา ภรรยานายนุ
6.พนักงานโชว์รูมรถยนต์ อีก 2 ราย

 


โดยในคดีอาญามีการแบ่งฟ้องไปทั้งหมด 3 ส่วน คือ กลุ่มทนายตั้ม ภรรยาและพี่สาวภรรยา, กลุ่ม นุ สา และกลุ่มพนักงาน โชว์รูม ซึ่งทั้ง 4 คน ที่เกี่ยวข้องกับการโอนเงิน 39 ล้านบาท ได้มารับสารภาพ 2 ปาก และมีการลดใช้เงินจำนวน 19 ล้านบาท

และอีก 2 ปาก ที่เกี่ยวข้องกับการซื้อรถและออกใบเกินราคา ก็มารับสารภาพแล้ว ฉะนั้น 4 ปากได้สารภาพและศาล ได้ตัดสินแล้วและอยู่ระหว่างที่พนักงานอัยการยื่นอุทธรณ์

ส่วนกลุ่มทนายตั้มภรรยาและพี่สาวภรรยาต้องพิสูจน์ในเรื่องของการหลอกลงทุนหวยออนไลน์ ส่วนนี้ยังไม่มีการสารภาพ และต้องนำสืบกันอีก

 

นายปานเทพ บอกว่าหากกลุ่มทนายตั้มมีการรับสารภาพ ก็มีสิทธิ์ที่จะได้รับการลดโทษ ฉะนั้นวันนี้ต้องดูท่าทีของจำเลย ว่าจะมีท่าทียังไงส่วนการนัดสืบพยาน ศาลท่านนัดสามวันติด คือวันที่ 4-6 มีนาคม

 

 

 

ทนายตั้มผอมลงมาก

 

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์ไปสอบถาม นายพินิจ ลักษณวิศิษฏ์ ทนายความของทนายตั้ม ระบุว่า วันนี้ศาลต้องเบิกตัวทนายตั้มมาจากเรือนจำ และทนายตั้มจะเป็นคนถามซักค้านฝ่ายโจทก์ด้วยตนเอง

 

 


เมื่อสอบถามว่า สามารถทำได้หรือไม่ 

 

ทนายพินิจ กล่าวว่า สามารถทำได้ เนื่องจากตัวจำเลยมีความรู้ด้านกฎหมาย และทนายตั้มสามารถซักค้านโจทก์ด้วยชุดนักโทษเรือนจำ และคาดว่าจะใช้เวลาทั้งวันในการสอบพยาน

 


ผู้สื่อข่าวรายงานว่าพวกคุณได้เบิกตัวทนายตั้มพร้อมกับภรรยา เข้ามาภายในห้องพิจารณาคดี 907 โดย ทนายตั้ม ได้เดินจับมือกับภรรยามา แล้วได้ทักทายสื่อที่อยู่หน้าห้อง พิจารณาคดีว่า ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ ก่อนจะบอกว่า อยากให้มานั่งฟังในห้องพิจารณาคดีจะได้รู้ว่าความจริงเป็นอย่างไร

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการสังเกตทนายตั้มมีท่าทีมั่นใจ ขณะเดียวกันรูปร่างของ ทนายตั้มและภรรยาก็ผอมโซ ซึ่งเจ้าตัวตอบสั้นๆว่า ผอมลงไปมาก

 

 

 

ดูคลิป