นิทรรศการ “น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ แห่งสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง” ถือเป็นปรากฏการณ์ทางศิลปวัฒนธรรมที่สำคัญยิ่ง เป็นการนำเสนอผลงานศิลปกรรมอันทรงคุณค่าถึง 48 ชิ้น โดยมีหัวใจหลักคือการถ่ายทอดมุมมองและ “ระบบคิด” ผ่านผลงานของ 2 ศิลปินแห่งชาติ ผู้ทำหน้าที่เป็นเสมือนสะพานเชื่อมระหว่างพระมหากรุณาธิคุณในอดีต กับความตระหนักรู้ของผู้คนในปัจจุบัน
🔵 [“พระเจ้าอยู่หัวคือน้ำ ฉันคือป่า”: สมการแห่งการพัฒนาที่ยั่งยืน]
เมื่อรับฟังความในใจของ ศาสตราจารย์เกียรติคุณปรีชา เถาทอง (ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ พ.ศ. 2552) ผ่านนิทรรศการชุด “ศิลป์สดุดี พระบารมีคู่แผ่นดิน” เราจะพบว่างานศิลปะชุดนี้ได้ก้าวข้ามขอบเขตของความงามทางสายตา ไปสู่การทำความเข้าใจโครงสร้างการพัฒนาประเทศอย่างลึกซึ้ง
อาจารย์ปรีชาได้ถอดรหัสพระราชดำรัส “พระเจ้าอยู่หัวคือน้ำ ฉันคือป่า” ออกมาเป็นภาพจำลองของการ “สร้างคน” โดยเน้นย้ำว่าการทรงงานของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ไม่ใช่เพียงการอนุรักษ์ลวดลายพื้นถิ่น แต่คือการประทานเครื่องมือในการดำรงชีวิตที่เรียกว่า “สัมมาอาชีพ”
“พระองค์ทรงงานเพื่อฟื้นฟูศักดิ์ศรีของชาวบ้านและช่างศิลป์ ให้สามารถนำรากเหง้าทางวัฒนธรรมมาสร้างสัมมาอาชีพอย่างยั่งยืน พระราชเสาวนีย์ของพระองค์นำไปสู่การสร้างสรรค์งานศิลปะที่ไม่เพียงงดงามในเชิงรูปแบบ แต่มีคุณค่าในเชิง ‘ระบบคิด’ ”
คำกล่าวนี้คือบทสรุปที่ชัดเจนว่า ศิลปาชีพคือโครงสร้างพื้นฐานทางวัฒนธรรมที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนในระดับฐานราก และผลงานในนิทรรศการนี้คือสมุดบันทึกหน้าสำคัญที่สะท้อนสมการของการพัฒนาแผ่นดินอย่างแท้จริง