svasdssvasds
เนชั่นทีวี

ข่าว

สมาคมทนายฯจวก กกต.น่าละอาย เเจ้งความจับประชาชนตรวจสอบการทำงาน

27 ก.พ. 2569

นายกสมาคมทนายฯจวก กกต.น่าละอายเเจ้งความจับประชาชนที่ตรวจสอบการทำงาน ชี้ รธน.บัญญัติคุ้มครองสิทธิเสรีภาพให้ทำได้ ชี้เข้าข่ายกลั่นแกล้งข่มขู่

เมื่อวันที่ 27 ก.พ. 2569 นาย นรินท์พงศ์ จินาภักดิ์

นายกสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย ได้ให้ความเห็นผ่านเฟซบุ๊คสมาคมทนายความฯว่า 

 

บันทึกจากนายกสมาคมทนายความฯ รัฐธรรมนูญมาตรา 25 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า สิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย นอกจากที่บัญญัติคุ้มครองไว้เป็นการเฉพาะในรัฐธรรมนูญแล้ว การใดที่มิได้ห้ามหรือจำกัดไว้ในรัฐธรรมนูญหรือในกฎหมายอื่น บุคคลย่อมมีสิทธิและเสรีภาพที่จะทำการนั้นได้และได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ

การจัดการเลือกตั้งต้องเป็นไปโดยเปิดเผยและโปร่งใส ยกเว้นการออกเสียงลงคะแนนเท่านั้นที่รัฐธรรมนูญบัญญัติให้เป็นไปโดยลับ การที่ประชาชนติดตั้งกล้องหรือถ่ายภาพเพื่อติดตามการจัดการเลือกตั้ง ส.ส. ของ กกต. จึงเป็นการตรวจสอบการทำงานอันเป็นการใช้อำนาจรัฐของ กกต. 

 

ประชาชนมิได้ตรวจสอบการออกเสียงลงคะแนนของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง การตรวจสอบดังกล่าวโดยประชาชนจึงไม่ถูกจำกัดโดยรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ทั้งมิได้เป็นการขัดขวางการจัดการเลือกตั้งหรือเป็นการละเมิดสิทธิและเสรีภาพของ กกต. และผู้มีสิทธิเลือกตั้ง การกระทำดังกล่าวจึงเป็นสิทธิและเสรีภาพของประชาชนที่ได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญมาตรา 25 วรรคหนึ่ง  

 

การตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐที่นอกจากจะเป็นสิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทยที่ได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญแล้ว ยังเป็นไปตามแนวนโยบายแห่งรัฐตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญมาตรา 78 ความว่า “รัฐพึงส่งเสริมให้ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศด้านต่างๆ ฯลฯ การตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ” การกระทำของประชาชนที่ตรวจสอบการจัดการเลือกตั้งของ กกต. จึงชอบด้วยรัฐธรรมนูญและไม่ขัดต่อกฎหมาย  

ดังนั้น การที่ กกต. ไปแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับประชาชนที่ตรวจสอบการทำงานของ กกต. จึงเป็นการกระทำที่น่าละอาย เพราะประชาชนมิได้ขัดขวางการเลือกตั้งซึ่งพยานหลักฐานที่ยืนยันความข้อนี้คือ ไม่มีประชาชนผู้ใดไปร้องทุกข์เพราะถูกขัดขวางการเลือกตั้งแต่อย่างใด การกระทำของ กกต. จึงไม่เคารพสิทธิและเสรีภาพของประชาชนที่เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย ทั้งยังเป็นผู้จ่ายภาษีเป็นเงินเดือนและค่าใช้จ่ายให้ กกต. ทำงาน 

 

ฉะนั้นการกระทำของ กกต. จึงเข้าข่ายลักษณะเป็นการกลั่นแกล้งและข่มขู่ประชาชนให้เกิดความกลัวและหวาดระแวงในการใช้สิทธิในการตรวจสอบดังกล่าว ตลอดจนใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือปิดปากประชาชน อันเป็นการกระทำที่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 25 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 78 แต่ประชาชนกลับไม่มีอำนาจถอดถอนกกต. เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้โกงเอาอำนาจของประชาชนไป

 

จึงขอประณามการกระทำของ กกต. และขอเรียกร้องให้สมาชิกรัฐสภาได้ปกป้องสิทธิและเสรีภาพพร้อมกับคืนอำนาจให้กับประชาชน ด้วยการเร่งจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่อันเป็นเจตนารมณ์ของประชาชนตามผลการประชามติ ให้ประชาชนมีอำนาจถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรต่างๆ ที่ใช้อำนาจของประชาชนโดยมิชอบได้