svasdssvasds
เนชั่นทีวี

Nation Story

STORY : ศิลปะที่ก้าวข้ามความงามสู่การสร้างคน : ถอดรหัส ‘ระบบคิด’ ผ่าน 2 ศิลปินแห่งชาติ ในนิทรรศการ “น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ แห่งสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง”

23 ก.พ. 2569

ท่ามกลางจังหวะชีวิตที่เร่งรีบของคนเมือง และกระแสธารของความเปลี่ยนแปลงในยุคดิจิทัล พื้นที่เชิงพาณิชย์ใจกลางกรุงเทพมหานครอย่างศูนย์การค้าสยามพารากอน ได้เปิดพื้นที่ ชวนให้ผู้คนก้าวออกจากความวุ่นวาย แล้วหยุดพักเพื่อซึมซับเรื่องราวที่หยั่งรากลึกในสังคมไทย

นิทรรศการ “น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ แห่งสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง” ถือเป็นปรากฏการณ์ทางศิลปวัฒนธรรมที่สำคัญยิ่ง เป็นการนำเสนอผลงานศิลปกรรมอันทรงคุณค่าถึง 48 ชิ้น โดยมีหัวใจหลักคือการถ่ายทอดมุมมองและ “ระบบคิด” ผ่านผลงานของ 2 ศิลปินแห่งชาติ ผู้ทำหน้าที่เป็นเสมือนสะพานเชื่อมระหว่างพระมหากรุณาธิคุณในอดีต กับความตระหนักรู้ของผู้คนในปัจจุบัน

🔵 [“พระเจ้าอยู่หัวคือน้ำ ฉันคือป่า”: สมการแห่งการพัฒนาที่ยั่งยืน]
เมื่อรับฟังความในใจของ ศาสตราจารย์เกียรติคุณปรีชา เถาทอง (ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ พ.ศ. 2552) ผ่านนิทรรศการชุด “ศิลป์สดุดี พระบารมีคู่แผ่นดิน” เราจะพบว่างานศิลปะชุดนี้ได้ก้าวข้ามขอบเขตของความงามทางสายตา ไปสู่การทำความเข้าใจโครงสร้างการพัฒนาประเทศอย่างลึกซึ้ง

อาจารย์ปรีชาได้ถอดรหัสพระราชดำรัส “พระเจ้าอยู่หัวคือน้ำ ฉันคือป่า” ออกมาเป็นภาพจำลองของการ “สร้างคน” โดยเน้นย้ำว่าการทรงงานของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ไม่ใช่เพียงการอนุรักษ์ลวดลายพื้นถิ่น แต่คือการประทานเครื่องมือในการดำรงชีวิตที่เรียกว่า “สัมมาอาชีพ”



“พระองค์ทรงงานเพื่อฟื้นฟูศักดิ์ศรีของชาวบ้านและช่างศิลป์ ให้สามารถนำรากเหง้าทางวัฒนธรรมมาสร้างสัมมาอาชีพอย่างยั่งยืน พระราชเสาวนีย์ของพระองค์นำไปสู่การสร้างสรรค์งานศิลปะที่ไม่เพียงงดงามในเชิงรูปแบบ แต่มีคุณค่าในเชิง ‘ระบบคิด’

คำกล่าวนี้คือบทสรุปที่ชัดเจนว่า ศิลปาชีพคือโครงสร้างพื้นฐานทางวัฒนธรรมที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนในระดับฐานราก และผลงานในนิทรรศการนี้คือสมุดบันทึกหน้าสำคัญที่สะท้อนสมการของการพัฒนาแผ่นดินอย่างแท้จริง

🔵 [“กราบ / สักการะ”: การหยุดนิ่งเพื่อบันทึกความสง่างามเหนือกาลเวลา]
ในอีกมุมมองหนึ่ง ศาสตราจารย์เกียรติคุณถาวร โกอุดมวิทย์ (ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ พ.ศ. 2564) ได้พาดำดิ่งลงไปในมิติของอารมณ์และความศรัทธา ผ่านนิทรรศการชุด “กราบ / สักการะ” ซึ่งรังสรรค์ขึ้นจากมวลความรู้สึกอันท่วมท้นภายหลังการเสด็จสวรรคต เพื่อหยุดเวลาและบันทึกภาพจำอันงดงามเอาไว้

“ผมเลือกผสาน 3 เทคนิคเข้าด้วยกัน ได้แก่ ภาพถ่าย ภาพพิมพ์ และภาพวาด หลอมรวมกัน เพื่อต้องการถ่ายทอดความรู้สึกเคารพและศรัทธาที่มีต่อพระองค์ท่าน... พระองค์ท่านยังทรงเป็นผู้นำด้านรสนิยมและแฟชั่นที่งดงามเหนือกาลเวลา จึงนับเป็น ‘แบบอย่าง’ ที่ประชาชนพร้อมใจกันกราบสักการะอย่างแท้จริง”

ผลงานชุดนี้จึงทำหน้าที่เป็นเสมือนพื้นที่แห่งความสงบ เชื้อเชิญให้ผู้ชมพิจารณาความหมายของคำว่า ‘กราบ’ ด้วยหัวใจ และรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่เปรียบดั่งแสงสว่างที่นำทางศิลปวัฒนธรรมไทยเสมอมา

🔵 [พื้นที่แห่งแรงบันดาลใจที่รอให้คุณมาสัมผัส]
การได้ฟังทัศนะของศิลปินชั้นครูทั้งสองท่าน ประกอบกับการได้พินิจผลงานศิลปะด้วยตาตนเอง ถือเป็นประสบการณ์ที่เติมเต็มทั้งสุนทรียภาพทางอารมณ์และมิติทางความคิด นิทรรศการนี้เปิดโอกาสให้เราได้เรียนรู้ว่า รากเหง้าทางวัฒนธรรมไม่ใช่สิ่งที่ล้าหลัง แต่เป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมและสร้างความภาคภูมิใจในระดับสากล

สำหรับผู้ที่ต้องการหาแรงบันดาลใจ และสัมผัสความวิจิตรของศิลปกรรมทั้ง 48 ผลงาน พร้อมผลงานพิเศษจาก 2 ศิลปินแห่งชาติ รวมถึงศิลปิน ชั้นนำของไทย รวม 20 ท่าน สามารถเข้าชมนิทรรศการ “น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ แห่งสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง” ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 25 มีนาคม 2569 ณ Art Jewel ชั้น 5 สยามพารากอน 

การเดินทางมาเยือนพื้นที่แห่งนี้ อาจเป็นช่วงเวลาอันมีค่าที่ทำให้เราได้ค้นพบความหมายที่ลึกซึ้งของการสืบสาน และได้รับพลังบวกกลับไปเป็นแรงขับเคลื่อนในการใช้ชีวิตต่อไป